Tuesday, June 10, 2014

"ตาม`เภอใจ" สไตล์ หมูหวาน

"ตาม`เภอใจ" สไตล์ หมูหวาน
    ตอนที่ตกลงใจจะมีวารสารของศาลจังหวัดสงขลา  บรรณาธิการบริหาร (จะเป็นท่านไหนหาดูเอาเองจากวารสารฉบับนี้) บังคับว่าต้องมีพื้นที่ให้หมูหวาน ๑ คอลัมภ์  คงเป็นเพราะเห็นว่า   หมูหวานมีคอ(ที่)ล่ำ(สัน)อันเป็นผลมาจากคอหมูย่างของโปรด  และให้มีเนื้อหาตามอำเภอใจ                   (ทำไมต้องเป็นอำเภอ ไม่เป็นหมู่บ้าน  ตำบล หรือจังหวัด)  ก็เลยขอใช้ชื่อคอลัมภ์ว่า  “"ตาม `เภอใจ" สไตล์ หมูหวาน แล้วกัน

    เนื่องจากเป็นเรื่องตาม “เภอใจ” หมูหวานก็ขอเล่าถึงสิ่งที่หมูหวานเองนับแต่ได้ยิน ได้รู้เป็นครั้งแรกก็เหมือนกับได้พบแผนที่ลายแทงที่นำทางหมูหวานในการทำงาน สิ่งนั้นคือยุทธศาสตร์พัฒนาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้แก่หน่วยงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  มีผู้ที่ศึกษา ตีความและนำไปใช้หลายรูปแบบ  แต่สำหรับหมูหวานแล้ว  ขอตีความยุทธศาสตร์พระราชทานนี้ตามภูมิปัญญาและเป็นการปรับให้เข้ากับการทำงานของหมูหวานเท่านั้น  จะให้ลึกซึ้งเหมือนกับท่านผู้รู้ทั้งหลายก็คงเป็นไปไม่ได้  ยุทธศาสตร์ที่ว่านี้  คือสามคำที่แสดงถึงพระอัฉริยะภาพของพระองค์ท่าน  “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”

    “เข้าใจ” สำหรับหมูหวานแล้ว  หมายความว่า  เข้าใจซึ่งกันและกัน  เราต้องเข้าใจเขา  และทำให้เขาเข้าใจเรา  ก็รู้กันอยู่ว่า  ศาล  โรงพัก  โรงพยาบาล  ไม่มีใครอยากจะมาติดต่อ  เมื่อมีคนมาติดต่อสิ่งที่ควรคิดเป็นสิ่งแรกคือ  คนที่มาติดต่อกับเราล้วนแต่เดือดร้อนมาทั้งนั้น  ความเครียดทำให้เขาแสดงกริยาหลายอย่างหลายแบบ  ถูกใจเราบ้างไม่ถูกใจบ้าง  แต่ถ้าเราเข้าใจเขาก็ให้อภัยเขา  ขณะเดียวกันต้องให้เขาเข้าใจเรา  ให้เขารู้ว่าเรายินดีให้บริการไม่ว่าเขาจะเป็นคนผิดหรือไม่ผิด                      หมูหวานเคยถามตัวเองว่าทำไมเวลาเราไปโรงพยาบาล  เราถึงคอยเวลาให้แพทย์เรียกเราเข้าพบได้  คำตอบคือเรารู้เห็นและเข้าใจว่าแพทย์กำลังตรวจคนไข้ที่มาพบก่อนเรา  คำถามคือทำอย่างไงจะให้คนที่มาติดต่อศาลรู้ว่าสิ่งที่เขาต้องการอยู่ในกระบวนการที่จะต้องผ่านขั้นตอนของเจ้าหน้าที่และ                ผู้พิพากษา  แพทย์ผู้ตรวจก็คงเปรียบเทียบได้กับผู้พิพากษาที่จะต้องสั่งคำร้องต่าง ๆ  เจ้าหน้าที่ก็ไม่ต่างจากพยาบาลที่จะต้องตรวจสอบซักประวัติเรื่องราวของผู้มาติดต่อ  หรือปฏิบัติหลังจากมีคำสั่งของผู้พิพากษา  เหมือนกับพยาบาลที่ทำแผล ฉีดยาตามคำสั่งแพทย์ทั้งสองส่วนนี้คือวัฏจักรของศาลยุติธรรม  ที่จะต้องเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน

    “เข้าถึง” สำหรับหมูหวานคือให้เขามีความรู้ในงานของเรา  ทุกวันนี้ศาลยุติธรรมก็มีการเผยแพร่ความรู้เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงมากขึ้น  ไม่ว่าทาง website แผ่นพับ จัดเป็นสถานที่ดูงาน  และอีกสารพัดวิธี  กระทั่งเข้าไปให้ความรู้กับนักโทษถึงในเรือนจำ  ก็เพื่อให้ศาลสามารถเข้าถึงได้ง่าย  เรื่องเล็ก ๆ ที่เจ้าหน้าที่หลายคนทำจนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ  คือ การอธิบายขั้นตอนการติดต่อให้ผู้มาใช้บริการเข้าใจ  สำหรับหมูหวานแล้ว  สิ่งนี้ส่งผลที่ใหญ่ยิ่งให้ประชาชนเข้าถึง

    “พัฒนา”  ตนเองเพื่อความก้าวหน้าในสายงาน  พัฒนางานเพื่อความเจริญขององค์กร  สำหรับหมูหวานแล้ว  การพัฒนาก็เป็นสิ่งสำคัญไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรู้หรือวิธีการทำงานการอบรมแบบ e-learning หรือการศึกษาต่อ กระทั่งการศึกษาด้วยตนเอง  เป็นสิ่งที่เราไม่อาจละเลยได้
    ก่อนจากขอฝากบทกลอนที่ไปอ่านเจอมา  จำไม่ได้ว่าใครเขียน  มอบให้กับทุกท่านด้วยความปรารถนาดี  พบกันใหม่ฉบับหน้า…

    เหรียญยังมี สองด้าน ทุกท่านเอ๋ย        อย่าหวังเลย ให้เขาเป็น เช่นเราหวัง
เราไม่ชอบ สิ่งใดเล่า เขาก็ชัง            ดันทุรัง ยัดเยียดเขา ก็ “เข้าตัว”

Monday, August 5, 2013

ผลการเลือกตั้ง "นายก อบจ.สงขลา"อย่างไม่เป็นทางการ "นิพนธ์ บุญญามณี" ชนะ "อุทิศ ชูช่วย" ขาดลอย โดย "อุทิศ" ได้ 243,639 คะแนน ขณะที่ "นิพนธ์" ได้ 374,589 คะแนน

    ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด สงขลา (นายก อบจ.สงขลา) วานนี้ (4 ส.ค.) ตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนทยอยออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มเปิดหีบ โดยในเรื่องการรักษาความปลอดภัยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหน่วยเลือกตั้ง หน่วยละ 2 นาย และมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็วออกตระเวนรักษาความปลอดภัยใน พื้นที่หน่วยเลือกตั้งอีกด้วย โดยมีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 1,701 หน่วยในพื้นที่ 16 อำเภอ มีประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 994,907 คน ซึ่งมีผู้ลงสมัคร 4 คน คือ หมายเลข 1 นายอุทิศ ชูช่วย อดีตนายก อบจ.สงขลา ทีมสงขลาพัฒนา หมายเลข 2 นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีต ส.ส.สงขลา ทีมพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 3 นายพิณ คงเอียง ผู้สมัคร และหมายเลข 4 นายจรัญ อรุณพันธุ์
     

       เมื่อถึงเวลาปิดหีบในเวลา 15.00 น.เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งต่าง ๆ เริ่มทยอยกันนับคะแนนในหน่วยเลือกตั้งของตนเอง โดยผลการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งหลายๆ หน่วยในพื้นที่เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ พบว่า ส่วนใหญ่ผลการนับคะแนนหมายเลข 2 นายนิพนธ์ บุญญามณี มีคะแนนนำในหลายเขต ตามมาด้วยหมายเลข 1 นายอุทิศ ชูช่วย มีคะแนนมาเป็นอันดับที่ 2 ส่วนผู้สมัครหมายเลข 3 นายพิณ คงเอียง และหมายเลข 4 นายจรัญ อรุณพันธุ์ ผลคะแนนทิ้งห่างผู้สมัคร 2 อันดับแรกเป็นอย่างมาก จนเวลา 21.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานผลนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการปรากฏว่า นิพนธ์ บุญญามณี นำคู่แข่งสำคัญอย่างนายอุทิศ ชูช่วย ในหลายอำเภอแบบขาดลอย รวมทั้งสิ้น 1,701 หน่วยเลือกตั้ง จำนวนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง 974,423 คน โดยนายอุทิศ ชูช่วย หมายเลข 1 ได้ 243,639 คะแนน นายนิพนธ์ บุญญามณี หมายเลข 2 ได้ 374,589 คะแนน ทิ้งห่าง 103,950 คะแนน
     
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลที่ทำให้นายนิพนธ์ บุญญมณี ชนะการเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลา ในครั้งนี้ เนื่องจากแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนายชวน หลีกภัย และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯได้ลงพื้นที่ร่วมหาเสียงโค้งสุดท้ายอย่างหนัก.


ปี่กลองการเมืองเลือกตั้งท้องถิ่น อบจ.สงขลาสิ้นสุดลงแล้วท่ามกลางความสุขสมหวังของผู้กำชัยชนะ และความผิดหวังของผู้พ่ายแพ้ เป็นธรรมดาของการแข่งขันในระบอบประชาธิปไตยที่ต้องมีผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว

สำหรับผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการออกมา ดังนี้
-   หมายเลข 1 นายอุทิศ ชูช่วย ทีมสงขลาพัฒนา ได้ 243,639 คะแนน
-    หมายเลข 2 นายนิพนธ์ บุญญามณี ทีมพรรคประชาธิปัตย์ ได้ 347,589 คะแนน
-   หมายเลข 3 นายพิณ คงเอียง อิสระ ได้ 4,114 คะแนน หมายเลข
-   4 นายจรัญ อรุณพันธ์ ทีมสงขลาพอเพียง ได้ 6,343 คะแนน

การ เลือกตั้งครั้งนี้ ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 974,035 คน มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 652,239 คน คิดเป็นร้อยละ 66.96 ไม่ประสงค์ลงคะแนน 36,460 ใบ ร้อยละ 5.59 บัตรเสีย 14,644 ใบ ร้อยละ 2.16 ซึ่งถือว่าเป็นที่น่าพอใจกับการตื่นตัวออกมาใช้สิทธิ์ของประชาชนชาวสงขลา โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอรอบนอกที่มีความตื่นตัวเป็นพิเศษ

เมื่อ ผลการเลือกตั้งออกมาแล้วว่านิพนธ์ บุญญามณี ผู้สมัครหมายเลข 2 ทีมพรรคประชาธิปัตย์ เป็นว่าที่นายก อบจ.สงขลา ที่เหลือก็รอเพียงการรับรองของ กกต.เท่านั้น จากนี้ไปชาวสงขลาต้องติดตามว่านโยบายต่างๆ ที่ใช้หาเสียง 35 นโยบาย ทั้งสร้างโมโนเรลแก้ปัญหาจราจรเมืองหาดใหญ่ การเพิ่มรถ-เรือตรวจการณ์ ติดกล้องวงจรปิด สนามกีฬาอำเภอ สร้างเมืองสหกรณ์ วางปะการังเทียม ฟื้นฟูทะเลสาบ ฯลฯ ชาวสงขลาโปรดจดจำและติดตามนโยบายเหล่านี้ไว้ให้ดี

ประวัติ นายนิพนธ์ บุญญามณี ว่าที่นายก อบจ.สงขลา
พื้นเพ อ.เมือง จ.สงขลา

การศึกษา
-มัธยมศึกษา จากโรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา
-ปริญญาตรี สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงเนติบัณฑิตไทย (สำนักอบรมกฎหมาย)
-ปริญญาโท สาขารัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
-ปริญญาโทเศรษฐศาสตร์มหาบัณฑิต (มหาวิทยาลัยรามคำแหง)

ประวัติด้านการบริหารงานเอกชน
- กรรมการบริหาร บริษัท สยามอินเตอร์เนชันแนลฟู้ด จำกัด
- ประธานสโมสรฟุตบอลสงขลา (สงขลา ยูไนเต็ด)

ประวัติการทำงานการเมือง
-สมาชิกสภาจังหวัด 2 สมัย (2528, 2533) ประธานสภาจังหวัดสงขลา
-ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ 5 สมัย (2535/1, 2535/2, 2538, 2539, 2544)
-ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ 3 สมัย (2548,2550,2554)
-รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์



ผ่า 35 นโยบายกับนิพนธ์ ที่คนสงขลาต้องร่วมกันติดตาม
















Tuesday, April 30, 2013

ทนายความ ถูกบุกยิงคาห้องพักขณะหลับ คาด เหตุจากการทำหน้าที่ทนาย

ทนายความ ถูกบุกยิงคาห้องพักขณะหลับ คาด เหตุจากการทำหน้าที่ทนาย
เหตุบุกยิงทนายความขณะนอนหลับอยู่ในห้องพัก ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เสียชีวิต คาดสาเหตุเกิดจากการการทำหน้าที่ทนายความ
ตำรวจภูธรหาดใหญ่ จ.สงขลา เข้าตรวจสอบภายในห้องนอน บ้านเลขที่ 88/11 ซอย 27 ถนนเพชรเกษม อ.หาดใหญ่ พร้อมเก็บปลอกกระสุนปืนไว้ตรวจสอบ หลังมีผู้ก่อเหตุไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงนายกฤษณพล เจริญวิริยะภาพ ทนายความ เสียชีวิตขณะนอนหลับ

    
 
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ชาวบ้านได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัดเมื่่่อคืนที่ผ่านมา(30 เม.ย. 2556) แต่ไม่มีใครสนใจเพราะคิดว่าเป็นกลุ่มวัยรุ่นยิงปืนเล่น จนกระทั่งช่วงเช้าญาติๆนายกฤษณพล เข้าไปเรียก แต่กลับพบว่าถูกยิงเสียชีวิตแล้ว
 
    
 
ตำรวจสันนิษฐานสาเหตุโดยให้น้ำหนักไปที่เรื่องการทำหน้าที่ทนายความ เพราะก่อนหน้านี้ผู้ตายว่าความให้ลูกความคดีหนึ่ง จนทำให้คู่กรณีไม่พอใจ และอาจเป็นสาเหตุทำให้ถูกยิงเสียชีวิต


เมื่อเวลา 08.00 น. วันนี้ 1 พ.ค. ร.ต.ท.เดชาวัต มากคำ ร้อยเวร สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รับแจ้งเหตุยิงกันตาย ที่บ้านเลขที่ 88/11 ซอย 27 ถนนเพชรเกษม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หลังรับแจ้งเหตุ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.อดิเรก บือราเฮง ผกก.สภ.หาดใหญ่ พ.ต.ท.สุรพงษ์ กิตติธิรางกูร รอง ผกก.ส. พ.ต.ต.มาชา แก้งทอง สว.สส.ร.ต.ต.มนตรีขุนศรีจันทร์ รอง สว.สส.
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว บริเวณประตูกระจกมีรอยถูกทุบ แตกกระจาย หน้าบ้านพบปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม. 2 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ตรวจสอบภายในห้องนอน พบศพนายกฤษณพล เจริญวิริยะภาพ อายุ 48 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอน มีบาดแผลถูกยิงที่ศีรษะ และลำตัวหลายนัด ทีวียังเปิดอยู่ ใกล้กันยังพบปลอกกระสุนปืนขนาดเดียวกัน อีก 4 ปลอก หัวกระสุน 1 หัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำศพส่งพิสูจน์ต่อไป
สอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า คืนที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ตายนอนหลับอยู่ในบ้าน มีชาวบ้านและญาติๆที่อยู่ติดกันได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ก่อนได้ยินเสียงกระจกแตก แต่นึกว่าวัยรุ่นไล่ยิงกัน จึงไม่มีใครสนใจ จนกระทั่งเช้าญาติผู้ตาย เห็นผู้ตายยังไม่ตื่น เลยเดินไปดูที่บ้าน พบว่าผู้ตายถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตเสียแล้ว จึงรีบแจ้งตำรวจ ตรวจสอบดังกล่าว
ส่วนสาเหตุเบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐาน ว่า มาจากเรื่องส่วนตัว หรือ เรื่องงานทนาย เนื่องจากต้นเดือนที่ผ่านมา ลูกเลี้ยงผู้ตายถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต ในซอยจันทคาร 4 และผู้ตายได้ร่วมกับอัยการ ว่าความในคดีดังกล่าว อาจทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ ส่งคนมายิงเหมือนลูกเลี้ยง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนหาหลักฐาน เพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

Tuesday, April 16, 2013

รายชื่อหนังสือ และหน้าปก ที่ เขียนโดย นาย มหาชัย ศรีทองกลาง

       รายชื่อหนังสือ  6 รายการ  ที่ เขียนโดย 
นายมหาชัย ศรีทองกลาง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสงขลา


 อ่านก่อนกู้ รู้ก่อนค้ำประกัน
ผู้เขียน    มหาชัย ศรีทองกลาง

:: รายละเอียดหนังสือ
รหัสสินค้า: 9789742881504
จำนวน: 56 หน้า
ขนาดรูปเล่ม: 145 x 210 x 3 มม.
น้ำหนัก: 75 กรัม
เนื้อในพิมพ์: ขาวดำ 
ชนิดปก: ปกอ่อน 
สำนักพิมพ์: วิญญูชน, บจก.สนพ. 
พิมพ์ครั้งแรก: -
พิมพ์ครั้งล่าสุด: ครั้งที่ --- เดือน พฤศจิกายน ปี 2547
เนื้อหาโดยสังเขป
เนื้อหา ในเล่มนี้ประกอบด้วยเรื่อง การกู้ยืมเงิน พร้อมเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการกู้ ไม่ว่าจะเป็น การกู้ยืมเงินต้องทำอย่างไร ข้อพึงระวัง อายุความ ตัวอย่างสัญญากู้ รวมทั้งการค้ำประกัน
หนังสือเล่มนี้จึงเหมาะสำหรับ ผู้ให้กู้ ผู้กู้ ผู้คำประกัน และผู้สนใจการกู้ยืมเงินและค้ำประกัน

:: สารบัญ
กู้ยืมเงิน
- กู้ยืมเงินทำอย่างไร
- ข้อพึงระวัง
- ความสมบูรณ์ของสัญญากู้ยืมเงิน
- หลักฐานการชำระหนี้
- ดอกเบี้ย
- อายุความ
- ตัวอย่างสัญญากู้
ค้ำประกัน
- ค้ำประกันคืออะไร
- ผู้ค้ำประกันต้องเป็นบุคคลภายนอก
- กรณีกู้ยืมเงินโดยมอบโฉนดให้ผู้กู้ยึดถือไว้
- การค้ำประกันทำอย่างไร
...ฯลฯ...


กลยุทธ์สู่เป้าหมายในการเรียนกฎหมายเนติบัณฑิต
ศิลปะการคิดเพื่อเรียนให้ประสบผลสำเร็จ กลวิธีจัดการกับความผิดหวัง ท้อแท้และท้อถอย
ผู้เขียน    มหาชัย ศรีทองกลาง
:: รายละเอียดหนังสือ
รหัสสินค้า: 9789742885885
จำนวน: 96 หน้า
ขนาดรูปเล่ม: 144 x 209 x 5 มม.
น้ำหนัก: 120 กรัม
เนื้อในพิมพ์: ขาวดำ 
ชนิดปก: ปกอ่อน 
ชนิดกระดาษ: กระดาษปอนด์ 
สำนักพิมพ์: วิญญูชน, บจก.สนพ. 
พิมพ์ครั้งแรก: -
พิมพ์ครั้งล่าสุด: ครั้งที่ 5 เดือน ตุลาคม ปี 2550
:: เนื้อหาโดยสังเขป
แนะนำ เคล็ดลับ แนวทางในการเรียนกฎหมายให้ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งกลยุทธ์สู่เป้าหมาย การตั้งเป้าใหญ่ โยงใยเป้าหมาย ขจัดความท้อแท้ วิธีเขียนตอบให้สอบผ่าน เพื่อให้ผู้อ่านนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด ท้ายเล่มผู้เขียนยังได้รวบรวมรายชื่อมหาวิทยาลัยที่เปิดคณะ/หลักสูตร นิติศาสตร์ที่น่าสนใจและเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย/เนติบัณฑิตยสภา ระเบียบสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาว่าด้วยการเป็นนักศึกษา การสอน การสอบไล่ วินัยและมรรยาท พ.ศ.2507 ไว้ในภาคผนวกด้วย หนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณรู้ว่าการเรียนกฎหมายให้ประสบผลสำเร็จนั้นไม่ใช่ เรื่องยากอีกต่อไป
:: สารบัญ
บทที่ 1 สูตรสำเร็จของผู้ล้มเหลว
บทที่ 2 เรียนกฎหมายดีเลิศประเสริฐศรี
บทที่ 3 ตั้งเป้าใหญ่
บทที่ 4 โยงใยเป้าหมาย
บทที่ 5 ขจัดความท้อแท้ แน่วแน่สู้
บทที่ 6 กลยุทธ์สู่เป้าหมาย
บทที่ 7 วิธีเขียนตอบให้สอบผ่าน
บทส่งท้าย

กลยุทธ์สู่เป้าหมายในการเรียนกฎหมายเนติบัณฑิต
ผู้เขียน    มหาชัย ศรีทองกลาง



:: รายละเอียดหนังสือ
รหัสสินค้า    : 9789742884444
จำนวน    : 96 หน้า
ขนาดรูปเล่ม    : 144 x 209 x 5 มม.
น้ำหนัก    : 120 กรัม
เนื้อในพิมพ์    : ขาวดำ
ชนิดปก    : ปกอ่อน
สำนักพิมพ์    : วิญญูชน, บจก.สนพ.
พิมพ์ครั้งแรก    : -
พิมพ์ครั้งล่าสุด    : ครั้งที่ 4 เดือน กรกฎาคม ปี 2549
:: เนื้อหาโดยสังเขป
รวมกลยุทธ์ที่สำคัญสู้เป้าหมายในการเรียนกฎหมายเนติบัณฑิต ศิลปะการคิดเพื่อเรียนให้ประสบความสำเร็จ กลวิธีจัดการกับความผิดหวัง ท้อแท้และท้อถอย หลายเรื่องราวจะช่วยจุดประกายความคิดฝันที่ยิ่งใหญ่ในการเรียนกฎหมายเนติบัณฑิตให้กับคุณได้เป็นอย่างดี
:: สารบัญ
บทที่ 1 สูตรสำเร็จของผู้ล้มเหลว
บทที่ 2 เรียนกฎหมายดีเลิศประเสริฐศรี
บทที่ 3 ตั้งเป้าใหญ่
บทที่ 4 โยงใยเป้าหมาย
บทที่ 5 ขจัดความท้อแท้ แน่วแน่สู้
บทที่ 6 กลยุทธ์เป้าหมาย
บทที่ 7 วิธีเขียนตอบให้สอบผ่าน


 คำอธิบายกฎหมายกู้ยืมเงิน
ผู้เขียน    มหาชัย ศรีทองกลาง


:: รายละเอียดหนังสือ
รหัสสินค้า    : 9789742881221
จำนวน    : 162 หน้า
ขนาดรูปเล่ม    : 185 x 260 x 8 มม.
น้ำหนัก    : 305 กรัม
เนื้อในพิมพ์    : ขาวดำ
ชนิดปก    : ปกอ่อน
สำนักพิมพ์    : วิญญูชน, บจก.สนพ.
พิมพ์ครั้งแรก    : -
พิมพ์ครั้งล่าสุด    : ครั้งที่ 4 เดือน กันยายน ปี 2547

:: เนื้อหาโดยสังเขป
รวมคำอธิบายกฎหมายที่สำคัญเกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน ไม่ว่าจะเป็นความสมบูรณ์ของสัญญา หลักฐานการกู้ยืม หลักฐานการชำระหนี้ การปิดอาการแสตมป์ รวมถึงเรื่องของดอกเบี้ยและอายุความ โดยได้เรียบเรียงเนื้อหาไว้อย่างเป็นระเบียบดีแล้วในเล่ม นอกจากนี้ยังได้รวบรวมข้อสอบความรู้ชั้นเนติบัณฑิต อัยการผู้ช่วยและผู้ช่วยผู้พิพากษา และบทบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกู้ยืมเงินรวมไว้ให้ได้ศึกษาเพิ่มเติมด้วย
:: สารบัญ
เกริ่นนำ
บทที่ 1 บททั่วไป
บทที่ 2 ความสมบูรณ์ของสัญญา
บทที่ 3 หลักฐานการกู้ยืมเงิน
บทที่ 4 หลักฐานการชำระหนี้
บทที่ 5 การปิดอาการแสตมป์
บทที่ 6 ดอกเบี้ย
บทที่ 7 อายุความ
ภาคผนวก
:: ข้อมูลเพิ่มเติม
ประวัติ

มหาชัย ศรีทองกลาง

การทำงาน
- ผู้พิพากษาศาลจังหวัดพัทยา
- อาจารย์สอนเสริม มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

 กลยุทธ์สู่เป้าหมายในการเรียนกฎหมาย เนติบัณฑิต
ผู้เขียน    มหาชัย ศรีทองกลาง



:: รายละเอียดหนังสือ
รหัสสินค้า    : 9789742881214
จำนวน    : 103 หน้า
ขนาดรูปเล่ม    : 145 x 210 x 5 มม.
น้ำหนัก    : 130 กรัม
เนื้อในพิมพ์    : ขาวดำ
ชนิดปก    : ปกอ่อน
สำนักพิมพ์    : วิญญูชน, บจก.สนพ.
พิมพ์ครั้งแรก    : -
พิมพ์ครั้งล่าสุด    : ครั้งที่ 3 เดือน กันยายน ปี 2547
:: เนื้อหาโดยสังเขป
หนังสือเล่มนี้ จะช่วยตอบข้อสงสัยสำหรับผู้ที่กำลังเรียนวิชากฎหมาย
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเรียนอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ ทำอย่างไรจึงจะเรียนได้คะแนนสูงสุด โดยเสนอแนะวิธีการที่ทุกคนสามารถนำไปประยุกต์ให้เหมาะสมกับวิธีของแต่ละคนได้

สำหรับนักศึกษากฎหมาย หนังสือเล่มนี้ประกอบด้วยคำแนะนำดี ๆ อันจะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายในการเรียนได้ดียิ่งขึ้น
:: สารบัญ
บทที่ 1 สูตรสำเร็จของผู้ล้มเหลว
บทที่ 2 เรียนกฎหมายดีเลิศประเสริฐศรี
บทที่ 3 ตั้งเป้าใหญ่
บทที่ 4 โยงใยเป้าหมาย
บทที่ 5 ขจัดความท้อแท้ แน่วแน่สู้
บทที่ 6 กลยุทธ์สู่เป้าหมาย
บทที่ 7 วิธีเขียนตอบให้สอบผ่าน

 กลยุทธ์สู่เป้าหมายในการเรียนกฎหมายเนติบัณฑิต
ผู้เขียน    มหาชัย ศรีทองกลาง


:: รายละเอียดหนังสือ
รหัสสินค้า    : 9789742884444
จำนวน    : 96 หน้า
ขนาดรูปเล่ม    : 144 x 209 x 5 มม.
น้ำหนัก    : 120 กรัม
เนื้อในพิมพ์    : ขาวดำ
ชนิดปก    : ปกอ่อน
สำนักพิมพ์    : วิญญูชน, บจก.สนพ.
พิมพ์ครั้งแรก    : -
พิมพ์ครั้งล่าสุด    : ครั้งที่ 4 เดือน กรกฎาคม ปี 2549
:: เนื้อหาโดยสังเขป
รวมกลยุทธ์ที่สำคัญสู้เป้าหมายในการเรียนกฎหมายเนติบัณฑิต ศิลปะการคิดเพื่อเรียนให้ประสบความสำเร็จ กลวิธีจัดการกับความผิดหวัง ท้อแท้และท้อถอย หลายเรื่องราวจะช่วยจุดประกายความคิดฝันที่ยิ่งใหญ่ในการเรียนกฎหมายเนติบัณฑิตให้กับคุณได้เป็นอย่างดี
:: สารบัญ
บทที่ 1 สูตรสำเร็จของผู้ล้มเหลว
บทที่ 2 เรียนกฎหมายดีเลิศประเสริฐศรี
บทที่ 3 ตั้งเป้าใหญ่
บทที่ 4 โยงใยเป้าหมาย
บทที่ 5 ขจัดความท้อแท้ แน่วแน่สู้
บทที่ 6 กลยุทธ์เป้าหมาย
บทที่ 7 วิธีเขียนตอบให้สอบผ่าน


Tuesday, December 25, 2012

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเป็นพิธีกร

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเป็นพิธีกร

ที่มา หนังสือรู้รักตระหนักใช้วัฒนธรรมไทย ตามโครงการ “เมืองคนดีวิถีธรรม”
1. พิธีกรคือใคร
พิธีกร คือ ผู้เตรียมการทุกขั้นตอน ประสานกับทุกฝ่ายและกำกับพิธีการให้เป็นไปตาม
ขั้นตอนที่ได้เตรียมไว้ก่อนแล้ว โดยการพูดบ้างเล็กน้อยหรือไม่ต้องพูดเลย
พิธีกร หมายถึง บุคคลที่รับผิดชอบด้านพิธีการ มีหน้าที่ดำเนินรายการให้เป็นไปตามขั้นตอน
ที่เตรียมไว้แล้ว
2. พิธีกรมีหน้าที่หรือบทบาทอย่างไร
1). เป็นผู้นำด้านพิธีการ
2). เป็นผู้ควบคุมหรือกำกับรายการภาคพิธีการตามกำหนดการ
3). เป็นผู้ทำหน้าที่ตามกำหนดการเท่านั้นไม่ทำนอกรายการ
4). เป็นผู้สร้างบรรยากาศให้เป็นพิธีการ และควบคุมบรรยากาศภาคพิธีการ
5). เป็นผู้พูดคนแรกและคนสุดท้ายในพิธีการ
6). เป็นผู้ถูกมองว่า มีความรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับพิธีการนั้นๆ


2. พิธีกรต้องเตรียมการอย่างไร
พิธีกร ต้องศึกษางานให้เข้าใจ ต้องเตรียมการและ
ประสานงานกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
3. พิธีกรกับเจ้าของงานมีความสัมพันธ์กันอย่างไร
พิธีกร ต้องทำหน้าที่แทนเจ้าภาพ อย่าทำตัวเป็นแขกผู้มี
เกียรติหรือผู้ร่วมงาน กล่าวคือ ต้องรู้ทุกอย่าง และตอบ
คำถามแทนเจ้าภาพได้

----------------------------------
1. จรรยาบรรณของพิธีกรเป็นอย่างไร
พิธีกรที่ดีต้อง - ศึกษางานให้ชัด
- เตรียมงานให้ดี
- ประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องอย่างถ้วนทั่ว จึงจะเกิดความมั่นใจใน
การปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งควรมีจรรยาบรรณดังนี้
อย่าริอ่านเป็นโฆษกใหญ่ อย่าเข้าหาไมค์เวลาเมา
อย่ามัวเล่าเรื่องตัวเอง อย่าอวดเก่งพูดยาวนาน
ต้องเตรียมการทุกขั้นตอน พึงสังวรจัดรายการ
จงพูด อ่าน เขียน ให้ถูก ปลูกไมตรีสร้างทีมงาน
ดำรงความสง่า มั่นศึกษาหมั่นปรับปรุง

3. โฆษก คือใคร
โฆษก คือ ผู้พูด ผู้ประกาศ หรือผู้โฆษณา ผู้แถลง เช่น
โฆษกพรรคการเมือง โฆษกรัฐบาล โดยมีผู้เตรียมข้อมูลให้
อ่าน แถลง หรือการเชิญชวนทำความเข้าใจก่อนถึงพิธีการ
4. พิธีกร กับโฆษกมีบทบาทแตกต่างกันอย่างไร
พิธีกร คือ ผู้เตรียมการทุกขั้นตอน ประสานกับทุกฝ่ายและ
กำกับพิธีการให้เป็นไปตาม
ขั้นตอนที่ได้เตรียมไว้ก่อนแล้ว โดยพูดบ้างเล็กน้อย
หรือไม่ต้องพูดเลย
โฆษก คือ ผู้พูด ผู้แถลง ผู้โฆษณา

-------------------
1. ทักษะการใช้ภาษามีกี่ระดับ อะไรบ้าง
ภาษาที่ใช้ของพิธีกรมี 5 ระดับ คือ
1). ระดับกันเอง ใช้ในวงสนทนา ผู้ใกล้ชิดมาก ๆ
2). ระดับสนทนา ใช้ในการสนทนาของบุคคลกลุ่มเล็กๆ เช่น การปรึกษาหารือ เป็นต้น
3). ระดับกึ่งทางการ ใช้ในการประชุมกลุ่มอภิปราย กลุ่มบรรยายในห้องเรียนการแสดง
ความคิดเห็นเชิงวิชาการ
4). ระดับทางการ ใช้ในการบรรยาย อภิปราย การเสนอข่าวต่อสาธารณชนอย่างเป็น
ทางการ การใช้ภาษาของพิธีการทั่วไปจะอยู่ในระดับนี้
5). ระดับพิธีกร ใช้ในที่ประชุมจัดขึ้นอย่างเป็นพิธี เช่น การเปิดประชุมรัฐสภา การกล่าว
ปราศรัยของบุคคลสำคัญ
2. ตัวอย่างภาษาที่ใช้ต่างระดับในการพูดของพิธีกร
ระดับ 1 – 3 ระดับ 4 – 5
งานแต่งงาน งานมงคลสมรส
ถึงเวลาแล้ว ได้เวลาอันสมควรแล้ว
ประธานมาถึงแล้ว ประธานในพิธีได้เดินทางมาถึงบริเวณงานล้ว
พระสงฆ์องค์เจ้า พระสงฆ์
เผาศพ ฌาปนกิจศพ

------------------------------------
5. การกล่าวทักทายในที่ประชุมหรือที่ชุมชนต่างๆ เป็นหน้าที่ของ
พิธีกรหรือไม่ การทักทายในที่
ประชุม ควรเป็นการทักทายโดยทั่วไป เช่น ท่านผู้มีเกียรติที่
เคารพไม่ควรกล่าวเจาะจงเป็น
ตำแหน่ง ซึ่งการทักทายแบบนั้น เป็นหน้าที่ของผู้ที่ไปพูด ไม่ใช่
หน้าที่ของพิธีกร
6. มีบทบาทในการให้ความรู้แก่ผู้ฟังหรือผู้ร่วมงานพิธีหรือไม่
พิธีกร ไม่มีบทบาทเป็นผู้ให้ความรู้ แต่เป็นผู้คอยเชื่อมโยง
กิจกรรมหนึ่งไปสู่กิจกรรมหนึ่ง
สำหรับผู้ที่ให้ความรู้เรียกว่า “วิทยากร” หรือ “พระนักเทศน์”
หรือบุคคลอื่นที่ถูกเชิญมิใช่พิธีกร

----------------------------------
1. พิธีการจะต้องแนะนำตัวเองก่อนปฏิบัติหน้าที่หรือไม่
ไม่ควร เพราะงานพิธีกรเป็นงานที่ส่งเสริมให้คนอื่นเด่น มิใช่ตัวเองเด่น แต่ถ้าเป็นคนเชิญเรา
ออก
ชื่อให้ปฏิบัติหน้าที่พิธีกร ก็ดูดีขึ้นกว่าการที่จะแนะนำตัวเอง
2. ถ้าได้รับเชิญให้เป็นประธาน หรือเป็นวิทยากร การจะต้องทักทายในที่ประชุมมีหลักการ
ทักทาย อย่างไร
ควรทักทายไม่เกิน 3 – 4 ชื่อ หรือ 3 – 4 ตำแหน่ง เรียงตามลำดับอาวุโส แล้วตามด้วยคำ
ว่า “และท่านผู้มีเกียรติ”
เวลาทักผู้ใด ควรหันหน้าไปทางผู้นั้น จนกระทั่งสบตาหรือมองไปที่ใบหน้าของผู้ถูกทัก ไม่
ต้องมีคำว่า “กราบเรียน” “เรียน” “สวัสดี”
3. กรณีมีพระสงฆ์ผู้ใหญ่อยู่ในที่ประชุมด้วย จะแยกการทักทายอย่างไร
ควรเริ่มด้วยคำว่า “มนัสการ” ตามด้วยสมณศักดิ์ของท่าน และก่อนจะทักคฤหัสถ์ ซึ่งเป็น
ผู้ใหญ่ อยู่ในที่นั้น จะใช้คำว่า “กราบเรียน” คั่นกลาง เพื่อให้เห็นความแตกต่าง
4. ถ้ามีพระสงฆ์ผู้ใหญ่หลายรูปจะทักทายอย่างไร

----------------------------------------------------------
ทักพระสงฆ์ที่เป็นประธานก่อนแล้วตามด้วยคำว่า “พระเถรานุเถระ”
5. หลักการกล่าวขอบคุณที่ดี ควรทำอย่างไร
1). พิธีกรควรหันไปทางที่ผู้รับกล่าวขอบคุณ
2). กล่าวทักผู้รับการขอบคุณ
3). ถ้อยคำที่ใช้ให้รู้สึกว่ากล่าวกับผู้รับการขอบคุณเท่านั้น
4). กล่าวถึงความประทับใจจากการฟัง การร่วมกิจกรรม
5). ลงท้ายด้วยข้อความว่า “ในนาม.....................”
6). ลงท้ายด้วยข้อความที่มีพลัง เช่น คำคม กลอน หรือถ้อยคำที่
พูดแล้วรู้สึกประทับใจกว่า
ธรรมดาเพื่อเรียกร้องให้ผู้ฟังปรบมือโดยอัตโนมัติ

------------------------------------------
1. การเชิญประธานขึ้นประกอบพิธี พิธีกรกล่าวนำก่อนเชิญอย่างไร
ถ้าเป็นพิธีการทั่วไป เช่น เปิดประชุมสัมมนาใช้ว่า “บัดนี้ได้เวลาอันสมควรแล้ว”
ถ้าเป็นพิธีการที่ให้ฤกษ์ เช่น เปิดป้าย (วางศิลาฤกษ์ ใช้ว่า “บัดนี้ ได้เวลาอันเป็นมงคลฤกษ์
แล้ว)
2. การเชิญประธานขึ้นประกอบพิธีมีวิธีปฏิบัติอย่างไร
วิธีปฏิบัติ 3 ประการ
1). พิธีการสำคัญมาก ไม่ประกาศเชิญทางเครื่องขยายเสียง แต่มีการเตรียมการ
อย่างดี ซักซ้อมกันอย่างดี
2). ใช้วิธีบรรยาย เช่น พูดว่า บัดนี้ได้เวลาอันสมควรแล้ว ท่านประธานในพิธีจะได้
ประกอบพิธีบูชาพระรัตนตรัย
3). ใช้วิธีเชิญทางไมโครโฟน ซึ่งเป็นวิธีใช้อยู่ทั่วไป ใช้ในงานทั่วๆ ไป
3. อยากทราบวิธีการใช้คำว่า “พระคุณท่าน” “พระคุณเจ้า” และ “พระเดชพระคุณ”
“พระคุณท่าน” ใช้กับพระสงฆ์ทั่วไป
“พระคุณเจ้า” ใช้กับพระสงฆ์สูงขึ้นไปอีก
“พระเดชพระคุณ” ใช้กับพระสงฆ์ระดับรองสมเด็จหรือสมเด็จขึ้นไป
(ความนิยมในการพูด)
4. การเรียกพระสงฆ์รูปไหนเรียก “พระ” รูปไหนเรียก “พระอธิการ” รูปไหนเรียก “เจ้า
อธิการ”

-------------------------------------------------------
7. การอาราธนาศีลพิธีกรบางคนยืน บางคนนั่ง มีวิธีถูกต้องอย่างไร
- ถ้าพระนั่งบนอาสน์สงฆ์ ผู้ร่วมพิธีนั่งเก้าอี้ พิธีกรยืนท้าย
อาสน์สงฆ์ตรงพระรูปที่ 3 นับจากท้ายสุด
- ถ้าพระนั่งระดับพื้น ผู้ร่วมพิธีนั่งระดับพื้น พิธีกรควรนั่งคุกเข่า
หน้าประธานสงฆ์ ประนมมือ
กราบ 3 ครั้ง แล้วจึงกล่าวอาราธนาศีล
- ถ้าพระนั่งบนอาสน์สงฆ์ แต่ผู้เข้าร่วมพิธีนั่งพื้น พิธีกรควร
นั่งคุกเข่าอาราธนาศีล เช่นกัน

----------------------------------------------------
1. คำว่า “สวดมนต์” “เจริญพระพุทธมนต์” “สวดพระพุทธมนต์” ใช้ต่างกันอย่างไร
สวดมนต์ ใช้กับกิจกรรมต่าง ๆ เช่น นักเรียนสวดมนต์ นายขาวสวดมนต์ก่อนนอน
เจริญพระพุทธมนต์ ใช้ในพิธีการทั่วไปที่เป็นงานมงคลต่าง ๆ
สวดพระพุทธมนต์ ใช้กับพิธีอวมงคล
2. คำว่า “พระอุโบสถ” กับ “อุโบสถ” หรือ “โบสถ์” ใช้ต่างกันอย่างไร
พระอุโบสถให้ใช้กับวัดที่เป็นพระอารามหลวง ส่วนวัดราษฎร์ให้เรียกว่าอุโบสถหรือโบสถ์
3. คำว่า “หมายกำหนดการ” กับ “กำหนดการ” ใช้ต่างกันอย่างไร
หมายกำหนดการ ใช้กับงานที่สำนักพระราชวังเป็นผู้กำหนดขึ้น มีผู้บรรยายพระบรมราช
โองการ (พระมหากษัตริย์หรือพระราชวงศ์รับสั่งและมีผู้สนองพระบรมราชโองการ)
กำหนดการใช้กับหนังสือทั่วไป ที่สำนักพระราชวังมิได้เป็นผู้กำหนด
4. คำว่า “แขกผู้มีเกียรติ” กับ “ท่านผู้มีเกียรติ” ใช้ต่างกันอย่างไร
ควรใช้ค่าว่า “ท่านผู้มีเกียรติ” เพราะเป็นคำที่ใช้กับผู้อยู่ในที่นั้น หรือกลุ่มเดียวกัน แต่ไม่
ควรใช้คำว่า “แขกผู้มีเกียรติ”
5. เวลา 09.30 น. พิธีกรควรอ่านว่าอย่างไร
ควรอ่านว่า “เวลาเก้านาฬิกา สามสิบนาที” ไม่ควรอ่านว่า “เวลาเก้าจุดสามศูนย์นอ”
6. สิ่งของที่จะวายพระสงฆ์ในพิธีการทำบุญ จะเรียกว่า “ไทยทาน” หรือ “ไทยธรรม”
ต้องใช้คำว่า “ไทยธรรม” ซึ่งแปลว่า ของที่ถวายพระ ส่วน “ไทยทาน” นั้น คือทานที่
ให้แก่คนทั่วไป

--------------------------------------------------------

Monday, December 24, 2012

คำว่า "คน" กับ "มนุษย์"

 
 คำว่า "คน" กับ "มนุษย์" ว่ากันตามลักษณะแล้ว อาจมองเห็นได้ชัด
ว่า มีลักษณะภายนอกคือร่างกายไม่แตกต่างกันเลยและเหมือนกัน
เป็นที่สุด หาแยกกันได้ไม่ แต่เมื่อว่ากันโดยคุณลักษณะภายใน คือ
คุณธรรมแล้วไซร้ คงพอจะจำแนกแยกแยะได้โดยมิต้องสงสัยเลย
แต่เมื่อเอาไปเปรียบเทียบกับสัตว์ทั่วไป แน่นอน! ว่า สัตว์ที่เราเรียก
กันว่า "คน" หรือ "มนุษย์" นี้ ย่อมประเสริฐเป็นที่สุด ด้วยอาศัย
ปัญญา ความคิด กอปรทั้งคุณธรรมเป็นเหตุบ่งชี้
แต่เมื่อเอา "คน" กับ "มนุษย์" มาเปรียบเทียบกันก็คงแตกต่างและ
เหมือนกันด้วยเหตุดังว่ามาแล้วนี้ ส่วนใครคนใดจะมีความเป็นคน


ในทางกลับกัน ใครคนใดที่มีคุณธรรมในตัวมาก
อาจจะบ่งให้รู้ว่า คนๆ นั้นมีความเป็นมนุษย์ในตัว
มาก มีความเป็นคนน้อย ยิ่งมีคุณธรรมมากเท่าใด
ความเป็นมนุษย์ของเขาก็ยิ่งมีมากเท่านั้น ความเป็น
คนของเขาก็มีน้อยลง อาจจะเรียกได้ว่า "นี่แหละที่เขา
เรียกว่า "มนุษย์"
แต่ว่าโดยสรุปแล้ว คนเราก็มีทั้งดีทั้งชั่วด้วยกันทั้งนั้น
ในความเป็นคนก็มีความมนุษย์เจือปนอยู่ แม้ในความ
มนุษย์ก็ยังมีความเป็นคนปะปนอยู่ คนที่ดีนักดีหนา
เขาก็ยังมีข้อที่ควรติติง, แม้ในคนที่ว่าเลวนักเลวหนา
เขาก็ยังมีคุณธรรมให้ต้องสำนึก อย่างที่เขาว่าแหละ
สัจจะ(ความจริงใจ)ก็ยังมีในหมู่โจร ด้วยเหตุนี้แหละ
คนเราใช่ว่าจะดีไปหมด หรือเลวและชั่วร้ายไปเสียทุก
อย่าง

พระพุทธเจ้าตรัสว่า "ทนฺโต เสฏฺโฐ มนุสฺเสสุ" ใน
บรรดามนุษย์ คนได้รับการฝึกฝนพัฒนา(กาย วาจา
ใจ) แล้ว นั่นแหละ เป็นผู้ที่ชื่อว่า "ประเสริฐที่สุด"
พระพุทธเจ้าตรัสว่า "ทนฺโต เสฏฺโฐ มนุสฺเสสุ" ใน
บรรดามนุษย์ คนได้รับการฝึกฝนพัฒนา(กาย วาจา ใจ)
แล้ว นั่นแหละ เป็นผู้ที่ชื่อว่า "ประเสริฐที่สุด"
โดยชาติกำเนิดแล้ว คนหรือมนุษย์เราถือว่าเป็น
ประเสริฐกว่าสัตว์เดรัจฉานยิ่งนัก แต่จะให้ประเสริฐ
โดยแท้จริง ก็ต้องอาศัยคุณธรรมคือการฝึกฝนพัฒนา
กาย วาจา ใจของตนให้ดีขึ้นเพียงอย่างเดียวเท่านั้นถึงจะ
นับว่าประเสริฐขึ้น ๆ ในหมู่มนุษย์ด้วยกัน เอย
โดย…บังเร
37

Wednesday, November 7, 2012

วันบิดาแห่งฝนหลวง (14 พฤศจิกายน)

วันบิดาแห่งฝนหลวง (14 พฤศจิกายน)

 

วันบิดาแห่งฝนหลวง
ทุกวันที่ 14 พฤศจิกายน ของทุกปี

วันบิดาแห่งฝนหลวง

ความเป็นมาของโครงการพระราชดำริฝนหลวง
ต้นกำเนิดโครงการพระราชดำริฝนหลวง
“…แต่มาเงยดูท้องฟ้า มีเมฆ ทำไมมีเมฆอย่างนี้ ทำไมจะดึงเมฆนี่ลงมาให้ได้
ก็เคยได้ยินเรื่องการทำฝน ก็มาปรารภกับคุณเทพฤทธิ์ ฝนทำได้มี มีหนังสือ เคยอ่านหนังสือทำได้…”
วันบิดาแห่งฝนหลวง

วันบิดาแห่งฝนหลวง (14 พฤศจิกายน)

โครงการ พระราชดำริฝนหลวง เป็นโครงการที่ก่อกำเนิดจากพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงห่วงใยในความทุกข์ยากของพสกนิกรในท้องถิ่นทุรกันดาร ที่ต้องประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เพื่ออุปโภคบริโภค และเกษตรกรรม อันเนื่องมาจากภาวะแห้งแล้งซึ่งมีสาเหตุมาจาก ความผันแปร และคลาดเคลื่อนของฤดูกาลตามธรรมชาติ กล่าวคือ ฤดูฝนเริ่มต้นล่าเกินไป หรือหมดเร็วกว่าปกติหรือฝนทิ้งช่วงยาวในช่วงฤดูฝน จากพระราชกรณียกิจ ในการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกร ในทุกภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอนับแต่เสด็จขึ้นเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ จนตราบเท่าทุกวันนี้ ทรงพบเห็นว่าภาวะแห้งแล้ง ได้ทวีความถี่ และมีแนวโน้มว่าจะรุนแรงยิ่งขึ้นตามลำดับ เพราะนอกจากความผันแปร และคลาดเคลื่อนของฤดูกาลตามธรรมชาติแล้ว การตัดไม้ทำลายป่า ยังเป็นสาเหตุให้สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้แก่ราษฎร ในทุกภาคของประเทศ ทำความเสียหายแก่เศรษฐกิจโดยรวมของชาติเป็นมูลค่ามหาศาลในแต่ละปี
ตาม เส้นทางที่เคยเสด็จพระราชดำเนิน ทั้งภาคพื้นดิน ทางอากาศยานดังกล่าว ทรงสังเกตเห็นว่ามีเมฆปริมาณมากปกคลุมท้องฟ้า แต่ไม่สามารถก่อรวมตัวกัน จนเกิดเป็นฝนได้ เป็นเหตุให้เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงระยะยาวทั้ง ๆ ที่เป็นช่วงฤดูฝน ทรงคิดคำนึงว่า น่าจะมีมาตรการทางวิทยาศาสตร์ ที่จะช่วยให้เมฆเหล่านั้นก่อรวมตัวกันจนเกิดเป็นฝนได้ ทรงเชื่อมั่นว่า ด้วยลักษณะของกาลอากาศ ภูมิอากาศ และภูมิประเทศของประเทศไทยซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคเขตร้อน และอยู่ในอิทธิพลของฤดูมรสุมของทวีปเอเชีย โดยเฉพาะฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งเป็นฤดูฝน และเป็นฤดูเพาะปลูกประจำปีของประเทศไทย จะสามารถดัดแปรสภาพอากาศ ให้เกิดเป็นฝนตกได้ อย่างแน่นอน
ตามที่ทรงเล่าไว้ จาก พ.ศ. 2498 เป็นต้นมา ทรงศึกษาค้นคว้า และวิจัยทางเอกสาร ทั้งด้านวิชาการอุตุนิยมวิทยา และการดัดแปรสภาพอากาศ ซึ่งทรงรอบรู้ และเชี่ยวชาญ เป็นที่ยอมรับทั้งใน และต่างประเทศ จนทรงมั่นพระทัย จึงพระราชทานแนวคิดนี้แก่ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล ผู้เชี่ยวชาญในการวิจัยประดิษฐ์ทางด้านเกษตรวิศวกรรม ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขณะนั้น ในปีถัดมา และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้หาลู่ทางที่จะทำให้เกิดการทดลองปฏิบัติการในท้องฟ้าให้เป็นไปได้
การทดลองในท้องฟ้าเป็นครั้งแรก จนถึงปี พ.ศ. 2512 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดตั้งหน่วยบิน ปราบศัตรูพืชกรมการข้าว และพร้อมที่จะให้การสนับสนุน ในการสนองพระราชประสงค์ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล จึงได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบว่า พร้อมที่จะดำเนินการ ตามพระราชประสงค์แล้ว ดังนั้นในปีเดียวกันนั้นเอง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทำการทดลองปฏิบัติการจริงในท้องฟ้าเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 1-2 กรกฎาคม 2512 โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แต่งตั้งให้ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล เป็นผู้อำนวยการโครงการ และหัวหน้าคณะปฏิบัติการทดลอง เป็นคนแรก และเลือกพื้นที่วนอุทยานเขาใหญ่เป็นพื้นที่ทดลองเป็นแห่งแรก โดยทดลองหยอดก้อนน้ำแข็งแห้ง (dry ice หรือ solid carbondioxide) ขนาดไม่เกิน 1 ลูกบาศก์นิ้ว เข้าไปในยอดเมฆสูงไม่เกิน 10,000 ฟุต ที่ลอยกระจัดกระจายอยู่เหนือพื้นที่ทดลองในขณะนั้น ทำให้กลุ่มเมฆ ทดลองเหล่านั้น มีการเปลี่ยนแปลงทางฟิสิกส์ของเมฆอย่างเห็นได้ชัดเจน เกิดการกลั่นรวมตัวกันหนาแน่น และก่อยอดสูงขึ้นเป็นเมฆฝนขนาดใหญ่ ในเวลาอันรวดเร็วแล้วเคลื่อนตัวตามทิศทางลม พ้นไปจากสายตา ไม่สามารถสังเกตได้ เนื่องจากยอดเขาบัง แต่จากการติดตามผลโดยการสำรวจทางภาคพื้นดิน และได้รับรายงานยืนยันด้วยวาจาจากราษฎรว่า เกิดฝนตกลงสู่พื้นที่ทดลองวนอุทยานเขาใหญ่ในที่สุด นับเป็นนิมิตหมายบ่งชี้ให้เห็นว่า การบังคับเมฆให้เกิดฝนเป็นสิ่งที่เป็นไปได้



พระบิดาแห่งฝนหลวง

พระ ราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีต่อประชาชนและประเทศชาติในโครงการพระราชดำริฝนหลวงมีมากมายนานัปการ ทรงเป็นผู้ให้กำเนิด “ฝนหลวง” จากพระราชดำริเมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๔๙๘ พระองค์เสด็จฯ เยี่ยมประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทรงพบเห็นความทุกข์ยากเดือดร้อนของประชาชนในถิ่นทุรกันดารอันเนื่องมากจาก ความเปลี่ยนแปลงไม่แน่นอนของฝนตามธรรมชาติ ดังข้อความในพระราชบันทึกพระราชทานว่า “....เมื่อมีฝนก็มีมากเกินพอ จนเกิดปัญหาน้ำท่วม เมื่อหมดฝนก็เกิดปัญหาภัยแล้งตามมา นี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่งของความยากจนของประชาชน เมื่อแหงนมองท้องฟ้ามีเมฆมาก แต่ลดพัดพาผ่านไปไม่ตกเป็นฝนน่าจะมีวิธีบังคับให้ฝนตกสู่พื้นที่แห้งแล้ง ได้....” พระองค์จึงทรงทุ่มแทและเสียสละเวลา และพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อ ใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยีฝนหลวงด้วยพระวิริยะอุตสาหะและพระเมตตาที่มีต่อ ประชาชนที่ได้รับความทุกข์ยากจากภัยแล้ง ทรงทำการศึกษาทบทวน และวิเคราะห์วิจัยจนทรงสามารถค้นพบและสรุปเป็นข้อ สมมติฐาน ทำให้เกิดการทดลองปฏิบัติการจริงในท้องฟ้าได้เป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๒ ทรงทำการวิจัยและพัฒนากรรมวิธีควบคู่กับการพระราชทานข้อแนะนำทางเทคนิคต่าง ๆ ในการทำฝนกู้ภัยแล้ง ทรงสนพระทัยและติดตามผลการปฏิบัติการฝนหลวงอย่างต่อเนื่อง หากเกิดวิกฤตการณ์ภัยแล้งอย่างกว้างขวางและรุนแรงของประเทศ พระองค์จะทรงพระราชทานข้อแนะนำทางเนคนิคในการวางแผน และปรับแผนการทำฝนเทียม ให้ได้ผลดียิ่งขึ้น บางครั้งได้พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์เข้าช่วยเหลืออีกด้วย “โครงการฝนหลวง” สามารถแก้ไขวิกฤตภัยแล้งได้สำเร็จเป็นอย่างดี
ในปัจจุบันโครงการหลวงมีภารกิจทำฝนหลวงเพื่อแก้ไขภัยแล้ง ป้องกันฝนทิ้งช่วงและเพิ่มปริมาณน้ำให้กับเขื่อนต่าง ๆ และทำฝนหลวงเพื่อทำการชุ่มชื้นให้พื้นที่เกษตรกรรม และป่าไม้ในช่วงฤดูฝน ตามแนวพระราชทานนโยบายเพื่อลดการใช้น้ำจากเขื่อน ลดโอกาสเกิด ไฟป่าและทำฝนดับไฟป่า เพื่อช่วยลดความเสียหายจากไฟป่าได้อย่างมาก ด้วย โครงการฝนหลวงได้ปฏิบัติงาน ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติมาโดยตลอด ดังนั้นคณะรัฐมนตรีในการประชุมวันที่ ๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ จึงมีมติเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายพระราชสมัญญา “พระบิดาแห่งฝนหลวง” และกำหนดให้วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ของทุกปี เป็นวันพระราชบิดาแห่งฝนหลวง
ข้อมูลจาก : http://www.aksorn.com

“นายพีระ ตันติเศรณี” นายกฯ นครสงขลา ถูกลอบยิงเสียชีวิต



       ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา นายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา ถูกลอบยิงเสียชีวิตแล้ว เหตุเกิดบริเวณด้านหน้าสำนักงานภาคีคนรักสงขลา ถ.นครใน เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา หลังจาก นายพีระ เสร็จจากการร่วมประชุม
      
       ทั้งนี้ มีรายงานข่าวเบื้องต้นว่า กลุ่มคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 3 คน ใช้อาวุธสงครามทั้งปืน เอ็ม 16 และคาร์บิน ยิงถล่มเข้าใส่ ก่อนจะใช้รถยนต์กระบะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์เทา หลายเลขทะเบียน 7856 สงขลา เป็นพาหนะในการหลบหนี โดยขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิทยุประสานกำลังเร่งให้สกัดจับคนร้ายบนเส้นทางออก นอกเมืองทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นบนถนนลพบุรีราเมศวร์ ที่มุ่งสู่ อ.หาดใหญ่ และ จ.พัทลุง หรือถนนสายสู่ อ.สิงหนคร และ อ.จะนะ เป็นต้น


คนร้ายลอบยิง นายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา เสียชีวิต
รายงานข่าวแจ้งว่า  นายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา ถูกลอบยิงเสียชีวิต ค่ำวันนี้ (7พ.ย.) ที่บริเวณด้านหน้าสำนักงานภาคีคนรักสงขลา ถ.นครใน เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุ
ทัง้นี้ ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนคาร์บิน และเอ็ม 16 ตก อยู่ในที่เกิดเหตุจำนวนมาก รายงานระบุกลุ่มคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 3 คน  ก่อนจะใช้รถยนต์กระบะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน 7856 สงขลา เป็นพาหนะในการหลบหนี เบื้องต้นอยู่ระหว่างสกัดจับผู้ก่อเหตุ  และสันนิษฐานเบื้องต้น คาดว่าผู้ตายมีความขัดแย้งในเทศบาลนครสงขลา




ยิง'พีระ'นายกเล็กนครสงขลาดับ

คนร้ายซิ่งปิกอัพประกบยิง "พีระ ตันติเศรณี" นายกเล็กนครสงขลาเสียชีวิต คาดปมขัดแย้งในเทศบาล

              เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. วันที่ 7 พฤศจิกายน ตำรวจ สภ.เมืองสงขลา รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มนายพีระ ตันติเศรณี อายุ 53 ปี นายกเทศมนตรีนครสงขลา เสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณหน้าร้านสงขลาฟอรั่ม เลขที่ 97 ถนนนครใน เขตเทศบาลนครสงขลา ซึ่งเปิดเป็นศูนย์ประสานงานโครงการพลังพลเมืองเยาวชนสงขลา

              จากการตรวจสอบพบว่า นายพีระถูกยิงเสียชีวิตอยู่หน้าร้านดังกล่าว มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามเอ็ม 16 และคาร์บิน เข้าลำตัวและศีรษะจนพรุน ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนทั้งสองชนิดตกอยู่เกือบ 50 ปลอก

              สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายพีระได้เข้าไปร่วมประชุมกับกลุ่มเอ็นจีโอเรื่องปัญหาสาร กัมมันตรังสี หลังได้เข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินที่ลงพื้นที่ติดตามปัญหาในวัน ดังกล่าว หลังประชุมเสร็จได้เดินออกมาขึ้นรถตู้ประจำตำแหน่ง ยี่ห้อโตโยต้าสีบรอนซ์เงิน ทะเบียน นข 3336 สงขลา ที่จอดเยื้องออกไปหน้าร้าน ได้มีกลุ่มคนร้าย 3 คนขับรถกระบะวีโก้ สีบรอนซ์ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนขับมาจอดด้านหน้าร้านดังกล่าว ก่อนใช้อาวุธสงครามกราดยิงจนเสียชีวิตคาที่ ทั้งยังกราดยิงรถตู้ของนายพีระจนพรุนทั้งด้านหน้าและหลัง ก่อนหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

              หลังเกิดเหตุนายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าฯ สงขลา เดินทางมาร่วมตรวจสอบร่วมกับตำรวจ พร้อมสั่งการให้สกัดจับรถยนต์ของคนร้ายตามเส้นทางขาออกตัวเมืองสงขลาทุกเส้น ทาง รวมทั้งวิทยุประสานตำรวจทุกสถานีที่คาดว่าจะเป็นเส้นทางที่คนร้ายจะหลบหนี แต่ยังไร้วี่แวว


              สำหรับสาเหตุของการสังหารนายพีระที่เพิ่งเข้าดำรงตำแหน่งนี้ในสมัยแรกนั้น ตำรวจมุ่งประเด็นไปที่เรื่องการเมืองท้องถิ่น โดยเฉพาะการบริหารงานภายในของเทศบาลนครสงขลา ซึ่งก่อนหน้านี้รองนายกเทศมนตรีนครสงขลา ได้ขอลาออกยกชุด 4 คน เนื่องจากไม่พอใจการทำงานของนายพีระ ต่อมานายพีระได้สั่งพักราชการข้าราชการประจำของเทศบาลนครสงขลาอีก 8 คน และได้มีการยื่นเรื่องขอความเป็นธรรมไปยังผู้ว่าฯ สงขลา ส่วนประเด็นการเคลื่อนไหวให้มีการขนย้ายสารกัมมันตรังสีของบริษัทหนึ่งนั้น ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นส่วนตัวทิ้งเช่นกัน 

              ขณะที่นายไกรเลิศ เรืองสงฆ์ ประธานสภาเทศบาลนครสงขลา เปิดเผยว่า เป็นเหตุที่อุกอาจมาก เนื่องจากจุดที่เกิดเหตุอยู่กลางเมือง อีกทั้งอาวุธที่คนร้ายใช้เป็นอาวุธสงคราม สาเหตุเบื้องต้นเชื่อว่ามาจากเรื่องขัดแย้งทางการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่

              "ยอมรับว่า ที่ผ่านมาการบริหารเกี่ยวกับงานการเมืองท้องถิ่นในระดับพื้นที่มีหลายเรื่อง หลายประเด็นที่เกิดขึ้นและนำมาสู่ประเด็นความขัดแย้งในการบริหารงานภายใน ทำให้เชื่อว่าน่าจะเป็นปมการสังหาร เบื้องต้นผมทราบรายละเอียดเป็นอย่างดีและพร้อมจะเข้าให้การต่อตำรวจ เพื่อติดตามหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้" นายไกรเลิศกล่าว

              มีรายงานว่า หลังเกิดเหตุก็มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางถึงประเด็นสังหาร ส่วนใหญ่ให้น้ำหนักเรื่องขัดแย้งการเมืองท้องถิ่น แม้ช่วงนี้จะมีเรื่องการตรวจสอบเกี่ยวกับสารกัมมันตรังสีก็ตาม แต่ไม่น่าเป็นประเด็นรุนแรงถึงขั้นลอบสังหาร





นครศรีธรรมราช-ยิง ผบ.เรือนจำทุ่งสง พร้อมผู้คุม สาหัส


 
 
คน ร้ายขับรถเก๋งลงมาจ่อยิงระยะเผาขนผู้บัญชาการเรือนจำทุ่งสง และผู้คุมอีก 2 คน ได้รับบาดเจ็บสาหัส สาเหตุคาดจากการเอาจริงเรื่องปราบปรามยาเสพติด

แพทย์ รพ.ทุ่งสง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน คือ นายพิชิตร วรรณจิตร อายุ 56 ปี ผู้บัญชาการเรือนจำ ทุ่งสง ถูกยิงด้วยกระสุนขนาด 9 มม. เข้ากลางแผ่นหลัง 1 นัด กระสุนฝังใน อาการสาหัส นายวีระศักดิ์ เรืองเกิด อายุ 53 ปี ผู้คุมเรือนจำ ถูกยิงเข้าขาขวา และ นายภักดี สุรภักดิ์ อายุ 52 ปี ผู้คุมเรือนจำ และเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ ถูกยิงเข้าที่แขนขวา และแผ่นหลัง อาการสาหัส ยังไม่รู้สึกตัว

โดยก่อน หน้านี้ ผู้บาดเจ็บทั้ง 3 คน กำลังนั่งรับประทานอาหารกันที่บ้านของ นายภักดี สุรภักดิ์  ผู้คุมเรือนจำ ตั้งอยู่ริมถนนสาย ทุ่งสง-นครศรีธรรมราช ห่างจากเรือนจำ ประมาณ 2 กม. ระหว่างนั้นมี คนร้ายไม่ทราบจำนวน ขับรถยนต์ไม่ทราบสี ยี่ห้อ และทะเบียน มาจอดบนถนนหน้าบ้าน จากนั้นมีคนร้าย 1 คน เดินลงมาจากรถตรงมาที่ทั้ง 3 คน กำลังที่นั่งรับประทานอาหารอยู่ในบ้าน แล้วชักปืนขนาด 9 มม.ออกมาจ่อยิงในระยะเผาขนหลายสิบนัดจนวงแตกกระเจิง สิ้นเสียงปืน คนร้ายวิ่งไปขึ้นรถที่ติดเครื่องรออยู่ขับมุ่งหน้าไปทางตลาดทุ่งสง พลเมืองดีจึงรีบนำคนเจ็บทั้งหมด ส่ง รพ.และแจ้งเจ้าหน้าที่ ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เก็บปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ได้จำนวน 8 ปลอก จึงเก็บใว้เป็นหลักฐาน
ส่วน สาเหตุตำรวจ คาดว่ามาจากเรื่องที่ ผบ.เรือนจำทุ่งสง เป็นคนเอาจริงเอาจังเรื่องยาเสพติด ทั้งปราบปรามและป้องกัน จนยาเสพติดทะลักเข้าเรือนจำไม่ได้เหมือนเมื่อก่อน อาจสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มคนที่เสียผลประโยชน์ จึงวางแผนจ้างมือปืนมาก่อเหตุดังกล่าว



คาดยิงผบ.เรือนจำทุ่งสงปมปราบยาเสพติด


วันนี้(7  พ.ย.)   พ.ต.อ.สุชาติ  วงศ์อนันต์ชัย   อธิบดีกรมราชทัณฑ์  กล่าวถึงกรณีคนร้ายบุกยิงนายพิชิต  วรรณจิตต์  ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอทุ่งสง  จ.นครศรีธรรมราช และลูกน้อง รวม 3 คน บาดเจ็บสาหัส ว่า ตนได้มอบหมายให้นายกอบเกียรติ  กสิวิวัฒน์  รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์   ลงไปติดตามสถานการณ์ เข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลทุ่งสง และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่เรือนจำ
อย่างไรก็ตาม สำหรับมูลเหตุที่นำไปสู่การลอบยิงขณะนี้ทางกองบังคับการ ตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช และฝ่ายสืบสวน สภ.ทุ่งสง  อยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวน  เบื้องต้นได้ตั้งมูลเหตุไว้หลายประเด็นทั้งเรื่องส่วนตัว และปัญหายาเสพติดในเรือนจำ   เนื่องจากเรือนจำอำเภอทุ่งสงถือเป็นหนึ่งในเรือนจำที่ใช้ควบคุมผู้ต้องขังยา เสพติดรายใหญ่ที่ย้ายมาจากเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช  ซึ่งผู้ต้องขังที่ย้ายมาส่วนใหญ่ยังคงมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายา เสพติดนอกเรือนจำ  ขณะที่เรือนจำดังกล่าวเพิ่งมีการปรับย้ายตำแหน่งใหม่ โดยมอบหมายให้นายพิชิตเข้าไปทำหน้าที่ เพราะเห็นว่าเป็นคนทำงานดี และทำโครงการเรือนจำสีขาวที่เรือนจำอำเภอเบตง  จ.ยะลา  จนได้รับคำชื่นชม และเมื่อเข้ามารับหน้าที่แล้วตนได้กำชับให้กวาดล้างยาเสพติดในเรือนจำทุกวัน ซึ่งอาจเป็นประเด็นหนึ่งที่ทำให้ผู้ต้องขังที่เกี่ยวข้องขบวนการค้ายาเสพติด เสียประโยชน์ก็เป็นได้จนก่อเหตุ  ซึ่งนายพิชิตเพิ่งมาดำรงตำแหน่งได้ประมาณ 1 เดือนเท่านั้น