Wednesday, February 8, 2012

ข้าราชการเฮ!! ครม.อนุมัติปรับเงินเดือน มีผลย้อนหลัง 1 ม.ค. 55

ข้าราชการเฮ!! ครม.อนุมัติปรับเงินเดือน มีผลย้อนหลัง 1 ม.ค. 55

 ที่ ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้เห็นชอบกฎ ก.พ.ว่าด้วยเรื่องการรับเงินเดือนข้าราชการ พ.ศ. …. เพื่อปรับโครงสร้างเงินเดือนข้าราชการ 1.5 หมื่นบาทต่อเดือนให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2555 สำหรับโครงสร้างเงินเดือนข้าราชการใหม่จะเป็นดังนี้
ข้าราชการวุฒิ ปวช.ใน ปีที่ 1 จะมีเงินเดือนขั้นต่ำ 7,620 บาท ขั้นสูง 8,080 บาท ในปีที่ 2 จะปรับเพิ่มเป็นเงินเดือนขั้นต่ำ 9,000 บาท อัตราขั้นสูง 9,900 บาท
ข้าราชการวุฒิ ปวส.ในปีที่ 1 จะมีเงินเดือนขั้นต่ำ 9,300 บาท ขั้นสูง 9,860 บาท ปีที่ 2 จะปรับเพิ่มเป็นเงินเดือนขั้นต่ำ 10,500 บาท ขั้นสูง 11,550 บาท
ข้าราชการวุฒิ ป.ตรี ใน ปีที่ 1 จะมีเงินเดือนขั้นต่ำ 11,680 บาท ขั้นสูง 12,390 บาท ในปีที่ 2 จะปรับเพิ่มเป็นเงินเดือนขั้นต่ำ 15,000 บาท ขั้นสูง 16,500 บาท
ข้าราชการวุฒิ ป.โท จะ มีเงินเดือนขั้นต่ำในปีที่ 1 จำนวน 15,300 บาท ขั้นสูง 16,220 บาท และในปีที่ 2 จะมีเงินเดือนขั้นต่ำ 17,500 บาท และขั้นสูง 19,250 บาท
ขณะที่ เมื่อคำนวณจากฐานเงินเดือนปัจจุบันของข้าราชการวุฒิ ป.ตรี ที่รับอยู่จำนวน 9,140 บาท กับฐานเงินเดือนขั้นต่ำที่จะถูกปรับเพิ่มในปีที่ 2 เท่ากับว่า เงินเดือนจะได้ปรับขึ้นถึง 64% ส่วนวุฒิ ป.โท จะปรับขึ้น 45% จากฐานเงินเดือนปัจจุบัน 12,000 บาท และ วุฒิ ป.เอก ปรับขึ้น 24% จากฐานปัจจุบัน 17,000 บาท
อย่างไรก็ตาม การปรับเงินเดือนชดเชยผู้ได้รับผลกระทบ 2 ครั้งดังกล่าว ให้มีผลใช้บังคับพร้อมกับการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุในปีที่ 1
อย่างไรก็ตาม ในปีที่ 2 ตามบัญชีเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงของข้าราชการพลเรือนสามัญ โดยปรับเงินเดือนชดเชยให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายผู้เข้ารับราชการในตำแหน่ง ระดับแรกบรรจุ ก่อนวันที่มาตรการนี้มีผลบังคับอย่างน้อย 10 ปี ผลจากการปรับเงินเดือนชดเชย จะต้องไม่ทำให้ผู้ซึ่งเคยได้รับเงินเดือนสูงกว่า กลายเป็นผู้ได้รับเงินเดือนต่ำกว่าผู้ดำรงตำแหน่งในประเภทและระดับเดียวกัน ที่บรรจุในวุฒิเดียวกัน
พร้อมกันนี้ นายนนทิกร กาญจนะจิตรา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน กล่าวว่า  การปรับขึ้นอัตราเงินเดือนราชการ ปริญญาตรี-โท-เอก-ปวช.-ปวส. ในปีแรก 2555 มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555 ใช้งบประมาณ 5,600 ล้านบาท พร้อมทั้งปรับขึ้นเงินเดือนราชการที่มีอายุงานตั้งแต่ 1 – 10 ปี ตามฐานเงินเดือนจริง
ส่วน ที่มีอายุงานเกิน 10 ปีขึ้นไปอยู่ระหว่างพิจารณา  สำหรับฐานเงินเดือนที่ยังไม่ถึง 15,000 บาท จะเพิ่มเงินการครองชีพชั่วคราวให้ไม่เกิน 15,000 บาท โดยเงินเดือนที่ปรับฐานใหม่ คือ
ปริญญาตรี จากเดิม 9,140 บาท เพิ่มเป็น 11,680 บาท
ปริญญาโท จากเดิม 12,600 บาท เป็น15,300 บาท
ปริญญาเอก จากเดิม 17,010 บาท เป็น 19,000 บาท
ปวช. จากเดิม 6,410 บาท เป็น 7,620 บาท
และ ปวส. จากเดิม 7,600 บาท เป็น 9,300 บาท
ขณะที่การพิจารณาการปรับขึ้นอัตราเงินเดือนราชการในปี 2556 ต้องมีการหารือกับกระทรวงการคลังก่อน เพื่อไม่ให้กระทบระบบเศรษฐกิจประเทศ
ข่าวจาก Mthai news

Tuesday, January 24, 2012

วิธีกำจัด มด แมงสาบ หนู ยุง แบบธรรมชาติ นำไปใช้ได้ผล

วิธีกำจัดแมลงสาบ
วิธีการกำจัดแมงสาบแบบบ้าน ๆ (เน้นประหยัดและง่าย) 1

เอาขวดเหล้ากลม มาวาง  ทาน้ำมันพืชบางๆบริเวณปากขวด

แล้วเอาเศษอาหารที่มีกลิ่นหอมๆ ใส่ไว้ก้นขวด (จากการทดลองน้ำตาลปิ๊บดีสุด)

วางขวดเอียงประมาณ 70 องศา ให้ปากขวดแตะผนัง ตามซอกมืดๆในบ้าน

ตื่นเช้ามาคุณจะได้แมลงสาปอยู่ในขวด (วันแรกๆจะได้เยอะมาก)

ทำซ้ำเรื่อยๆ มันก็จะหมดไปเอง

วิธีการกำจัดแมงสาบแบบบ้าน ๆ (เน้นประหยัดและง่าย) 2

ส่วนประกอบ
1. ขวด เฮลบลูบอยที่หมดแล้ว 1 - 2 ขวด
2. น้ำมันหมู

วิธีทำ
1. เทน้ำมันหมูลงในขวด เฮลบลูบอย แล้วก็เคล้ากะให้น้ำมันหมูเกาะทั่วขวด

2. เอาน้ำมันหมูป้ายขอบในคอขวด กะให้กำลังลื่นพองาม

3. เอาไปตั้งไว้กลางห้องครัว หรือ แหล่งชุมนุม แมงสาบ (เฉพาะจุดที่พบบ่อยๆ)

4. ทิ้งเอาไว้ ประมาณ 8 ชม. แนะนำ >>ตั้ง<< ไว้ก่อนนอน

5. ตื่นมาตอนเช้าอย่าตกใจ แมงสาบจะยัวะเยียะ ไปทั้งขวด แต่ออกมาไม่ได้ เด็กและสตรีที่กลัวแมงสาบ ไม่ควรทำ เพราะอาจจะตกใจตายได้

6. เอาฝาเฮลบลูบอยปิดไว้ แล้วฝากให้รถขยะพาแมงสาบไปเที่ยว



วิธีกำจัดแมลงสาบ แบบอื่นๆ

วิธีกำจัดแมลงสาบ

          # แมลงสาบมักชอบอยู่ในมุมอับ ผลิตลูกหลานออกมาอย่างมากมาย วิธีกำจัดง่าย ๆ ก็คือ เอาน้ำตาลเคี่ยวกับน้ำให้มีกลิ่นหอมแล้วนำไปใส่ในกะละมังหรือภาชนะที่มีความ ลื่น เพราะเมื่อแมลงสาบได้กลิ่น มันจะลงไปกินแต่ไม่สามารถไต่ขึ้นมาได้ วิธีนี้ก็จะช่วยลดพลเมืองแมลงสาบได้มาก และถ้ากันมดและแมลงสาบเข้าไปในตู้เสื้อผ้า หรือ ตู้หนังสือ โดยใช้ก้านพลูและพริกไทยเม็ดบรรจุใส่ถุงผ้าเล็ก ๆ แล้วนำไปไว้ตามซอกของตู้เสื้อผ้า หรือ ตู้หนังสือ

          # นำขวดแก้วที่มีปากค่อนข้างกว้างใส่น้ำแกงจืดหรือน้ำต้มยำที่เหลือจากการรับ ประทานอาหาร (ใส่ประมาณครึ่งขวด) แล้วนำไปวางไว้บริเวณซอกหรือมุมห้องภายในบ้าน โดยวางให้ชิดติดกับผนังเพื่อล่อให้แมลงสาบที่ไต่ตามฝาผนังลงมากินน้ำแกงใน ขวด ทำให้ไม่สามารถปีนกลับขึ้นมาได้

# ใช้เหยื่อล่อแมลงสาบสำเร็จรูป ซึ่งบรรจุอยู่ในตลับที่มีช่องว่างเพื่อให้แมลงสาบมุดหัวเข้าไปกินเหยื่อ แล้วออกมาตายภายนอก (ไม่ตายค้างอยู่ด้านในตลับ) โดยนำไปวางไว้ในบริเวณที่มีแมลงสาบชอบเดินผ่าน อาทิ ตามซอกมุมอับต่างๆ หรือวางไว้ใกล้ท่อระบายน้ำทิ้ง เพื่อดักแมลงสาบที่ออกมาหากินยามค่ำคืน

          # ใช้บ้านแมลงสาบ ซึ่งเป็นกาวดักแมลงสาบที่ไม่เป็นอันตรายต่อคนและสัตว์เลี้ยง มีประสิทธิภาพในการดักจับแมลงสาบได้ดี ใช้ง่ายเพียงแค่แกะกล่องกระดาษแล้วนำแผ่นเหยื่อไปวางไว้ตรงกลางแผ่นกาวและ พับเป็นรูปบ้าน นำไปวางไว้ตามห้องหรือซอกมุมที่มีแมลงสาบรบกวน เมื่อมีแมลงสาบมาติดจนเต็ม ให้พับบ้านแมลงสาบเข้าทุกด้าน แล้วนำไปทิ้งลงถังขยะ บ้านแมลงสาบมีอายุการใช้งานนานประมาณ 3-4 สัปดาห์

          # เอาปูนซีเมนต์ มาผสมกับอะไรหอมๆ น่ากิน เช่น นมผง โอวัลติน หรือถั่วบด ใส่ถาดวางใว้ในที่ที่แมลงสาบชอบเดินผ่าน แล้วก็เอาขันใส่น้ำวางไว้ข้างๆ เมื่อแมลงสาบได้ลิ้มรส อาหารผสมปูนซีเมนต์ และจิบน้ำเข้าไป ปูนซีเมนต์เมื่อผสมกับน้ำก็จะแข็งตัวในท้องของมัน


===============================
ยุง
วิธีการไล่ยุง
 แบบ ง่าย ๆ คือ หา การบูร มาห่อด้วยผ้าแล้วมัดไว้กับหลอดไฟฟ้าที่อยู่ภายใน บ้าน ความร้อนของไฟฟ้าจะทำให้การบูร ระเหย ออกไป และกลิ่นของการบูรจะช่วย ป้องกันยุง ไม่ให้มารบกวน

--------------------------------------------------------------------------------
มด
วิธีกำจัดมด
- หาเศษผ้าที่ไม่ใช้แล้วมาตัดเป็นชิ้น ๆ ความยาวพอประมาณ ชุบกับน้ำมันเครื่องพอหมาดหรือจาระบี แล้วนำมาพันรอบขาตู้หรือโต๊ะ หรือจะใช้ปูนขาวใส่ภาชนะรองที่ขาตู้ก็ได้ และหากพบมดไต่ขึ้นมาตามรอยแตกร้าวของคอนกรีต ให้ใช้น้ำมันก๊าดเทลงไปในร่อง มดก็จะไม่โผล่หน้าขึ้นมาให้เรารำคาญใจอีกนาน

- ใช้แป้งฝุ่นสำหรับทาป้องกันเห็บหมัดของสุนัขหรือแมวมาโรยตามพื้นหรือบริเวณ ที่มดขึ้น เมื่อมดเดินผ่านก็จะเกิดการระคายเคืองและตายในเวลาอันรวดเร็ว หรืออาจฝานมะนาวเป็นแผ่นบางๆ มาไปวางในบริเวณที่มดขึ้นก็ได้

- หากพบว่ามีมดขึ้นอยู่ในขวดน้ำตาลหรือขนมปังที่ใส่อยู่ในกระป๋อง ให้ เราปิดฝาขวดหรือกระป๋องนั้นให้สนิท จากนั้นให้ออกแรงเขย่าเพียงเล็กน้อย แล้วเปิดฝาทิ้งไว้หรือนำไปผึ่งแดดสักครู่ มดตัวน้อยตัวนิดก็จะพากันหนีออกมาเอง

- ในกรณีที่พบรังมด ให้ใช้น้ำที่แช่หน่อไม้สดหรือหน่อไม้ดองเปรี้ยวราดไป ที่รัง มดจะอพยพไปอยู่ที่อื่นทันที แต่ถ้าต้องการกำจัดให้สิ้นซาก ให้ใช้การบูรและยาสูบอย่างละ 1 ส่วน นำไปแช่น้ำตั้งไฟให้เดือด จากนั้นเอาไปราดที่รัง มดก็จะตายและไม่กล้ามาทำรังอีกแน่ๆ


--------------------------------------------------------------------------------
งู
วิธีไล่งู

1. งู ที่กลัวเชือกกล้วยจะมีก็เฉพาะงูเหลือมเท่านั้น ซึ่งได้มีการพิสูจน์มาแล้ว ส่วนงูพิษยังไม่มีรายงาน การเลี้ยงสุนัข หรือห่านเป็นผู้ช่วยที่ดีที่สุด

2. ใช้ สารเคมีที่มีกลิ่นฉุน เช่น น้ำมันก๊าด(หาง่าย และไม่อันตรายกับคน และสัตว์เลี้ยง) ให้ฉีดพ่นหรือราดรอบๆ บริเวณที่ไม่ต้องการให้มีงูอยู่ ( ถ้าฉีดพ่นหรือราดน้ำมันก๊าดที่รังงูก็จะหนีไปเหมือนกันครับ)  และ ควรฉีดพ่นหรือราดน้ำมันก๊าดในช่วงที่ไม่มีเด็กๆ อยู่ เพราะงูจะออกมาจากที่หล่บซ่อน วิธีนี้เคยใช้จัดการกับงูเห่ามาแล้วใช้ได้ ลองนำไปประยุกต์ใช้ดูนะไม่ต้องฆ่าเขาด้วยแค่ไล่ไปเท่านั้น

3. ใช้ผงกำมะถัน(สีเหลืองๆ) มาผสมน้ำแล้วราดบริเวณรอบบ้าน  แต่วิธีนี้ต้องทำบ่อยหน่อย อย่างน้อย เดือนละครั้ง เพราะกำมะถันเจือจางแล้วงูก็เข้าอีก

--------------------------------------------------------------------------------
ตะขาบ
วิธีไล่ตะขาบ

- เลี้ยงไก่ในบริเวณบ้าน ( ถ้าสะดวก)

- ปลูกต้นเสลดพังพอนตัวเมีย รอบๆ  บริเวณบ้าน

- ใช้ "น้ำส้มควันไม้" เนื่องจากน้ำส้มควันไม้เข้มข้น มีส่วนผสมของน้ำมันทาร์ และยางเรซินอยู่มาก จะส่งกลิ่นเหม็นคล้ายควันไฟรบกวนสัตว์ และแมลงที่มีพิษต่างๆ รู้สึกจะมีขายตามร้านขายเคมีเกษตรครับ

--------------------------------------------------------------------------------
หนู
วิธีไล่หนู
แบบ ง่ายๆ และประหยัดเงินคือ นำ ไม้ยี่โถ ไปตากแดดให้แห้ง แล้วนำไปบดเป็นผง เสร็จแล้วนำไปโรยตามซอกที่หนูชอบอยู่ เพียงเท่านี้หนูก็พากันขนย้ายครอบครัวหนีออกไปจากบ้านของคุณไปเลย
================================
อันที่อยากได้มาที่สุดคือปลวกครับ รบกับมันมานานยังไม่เคยชนะเลยครับ ท่านเอ รบกวนหน่อย แต่วิธีไล่ยุงน่าสนครับ ผมกำลังคิดว่าจะเอาตะไคร้หอมมาอัดเป็นแท่งไล่ยุง แบบยากันยุง แต่มาจากธรรมชาติน่ะครับ

ท่านลุงก็เอาน้ำส้มควันไม้ ส่วนที่มีทาร์เข้มข้นเอามารดราดรอบพื้นที่ที่ไม่ต้องการปลวกมารบกวน หรือ ถ้าพบจอมปลวก ก็เอาเหล็กแหลมหรือเครื่องมืออื่นใดก็ได้ที่สามารถเจาะเข้าไปในจอมปลวกได้ จากนั้นก็เอาเกลือแกง สัก1-2 กำมือผู้ใหญ่ ใส่ลงไป เกลือแกงจะระเหย ผมจำไม่ได้ว่าชื่อสารอะไร แต่มีผลทำให้ปลวกต้องอพยพย้ายรัง บางครั้งก็ใช้หินแก๊ส ใส่กระป๋องเติมน้ำแล้ววางในรูปลวกหรือไม่ก็ใช้ระบบชีววิถี เป้นการใช้เชื้อศัตรู เข้าทำลาย ดดยการใช้ผสมกับน้ำแล้วรดให้โดนตัวปลวก จากนั้นเมื่อปลวกเข้าไปสัมผัสกับพวกกันเองเชื้อโรคก็จะแพร่ระบาดในหมู่ปลวก ผมเองก็ลืมๆไป ข้อมูลไม่ชัดเจน แต่ว่ามีข้อมูลอยู่จำไม่ได้ว่ามันอยู่ตรงไหน มีหลายวิธี เอาไว้ค้นเจอจะเอามาเล่าสู่กันฟังครับ ..

- ฆ่า มด ปลวก ให้ใช้น้ำส้มควันไม้ ความเข้มข้น 100%พ่นราดบริเวณที่มีปลวก มด(เอใช้อยู่วิธีนี้ตายยกฝูง สัพเพสัตตา)
- ป้องกันปลวก มด และสัตว์ต่าง ๆ เช่น ตะขาบ แมงป่อง กิ้งกือใช้น้ำส้มควันไม้ ผสมน้ำ 50 เท่าพ่นราดบริเวณที่มีปลวกมด ทุก 7 ?15 วัน

 

Tuesday, January 17, 2012

คลังชงปรับค่าครองชีพขรก.แทนขึ้นเงินเดือน1.5หมื่น

นโยบายเศรษฐกิจ
คลังชงรัฐบาลใหม่อนุมัติแผนปรับค่าครองชีพ แทนการขึ้นเงินเดือน ข้าราชการ-ลูกจ้างรับประโยชน์ 2.77 แสนคน วุฒิปริญญาตรีขึ้นไปมีรายได้รวม 15,000 บาทต่อเดือน ชี้ไม่ให้เป็นภาระงบประมาณมากเกินไป คาดต้องจัดงบประมาณเพิ่มปีละ 15,240 ล้านบาท
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมบัญชีกลางได้เตรียมเสนอแผนการปรับขึ้นรายได้แก่บรรดาข้าราชการ ลูกจ้างและพนักงานประจำที่มีวุฒิปริญญาตรีขึ้นไปและมีรายได้ไม่ถึง 15,000 บาทต่อเดือนให้มีรายได้เป็น 15,000 บาทต่อเดือน เพื่อให้รัฐบาลชุดใหม่ได้พิจารณาตามนโยบายที่หาเสียงไว้
โดยแผนที่ว่านี้จะมีการปรับเพิ่มค่าครองชีพตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2554 เพื่อให้ค่าครองชีพบวกกับเงินเดือนรวมกันแล้วเป็นมีรายได้ 15,000 บาทต่อเดือน โดยที่ไม่ต้องปรับขึ้นอัตราเงินเดือน
อย่างไรก็ตาม หากเพิ่มในลักษณะของการปรับเพิ่มค่าครองชีพ จะเป็นภาระงบประมาณเฉพาะในส่วนที่เป็นเงินเพิ่มแต่ละเดือน เมื่อไหร่ที่ข้าราชการได้รับเงินเดือนถึง 15,000 บาทต่อเดือนแล้ว ก็จะไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มส่วนนี้ วิธีการดังกล่าวสามารถทำได้รวดเร็ว โดยการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เพื่อแก้ไขระเบียบการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราว
แหล่งข่าว กล่าวว่า ยังมีอีกวิธี คือกรณีเพิ่มในลักษณะการปรับฐานเงินเดือนให้แก่ข้าราชการ ซึ่งจะต้องมีการปรับทั้งระบบให้เกิดความเท่าเทียมกัน กรณีนี้นอกจากเป็นภาระงบประมาณที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนแล้ว จะกระทบต่อการคำนวณเงินบำเหน็จบำนาญด้วย ซึ่งจะเป็นภาระงบประมาณในระยะยาว ที่จะต้องคำนวณภาระงบประมาณในภาพรวมทั้งหมดอีกครั้งด้วย วิธีนี้จะต้องมีการแก้ไขพระราชกฤษฎีกาฯเกี่ยวกับเงินเดือน ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ สำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)
เพิ่มภาระงบปีละ 1.5 หมื่นล้าน
สำหรับแนวทางการเพิ่มค่าครองชีพ เพื่อให้รายได้เพิ่มเป็น 15,000 บาทต่อเดือนนั้น ภาครัฐจะมีรายจ่ายด้านงบประมาณเพิ่มขึ้นอีกประมาณปีละ 15,240 ล้านบาท โดยคำนวณจากจำนวนข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานประจำวุฒิปริญญาตรีขึ้นไปที่ได้รับเงินเดือนต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน ซึ่งไม่นับรวมบุคลากรขององค์กรอิสระ หน่วยงานศาลและพนักงานรัฐวิสาหกิจ เนื่องจากเป็นกลุ่มบุคลากรที่มีการบริหารจัดการด้านบุคลากรโดยหน่วยงานเอง
โดยข้าราชการและลูกจ้าง วุฒิปริญญาตรีขึ้นไป ที่ได้รับเงินเดือน รวมเงินเพิ่มค่าครองชีพแล้วไม่ถึง 15,000 บาท มีจำนวนทั้งสิ้น 277,151 คน จะใช้งบประมาณเพิ่มเดือนละ 1,100 ล้านบาท หรือปีละ 13,200 ล้านบาท
ชี้ช่วยเพิ่มรายได้ ขรก.สูงถึง 46%
นอกจากนี้ ยังมีข้าราชการปริญญาตรีที่จะบรรจุใหม่ในปี 2555 เพื่อทดแทนข้าราชการที่เกษียณอายุอีกจำนวน 28,199 คน ต้องใช้งบประมาณเพิ่มเดือนละ 170 ล้านบาท หรือปีละ 2,040 ล้านบาท
การปรับขึ้นรายได้รอบนี้ ถือว่าปรับสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ หรือราว 46% จากฐานอัตราเงินเดือนปัจจุบันประมาณเดือนละ 9,000 บาท เป็น 15,000 บาท ก็ยอมรับได้ เพราะทุกวันนี้ค่าครองชีพสูงขึ้น ทำให้รายได้ที่มีอยู่ไม่เพียงพอ เมื่อปรับแล้วจะกระทบต่อภาระผูกพันงบประมาณ แต่ก็ยังดีกว่าการปรับขึ้นอัตราเงินเดือน เมื่อมีการปรับฐานให้คนกลุ่มหนึ่ง ต้องมีการปรับขึ้นทั้งระบบ ภาครัฐก็จะสูญเสียงบประมาณมากขึ้น แหล่งข่าว กล่าว
แหล่งข่าว ยอมรับว่าแผนการปรับเพิ่มรายได้เป็น 15,000 บาทต่อเดือน อาจจะส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อในระยะใกล้ เพราะที่ผ่านมาการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างสำหรับข้าราชการ มักจะเป็นฐานในการปรับขึ้นอัตราเงินเดือนพนักงานรัฐวิสาหกิจทั้งระบบ ตรงนี้จะเป็นสาเหตุหนึ่งของอัตราเงินเฟ้อ
ปัญหาที่ตามมาถ้ามีการปรับเงินเดือนข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจเขาก็จะเรียกร้องเหมือนกัน ถ้าต้องปรับในอัตราเท่ากัน ถือว่าเยอะมากเพราะฐานรัฐวิสาหกิจสูงอยู่แล้ว ก็จะเกิดปัญหาเงินเฟ้อตามมา แหล่งข่าว กล่าว
สุชาติ หนุนใช้ระบบปรับค่าครองชีพ
นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช ทีมนโยบายเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ข้อเสนอการปรับเงินเดือนข้าราชการที่จบปริญญาตรีเป็น 15,000 บาทต่อเดือน โดยจ่ายเป็นเงินค่าครองชีพชั่วคราวนั้น เป็นข้อเสนอหนึ่งที่พรรคจะนำไปพิจารณา หากนายกรัฐมนตรีคนใหม่เลือกที่ดำเนินการตามวิธีดังกล่าว ถือว่าอยู่ในเงื่อนไขที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้ ส่วนระยะยาวจะต้องปรับเดือนข้าราชการทั้งระบบ เพราะหากกดรายได้ของคนในประเทศให้ต่ำอยู่อย่างนี้ จะไม่สามารถสร้างกำลังซื้อให้กับคนในประเทศได้
ผมเสนอให้มีการทำเวิร์คชอป การปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศเป็น 300 บาทต่อวัน ส่วนการปรับเงินเดือนข้าราชการเป็น 15,000 ต่อเดือน จะมีการรับฟังความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องว่าจะปรับแบบใด คือ ปรับบัญชีเงินเดือนทั้งระบบเลย ซึ่งอาจต้องใช้เวลาบ้าง เพราะต้องมีการแก้กฎหมาย หรืออาจใช้วิธีการเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวแทนก็ได้ แต่ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกฯ คนใหม่ ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่ไปจะบอกว่าจะเลือกแนวทางไหน เพราะตอนนี้ยังไม่ได้ตั้งรัฐบาลเลย นายสุชาติกล่าว
นายคณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดแนวทางการปรับเงินเดือนข้าราชการ ตามข้อเสนอของกรมบัญชีกลาง ต้องขอดูในรายละเอียดอีกครั้ง แต่เป้าหมายของพรรค คือ ต้องการให้คนที่จบปริญญาตรี มีรายได้รวม 15,000 บาทต่อเดือน ข้อเสนอของกรมบัญชีกลางก็เป็นข้อเสนอเพิ่มเติมที่พรรคจะนำมาพิจารณาเช่นกัน ต่อไปต้องปรับระบบผลตอบแทนให้คนจบปริญญาตรีมีรายได้ 15,000 บาทอย่างถาวร
เอกชนห่วงค่าจ้าง 300 บาทดันต้นทุนพุ่ง
นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวถึงนโยบายปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ 300 บาทต่อวันของพรรคเพื่อไทย ว่า เรื่องนี้รู้สึกเป็นห่วงมาก เพราะภาคเอกชนในประเทศและนักลงทุนต่างประเทศจำนวนมากกังวลว่า จะทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น และทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันลดลง โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ที่จะได้รับผลกระทบหนัก จนอาจต้องลดแรงงาน และล้มเลิกกิจการได้
เท่าที่คุยกับหอการค้าญี่ปุ่น บอกเลยว่า บริษัทรถยนต์จากญี่ปุ่น จ่ายค่าแรงขั้นต่ำมากกว่า 300 บาทอยู่แล้ว แต่เขาเกรงว่า ถ้าขึ้นค่าแรงทันที 300 บาทจะกระทบต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งส่วนมากเป็นเอสเอ็มอี และอาจทำให้กลุ่มนี้ต้องล้มหายตายจาก และบริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นอาจต้องนำเข้าชิ้นส่วนจากแหล่งอื่นแทน รวมทั้งอาจย้ายฐานการผลิตไปที่อื่น เช่น อินโดนีเซีย เพราะมีค่าแรงถูกกว่าไทยมาก นายพงษ์ศักดิ์กล่าว
นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากจะทำให้ผู้ประกอบการในประเทศ ได้รับผลกระทบแล้ว ยังจะทำให้การลงทุนใหม่ๆ จากต่างประเทศไม่เข้ามาลงทุนในไทยเพราะไม่มีความคุ้มค่า
ขณะนี้หอการค้าไทย ได้มอบหมายให้ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ดำเนินการสำรวจสมาชิกหอการค้าไทย ทั้งบริษัทขนาดใหญ่ และเอสเอ็มอี ถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากมีการปรับขึ้นค่าแรง 300 บาททันที รวมถึงแนวทางที่จะให้รัฐบาลช่วยเหลือ เพื่อจะได้นำข้อมูลที่ได้ไปหารือกับรัฐบาลใหม่ เพื่อลดผลกระทบจากนโยบายดังกล่าว หรือหาแนวทางการดำเนินการที่เหมาะสมมากกว่านี้

Friday, December 23, 2011

การพึ่งตนเอง

การพึ่งตนเอง หมายถึง ความสามารถในการดำรงตนอยู่ได้อย่างอิสระ มั่นคง สมบูรณ์ ซึ่งการพึ่งตนเองได้นั้น มีทั้งในระดับบุคคล และชุมชน การพึ่งตนเอง ต้องสามารถผันเปลี่ยนไปตามเวลาได้ เพื่อให้เกิดความเหมาะสม สอดคล้อง และสมดุล

หลักการและแนวทางเพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ ตามหลักทางสังคมวิทยามี ๕ ประการ คือ
๑.การพึ่งตนเองได้ทางเทคโนโลยี หมายถึง การมีปริมาณและคุณภาพของเทคโนโลยีทางวัตถุ เช่น เครื่องไม้เครื่องมือ เครื่องจักรกล และเทคโนโลยีทางสังคม เช่น การจัดวางโครงการ การจัดการ เป็นต้น การรู้จักใช้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการนำภูมิปัญญาชาวบ้านมาใช้ หรือประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม
๒. การพึ่งตนเองได้ทางเศรษฐกิจ หมายถึง ความสามารถในการทำมาหากินเลี้ยงชีพที่มีความมั่นคงสมบูรณ์พูนสุขพอสมควรหรืออย่างมีสมดุล
๓. การพึ่งตนเองได้ทางทรัพยากรธรรมชาติ หมายถึง ความสามารถในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และความสามารถในการักษาทรัพยากรธรรมชาติให้ดำรงอยู่ไม่ให้เสื่อมเสียไปจนหมด สิ้น หรือไม่ให้เสียสมดุลธรรมชาติ
๔. การพึ่งตนเองได้ทางจิตใจ หมายถึง การมีสภาพจิตใจที่กล้าแข็ง เพื่อที่สามารถต่อสู้กับปัญหาอุปสรรคต่างๆ ทั้งการหาเลี้ยงชีพ การพัฒนาชีวิตให้เจริญก้าวหน้า การยึดมั่นปฏิบัติตนตามหลักทางสายกลาง หรือมัชฌิมาปฏิปทา
๕. การพึ่งตนเองได้ทางสังคม หมายถึงการที่คนกลุ่มหนึ่งมีความเป็นปึกแผ่นเหนียวแน่น มีผู้นำที่มีประสิทธิภาพ สามารถนำกลุ่มคนเหล่านี้ให้ดำเนินการใดๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายด้วยตนเอง หรือสามารถหาความช่วยเหลือจากภายนอกเข้ามาช่วย ทำให้ชุมชนช่วยตนเองได้

Saturday, November 26, 2011

ราชาศัพท์คำว่าสวรรคต,ทิวงคต,สิ้นพระชนม์,ชีพิตักษัย,พิราลัย,อสัญกรรมและอนิจกรรม

ราชาศัพท์คำว่า  สวรรคต,  ทิวงคต,  สิ้นพระชนม์, 
ชีพิตักษัย,  พิราลัย,  อสัญกรรมและอนิจกรรม
 

พจนานุกรม  ฉบับราชบัณฑิตยสถานให้นิยามไว้ว่า  ตาย   ทั้ง  7  คำ 
โดยแต่ละคำนั้นจะนำไปใช้แตกต่างกันตามฐานะของแต่ละบุคคล  ดังนี้

สวรรคต  เป็นคำราชาศัพท์ใช้สำหรับพระเจ้าแผ่นดิน
สมเด็จพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมราชินี สมเด็จพระบรมราชชนนี
สมเด็จพระยุพราช สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช
และพระบรมราชวงศ์ที่ทรงได้รับพระราชทานฉัตร ๗ ชั้น

ทิวงคต    เป็นคำราชาศัพท์ใช้แก่พระยุพราชหรือเจ้าฟ้า
ซึ่งได้รับการเฉลิมพระยศพิเศษ

สิ้นพระชนม์   เป็นคำราชาศัพท์ใช้แก่เจ้าฟ้า พระองค์เจ้า
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า และสมเด็จพระสังฆราช

ชีพิตักษัย  เป็นคำราชาศัพท์ใช้แก่หม่อมเจ้าว่า ถึงชีพิตักษัย

พิราลัย  เป็นคำราชาศัพท์ใช้สำหรับเจ้าประเทศราช และสมเด็จเจ้าพระยา

อสัญกรรม  เป็นคำราชาศัพท์ใช้สำหรับข้าราชการชั้นเจ้าพระยาตาย
ใช้ว่า ถึงแก่อสัญกรรม

อนิจกรรม  เป็นคำราชาศัพท์ข้าราชการชั้นพระยาพานทองตาย
ใช้ว่า ถึงแก่อนิจกรรม


(จากเว็บไซท์ รอยใบลาน)

Sunday, October 23, 2011

น้ำท่วม...คุณมองเห็นอะไร ?


น้ำท่วม...คุณมองเห็นอะไร ?



เห็นนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ไม่ธรรมดา



เห็นความสุข(อยู่ที่)ใจ



เห็นประโยชน์ของสิ่งที่เรียกว่า “ขยะ”



เห็นโลกในอีกมุมหนึ่ง (มุมบนซะด้วย)



เห็นสกีที่ลากด้วยมอเตอร์ไซต์



เห็นความสำคัญของพื้นที่เล็ก ๆ



เห็นความสวยงามของโบราณสถานในบรรยากาศที่แตกต่าง



เห็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ชนิดใหม่ ๆ



เห็นว่าประเทศเรายังโชคดีกว่าประเทศอื่นอยู่เยอะนะเนี่ย



เห็นอาหารลอยน้ำ…น่ารักแบบนี้เห็นแล้วกินไม่ลง



เห็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ไม่เลวเลยนะเนี่ย



เห็นความศรัทธา และที่พึ่งทางใจ…



เห็นหมามีสิทธิเท่าเทียมกับแมวเป็นครั้งแรก…ได้นอนบนหลังคาแล้ว เย้



เห็นประโยชน์ใช้สอยเกินจริงของฟอร์นิเจอร์บางประเภท
ถ้าน้ำลดแล้วช่วยกันโหวตให้มันเป็นสินค้าระดับโลกไปเลยดีมั้ยโต๊ะตัวเนี้ย



เห็นว่าคนไทยก็ไม่ยอมแพ้หรอกนะจะบอกให้



เห็นมิตรภาพระหว่างสัตว์โลก



เห็นภาพนี้แล้วรู้สึก…



เห็นคนไทยที่ไม่เคยขาดรอยยิ้ม


เห็นแขกใหม่ ๆ ที่มาเกยถึงหน้าบ้านคุณ



เห็นสัตว์ประจำชาติที่มีประโยชน์กว่าหมีแพนด้า


เห็นยานพาหนะของไทยที่ไม่ต้องกลัวจมน้ำ



เห็นสามล้อรุ่นใหม่ ใครจะเหมือน



เห็นป้ายน้ำท่วม…ข้างหน้า







และ เห็นความมีน้ำใจของคนไทย

ขอขอบคุุณ ::
www.indepencil.com/น้ำท่วม-คุณมองเห็นอะไร/





กึ่งฮา กึ่งสงสาร :((

เห็นสัตว์ประจำชาติที่มีประโยชน์กว่าหมีแพนด้า โดน!!

เห็นมิตรภาพระหว่างสัตว์โลก ซึ้ง

สุดท้าย น้ำใจคนไทยสุดยอดอยู่เเล้ว :D


เรายิ้มไม่ออก หมูทั้งฟาร์มจมน้ำตายที่ลพบุรี
 

 

Wednesday, September 21, 2011

ที่มาของโฆษณาไทยประกันชีวิต "พ่อเป็นใบ้" เรื่องจริงของครอบครัวหนึ่ง


เรื่องราวคนขายเต้าหู้ คือพ่อฉันผู้เป็นใบ้



เรื่องจริงที่เปี่ยมด้วยความเป็นมนุษย์ เกิดขึ้นในจีนแผ่นดินใหญ่


ตอน เหนือของมณฑลเหลียวหนิง ประเทศจีน มีเมืองขนาดกลาง ชื่อว่า เทือกเหล็ก เกือบทุกเช้าตรู่หรือพลบค่ำ บนท้องถนนกรรมกร จะเห็นผู้เฒ่าเข็นรถขายเต้าหู้เคลื่อนไปอย่างช้าๆ ลำโพงที่ต่อกับแบตเตอรี่บนรถ กระจายเสียงใสของหญิงสาว

“เต้าหู้มาแล้วจ้า เต้าหู้อ่อนสูตรโบราณ เต้าหู้อร่อยจ้า
– เสียงนี่เป็นของฉัน คนขายคือพ่อฉัน พ่อฉันเป็นใบ้”


ตราบ ถึงวันนี้อายุกว่ายี่สิบแล้ว ฉันจึงใจกล้าพอที่จะบันทึกเสียงตัวเองไว้บนรถขายเต้าหู้ของพ่อ แทนกริ่งทองเหลืองที่พ่อเขย่ามาหลายสิบปี อายุแค่ 2-3 ขวบ ฉันก็รู้จักว่ามีพ่อเป็นใบ้น่าอัปยศเพียงใด ดังนั้นฉันจึงเกลียดชังพ่อแต่เล็ก เมื่อฉันเห็นเด็กบางคนถูกแม่สั่งให้มาซื้อเต้าหู้ กลับหยิบเต้าหู้ไปโดยไม่จ่ายเงิน พ่อโก่งคอยาวแต่ไม่อาจตะเบ็งเสียงออกมา ฉันไม่อาจทำเหมือนพี่ชายที่ไล่ตามไปต่อยเด็ก ได้แต่เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ปริปาก ฉันไม่ชังเด็กคนนั้น แต่กลับชังพ่อที่เป็นใบ้


ถึงแม้ว่าทุกครั้งที่พี่ชายช่วยหวีผม ให้และเจ็บจนต้องสูดปากซี๊ด ฉันก็แข็งใจไม่ยอมให้พ่อถักผมเปีย ตอนที่แม่เสียไม่ได้เก็บรูปถ่ายบานใหญ่ไว้ มีเพียงรูปขาวดำขนาด 2 นิ้วที่ถ่ายร่วมกับสาวเพื่อนบ้านก่อนแต่งงาน เมื่อพ่อถูกฉันเมินเฉย ก็มักจะหันกระจกเงากลับมาดูรูปแม่อีกด้านหนึ่ง เพ่งจนนานพอแล้ว ค่อยจากไปทำงานอย่างซึมเซา


น่าโมโหที่สุดคือเด็กคนอื่นเรียกฉัน ว่า อีใบ้สาม (ฉันเป็นลูกคนเล็กอยู่อันดับสาม) ฉันจะวิ่งกลับบ้านเมื่อด่าสู้พวกเด็กไม่ได้ ต่อหน้าพ่อที่กำลังโม่เต้าหู้อยู่ ฉันเขียนวงกลมบนพื้น แล้วถ่มน้ำลายที่ตรงกลาง ถึงแม้ฉันไม่เข้าใจว่าที่ตนทำนั้นหมายความว่าอย่างไร แต่ก็ทำเช่นนี้เมื่อถูกเด็กด่าว่าฉันคิดว่า นี่คงเป็นการแสดงคำด่าคนใบ้ที่ร้ายกาจที่สุดแล้ว
ครั้ง แรกที่ฉันด่าพ่อด้วยวิธีนี้ ทำให้พ่อต้องหยุดงานในมือ มองดูฉันอย่างงุนงง น้ำตาไหลนองหน้าอยู่นาน น้อยครั้งที่ฉันเห็นพ่อร้องไห้ แต่วันนั้นพ่อขดตัวในโรงเต้าหู้ร้องไห้ตลอดทั้งคืน เป็นการสะอึกสะอื้นที่ไม่ส่งเสียงดัง เพราะเห็นพ่อหลั่งน้ำตา ฉันจึงดูเหมือนหาทางออกให้กับความน้อยใจของฉันได้ในที่สุด ดังนั้น ต่อจากนั้นเป็นต้นมา ฉันมักจะไปด่าพ่อต่อหน้าต่อตาแล้วเดินหนี ปล่อยให้พ่องงเป็นไก่ตาแตก ทว่าพ่อไม่หลั่งน้ำตาอีกแล้ว แต่จะขดตัวที่ผอมเซียวให้ลีบเล็กลง พิงกับคานโม่ หรือจานโม่ ดูน่าเกลียดยิ่งในสายตาฉัน ฉันต้องเรียนหนังสือให้ดี เพื่อเข้ามหาวิทยาลัย พ้นจากหมู่บ้านเล็กที่ใครๆก็รู้ว่าพ่อฉันเป็นใบ้ นี่เป็นความปรารถนาใหญ่ยิ่งของฉันในขณะนั้น


ฉันไม่รู้ว่าพี่ชาย สองคนมีเหย้าเรือนได้อย่างไร ไม่รู้ว่าโรงเต้าหู้นั้นพ่อเปลี่ยนคานโม่ใหม่อีกกี่ด้าม ไม่รู้ว่ากริ่งทองเหลืองลั่นจนริมขอบสึก ผ่านไปแล้วกี่ฤดูกาลกี่ตำบลหมู่บ้าน รู้เพียงว่าฉันปฏิบัติต่อตนอย่างเคืองแค้น เรียนหนังสืออย่างบ้าคลั่ง ในที่สุดฉันก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้


เสื้อม่อฮ่อมกรมท่าซึ่งอา โกวตัดเย็บให้ตั้งแต่ปี 1979 พ่อเพิ่งเอามาใส่เป็นครั้งแรกในต้นฤดูใบไม้ร่วงปี 1992 ท่ามกลางแสงตะเกียงในยามค่ำ พ่อหน้าตาชื่นบานขณะยัดธนบัตรกำใหญ่ซึ่งยังติดกลิ่นคาวเต้าหู้ไว้ที่ฝ่ามือ ฉันอย่างพิถีพิถัน
ปากก็เอะอะเออออไม่หยุดยั้ง ฉันมองดูความดีใจและภาคภูมิของพ่อโดยวางตัวไม่ถูก เหม่อมองพ่อเที่ยวแจ้งให้ญาติโยมเพื่อนบ้านทราบด้วยใบหน้ายิ้มกริ่มพอใจ เมื่อฉันเห็นพ่อพาคุณอาและพี่ๆ มาช่วยลากหมูตัวที่พ่อบรรจงขุนมา 2 ปีจนอ้วนพี ลงมือชำแหละเพื่อเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้าน เป็นการฉลองที่ฉันเข้ามหาวิทยาลัยได้ หัวใจแข็งดุจท่อนไม้ของฉันไม่รู้ถูกอะไรสะกิดเข้า จนฉันร้องไห้โฮ


บนโต๊ะอาหาร ฉันคีบหมูหลายชิ้นให้พ่อต่อหน้าคนหลายๆคน
ฉันน้ำตานองหน้า เรียกพ่อให้กินเนื้อหมู พ่อไม่ได้ยินหรอก แต่เข้าใจความหมายของฉัน นัยน์ตา พ่อฉายประกายที่ไม่เคยมีมาก่อน ดวดเหล้าเกาเหลียงที่ตวงซื้อมา พร้อมกับกินชิ้นหมูที่ลูกสาวคีบให้ พ่อคงเมาแล้ว หน้าแดงก่ำ หลังยืดตรง ส่งภาษามืออย่างองอาจ เป็นความจริงที่ว่า ผ่านมา 18 ปีเต็มๆ พ่อเพิ่งเคยเห็นรูปริมฝีปากฉันขณะเรียกพ่อเป็นครั้งแรก พ่อโม่เต้าหู้ด้วยความยากลำบาก เอาธนบัตรที่คลุกด้วยกลิ่นไอเต้าหู้ส่งเสียให้ฉันเรียนจนจบมหาวิทยาลัย


ปี 1996 ฉันเรียนจบได้รับบรรจุงานที่เทือกเหล็กห่างจากบ้านเกิด 40 กม. เมื่อจัดที่พักเรียบร้อย ฉันเดินทางไปรับพ่อผู้ใช้ชีวิตคนเดียวมาอยู่ในเมือง เพื่อรับความสุขที่ลูกสาวมอบให้แม้จะช้านานก็ตาม
http://variety.teenee.com/foodforbrain/img5/114972.jpg


ทว่าระหว่างทางนั่งแท็กซี่กลับหมู่บ้าน เกิดอุบัติเหตุขึ้น


เรื่อง ราวต่างๆหลังจากอุบัติเหตุ ฉันทราบจากพี่สะใภ้ เล่าให้ฟัง……… มีคนเดินทางจำได้ว่าผู้ประสบเหตุคือลูกสาวคนเล็กของเฒ่าถู ดังนั้น พี่ใหญ่พี่รอง สะใภ้ใหญ่สะใภ้รองต่างมาถึงที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว ทุกคนได้แต่ร้องไห้เมื่อเห็นฉันสลบคาที่ ทำอะไรไม่ถูก พ่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นคนสุดท้าย รีบช้อนร่างฉันขึ้นมาและโบกรถใหญ่ข้างทางให้หยุด ผู้คนในเหตุการณ์ต่างเห็นว่าฉันไม่รอดแน่ พ่อใช้ขายันร่างฉันไว้ แล้วใช้มือล้วงธนบัตรปึกใหญ่ออกจากกระเป๋าเสื้อ ยัดใส่มือคนขับรถ พร้อมกับขีดเขียนรูปกากบาทถี่ๆ ขอร้องให้พาส่งโรงพยาบาล พี่สะใภ้เล่าว่า พ่อแต่ไหนแต่ไรร่างกายอ่อนแอ แต่ขณะนั้นสำแดงพลังความแข็งแกร่งมหาศาลอย่างไม่น่าเชื่อ

หลังจาก พยาบาลเบื้องต้นแล้ว หมอให้ย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่น และเปรยกับพี่ๆ ว่า รักษาต่อไปก็ป่วยการเปล่า เพราะขณะนั้น ความดันโลหิตฉันเกือบวัดไม่ได้ หัวกระบาลถูกชนน่วมเป็นลูกน้ำเต้า ชุดสวมศพที่พี่ใหญ่ซื้อมาโดยเห็นว่าหมดหวังแล้วถูกพ่อฉีกทิ้ง พ่อชี้ที่ตาตัวเอง ชูหัวแม่มือ จ่อที่ขมับตัวเอง จากนั้นชูสองนิ้วชี้ที่ตัวฉัน แล้วชูหัวแม่มืออีก โบกมือแล้วหลับตา นั่นหมายความว่า พวกคุณอย่าร้องไห้ พ่อยังไม่ร้องเลย น้องสาวคุณไม่ตายหรอก เธออายุเพียง 20 กว่า ยังไหวแน่ เราช่วยชีวิตเธอได้แน่ หมอยังคงยืนยันว่าหมดทาง ให้พี่ใหญ่บอกกับพ่อว่า แม่หนูไม่รอดแน่ ถึงจะรักษาก็ต้องใช้เงินมหาศาล และยังไม่แน่ว่าจะรักษาได้


ทัน ใดนั้นพ่อคุกเข่าลง แล้วลุกขึ้นทันที ชี้มายังฉันพร้อมกับชูแขนสูง จากนั้นก็ทำท่าเพาะปลูก เลี้ยงหมู ถางหญ้า โม่เต้าหู้ แล้วปลิ้นกระเป๋าเสื้อซึ่งภายในว่างเปล่า พร้อมกับชูมือสองข้างกลับฝ่ามือไปมาสองรอบ นั่นหมายความว่า ขอร้องคุณหมอเถิด ช่วยชีวิตลูกสาวฉัน เธอมีอนาคตดี เป็นคนเก่ง คุณหมอต้องช่วยเธอ ผมจะหาเงินมาเสียค่ารักษา ผมเลี้ยงหมู ทำนา ทำเต้าหู้ได้ ผมมีเงิน ตอนนี้ก็มีอยู่4 พันหยวน


หมอ จับมือพ่อพร้อมกับสั่นหัว นัยว่า แค่ 4 พันหยวนยังขาดอีกเยอะ พ่อไม่รีรอ ชี้ไปยังพี่ๆและพี่สะใภ้ กำมือแน่น หมายความว่า ผมยังมีคนเหล่านี้ช่วยกันพยายาม เราทำได้แน่ เห็นหมอยังทำเฉย พ่อชี้ที่หลังคา ก้มหัวใช้เท้ากระทืบพื้น พนมมือสองข้างไว้ด้านขวาของศีรษะ แล้วหลับตา หมายความว่า ผมมีบ้านขายได้ ผมนอนบนพื้นดินก็ได้ แม้จะหมดเนื้อหมดตัว ผมก็ขอให้ลูกสาวอยู่รอด พ่อชี้ไปยังหน้าอกคุณหมอ แล้ววางมือลง หมายความว่า ขอให้คุณหมอไว้ใจ เราไม่เบี้ยวค่ารักษาหรอก เรื่องเงินเราจะหาทางออก พี่ใหญ่แปลภาษามือของพ่อให้หมอฟังพลางร้องไห้ไป ไม่ทันแปลจบ หมอซึ่งเห็นเรื่องเกิดแก่เจ็บตายจนชินชา บัดนี้ก็อดกลั้นน้ำตาไม่อยู่เช่นกัน

พ่อใช้ท่ามือที่รวดเร็ว สื่อความแม่นยำ ใครๆเห็นแล้วต้องร้องไห้ หมอบอกอีกว่า ทำศัลยกรรมก็ไม่รับรองว่าจะช่วยชีวิตได้ เกิดพลาดขึ้นมาจะทำอย่างไร พ่อตบกระเป๋าเสื้อตัวเอง แล้วลูบที่หน้าอก หมายความว่า ขอให้หมอช่วยเต็มที่ แม้จะไม่ไหว ก็จะจ่ายเงินให้ครบ โดยไม่บ่นโทษแม้แต่คำเดียว ความรักอันยิ่งใหญ่ของพ่อ ไม่เพียงแต่ค้ำจุนชีวิตฉัน ยังค้ำจุนกำลังใจและความแน่วแน่ให้หมอในการช่วยชีวิตฉัน ฉันถูกนำเข้าห้องผ่าตัด พ่อรออยู่นอกห้องเดินไปมาอย่างลุกลี้ลุกลนตามระเบียงจนรองเท้าสึกเป็นรู


พ่อ ไม่หลั่งน้ำตาแม้แต่หยดเดียว แต่กลับเป็นแผลพุพองเต็มปากหลังจากเฝ้ารออยู่นอกห้องสิบกว่าชั่วโมง พ่อทำท่าอธิษฐานขอพรจากพระเจ้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างสับสนไม่เป็นระเบียบ จนฟ้าดินปรานี ให้ฉันรอดมาได้



ฉัน สลบเหมือดตลอดระยะเวลาครึ่งเดือน ไม่ตอบสนองต่อความรักจากพ่อ ทุกคนหมดกำลังใจในตัวฉันซึ่งกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา มีเพียงพ่อคนเดียวที่ยืนหยัดเฝ้าอยู่ข้างเตียงคนไข้รอฉันฟื้นขึ้นมา พ่อใช้มืออันหยาบกร้านบรรจงนวดให้ฉันกล่องเสียงพิการของพ่อได้แต่เปล่งลมเออ ออเรียกฉัน เหมือนกับพูดว่า “ลูกหยูน ตื่นเถิด ลูกหยูน พ่อทำน้ำเต้าหู้สดๆรอลูกอยู่”
http://variety.teenee.com/foodforbrain/img5/114974.jpg



เพื่อ เอาใจหมอและพยาบาล พ่อจะอาศัยเวลาที่พี่มาเฝ้าไข้แทน ทำเต้าหู้ร้อนๆถาดใหญ่ มาแจกแก่เจ้าหน้าที่พยาบาลเกือบทุกคนในแผนกศัลยกรรม แม้โรงพยาบาลตั้งระเบียบไม่ให้รับของจากคนไข้ แต่ด้วยคำขอร้องที่บริสุทธิ์จริงใจเช่นนี้ พวกเขาก็รับไว้อย่างเงียบๆ แค่นี้พ่อก็พอใจและมีความมั่นใจยิ่งขึ้น


พ่อใช้ภาษามือสื่อความว่า ท่านทั้งหลายเป็นผู้ใจบุญ เชื่อว่าต้องรักษาลูกสาวผมได้แน่


ระหว่าง นั้น เพื่อระดมค่ารักษา พ่อเดินสายไปทุกหมู่บ้านที่เคยไปขายเต้าหู้ ความซื่อสัตย์สุจริตตลอดชีวิตที่ผ่านมา ได้รับความสนับสนุนเพียงพอที่จะช่วยลูกสาวรอดพ้นจากเส้นตาย ชาวบ้านต่างออกเงินช่วยเหลือ พ่อก็ไม่ปล่อยปละละเลย ใช้ดินสอจดบัญชีเต้าหู้บันทึกรายละเอียดด้วยลายมือหงิกงอ ทว่าชัดเจนดังนี้ คุณจัง 20 หยวน คุณลี่100 หยวน อาซ้อหวัง 65 หยวน……

ในที่สุดฉันฟื้น ขึ้นมาจนได้ตอนเช้าตรู่วันหนึ่งหลังจากครึ่งเดือนผ่านไป ฉันเห็นผู้เฒ่าผอมเซียวจนเสียรูป อ้าปากกว้าง เปล่งเสียงเออออดังลั่นด้วย ความดีใจที่ได้เห็นฉันตื่นขึ้นมา ผมขาวโพลนของเขาเปียกชุ่มด้วยเหงื่อในฉับพลันเนื่องจากความตื่นเต้น ครึ่งเดือนก่อนพ่อยังมีผมดำเต็มศีรษะ ครึ่งเดือนผ่านไป พ่อแก่ไปตั้ง 20 ปี หัวโกนจนเกลี้ยงของฉันเริ่มมีเส้นผมงอกขึ้นแล้ว พ่อลูบไล้หัวฉันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเมตตา การลูบไล้เช่นนี้ ในอดีตถือเป็นความสุขเกินตัวสำหรับพ่อ


เวลา ผ่านไปครึ่งปี ผมฉันยาวพอที่จะถักเปียได้ ฉันจูงมือพ่อขอร้องช่วยหวีผมให้ พ่อกลับออกอาการเปิ่นเก้อ พ่อหวีทีละกระจุก หมดไปค่อนวันก็ยังไม่อาจหาทรงที่ถูกใจพ่อ มีอยู่ครั้งหนึ่ง พ่อหันมาอยู่หน้าฉัน ทำท่าอุ้มฉันโยนออกไป แล้วงอนิ้วมือเหมือนท่านับเงิน อ้อ พ่อคิดจะเอาตัวฉันไปขายเหมือนขายเต้าหู้ละสิ ฉันแสร้งปิดหน้าร้องไห้ จนพ่อดีใจหัวเราะ ฉันแอบดูพ่อผ่านช่องนิ้วมือ เห็นพ่อหัวเราะจนขดตัวยองๆกับพื้น เกมนี้เราเล่นจนกระทั่งฉันลุกขึ้นยืนและเดินได้


ทุก วันนี้ มีเพียงอาการปวดหัวเป็นครั้งคราวเท่านั้น สุขภาพโดยทั่วไปฉันดูแข็งแรงดี พ่อจึงพึงพอใจยิ่ง เราช่วยกันชำระหนี้สินจนหมด แล้วพ่อก็ย้ายเข้าเมืองอยู่กับฉัน โดยที่พ่อขยันทำงานมาตลอด ทนไม่ได้กับชีวิตอยู่เฉยๆ ฉันจึงเช่าเพิงเล็กๆ ใกล้บ้านให้พ่อทำเป็นโรงเต้าหู้ เต้าหู้ที่พ่อทำ รสชาตินุ่มหอมก้อนใหญ่ดี เป็นที่นิยมของชาวบ้าน ฉันติดตั้งชุดลำโพงกับแบตเตอรี่บนรถเข็นเต้าหู้ให้พ่อ แม้ว่าพ่อไม่ได้ยินเสียงกังวานของฉัน แต่ท่านย่อมทราบดี ทุกครั้งที่พ่อกดปุ่มเสียง ท่านจะอกผายไหล่ผึ่ง รู้สึกถึงความสุขและพอเพียง เรื่องราวในอดีตที่ฉันเหยียดหยามพ่อ ท่านมิได้จดจำจองเวรไว้เลยแม้แต่น้อย จนตัวฉันเองก็ใจไม่ถึงพอที่จะสารภาพผิดต่อท่าน



ฉัน คิดอยู่เสมอว่า โลกเราเปี่ยมล้นด้วยสังคีตแห่งความรัก เราสดับฟัง สาธยาย สัมผัส และสะเทือนใจ แต่แล้ว พ่อผู้ใบ้ของฉันกลับสอนให้ฉันเข้าใจว่า อันที่จริงแล้ว สังคีตอันยิ่งใหญ่ที่สุดคือปลอดเสียง อันเป็นพลังที่ไม่พึงสงสัย ทำให้ฉันตีความความรักให้สูงขึ้นไปอีก


ขอให้เราปฏิบัติต่อกันด้วยความจริงใจ เพราะชีวิตเราได้มาไม่ง่าย มีโอกาสพบกันถือเป็นบุญวาสนา

ขอให้เราปรนนิบัติต่อพ่อแม่ด้วยความกตัญญูกตเวที เพราะหลังจากท่านสิ้นบุญแล้วจะเหลือแต่ความรำลึก


ขอให้เราปฏิบัติต่อคู่ชีวิตด้วยความจริงใจ เพราะหลังจากจากกันแล้วจะไม่มีโอกาสจูงมือกันเดินเที่ยว

ขอให้เราทะนุถนอมการเจริญเติบโตของบุตร เพราะเมื่อถึงเวลาอันควรจะไม่มีโอกาสได้โอบกอดลูกๆอีก

ขอให้เราทุ่มเทและให้อย่างเต็มที่ ขอบคุณและอุทิศโดยไม่เห็นแก่ตัว ต่อการพบปะในบุญวาสนาทุกโอกาส

ที่ว่ามาน้ันคือความเป็นจริงแล้ว ท่านอยู่เหนืออื่นใด

"นักการเมืองยื่นปลา         พระราชายื่นเบ็ด
นักการเมืองแจกแท็บเบล็ต กษัตริย์แนะเคล็ดวิชา
นักการเมืองห่วงอำนาจ     มหาราชห่วงประชา
นักการเมืองสร้างสัญญา    องค์เจ้าฟ้าสร้างสรรธรรม
นักการเมืองหาเรื่องกิน     องค์ภูมินทร์หาเรื่องทำ
นักการเมืองยุให้รำฯ         ในหลวงย้ำให้ทำดี
นักการเมืองมักแบ่งขั้ว      องค์เหนือหัวไม่แบ่งสี
นักการเมืองทำสี่ปี           องค์ภูมีทำทุกวัน
นักการเมืองชอบแบ่งเสียง พ่อพอเพียงชอบแบ่งปัน
นักการเมืองคิดสั้น           องค์ราชันย์คิดยาว"

คนถูพื้นแห่ง นาซ่า

ตอนเด็กๆเวลาผมได้ยินคำว่า
"จบจากจุฬา"
"
เคยอยู่ SCG"
"
ปตท จองตัว"
ผมจะรู้สึกครั่นคร้ามและนับถือในความสามารถอันยิ่งใหญ่ของคนๆนั้นเป็นอย่างมาก
แต่วันนี้ผมพบว่ามีอะไรที่สุดยอดยิ่งกว่านั้น เหนือกว่าการได้เป็นลูกน้องบิลเกตที่ไมโครซอฟ นั่นก็คือ "เคยทำงานให้นาซ่า"
ถ้ามีใครสักคนบอกว่าเขาเคยทำงานให้นาซ่า ผมจะรู้สึกขนลุก รู้สึกถึงพลังออร่าที่แผ่กระจายออกมาจากร่างของคนๆนั้น
แม้จะไม่รู้ว่า ที่บอกว่าเคยทำงานที่นาซ่าน่ะทำอะไรก็ตาม
ถ้าเป็นคนถูพื้นที่นาซ่า ผมก็เชื่อว่านี่คือคนที่ถูพื้นที่แข็งแกร่งที่สุด สะอาดที่สุด เหนือชั้นกว่าคนถูพื้นคนไหนในโลก และถ้าเคยถูพื้นให้นาซ่ามาก่อน ก็สามารถไปถูพื้นที่ไหนก็ได้
และนี่คือ โฉมหน้าของคนถูพื้นแห่งนาซ่า
นาย เซบาสเตียน ฟุงเค่ล เกิด 18 มีนาคม 1939 อายุ 72 ปี
เกิดที่ กอร์ลิทซ เยอรมัน
สูง 185 ซม
หนัก 77 กก.
นายเซบาสเตียน เป็นอดีตทหารหน่วยรบพิเศษระดับหัวหน้ากองร้อย เคยผ่านสมรภูมิรบอย่างโชกโชน หลังจบภารกิจที่ออสเตรีย ได้ลาออกจากอาชีพทหาร เนื่องจากเสียลูกน้องไป8นายภายในวันเดียว จึงทำใจไม่ได้ คิดว่าเป็นความผิดของตนเอง จบเส้นทางของการเป็นหน่วยรบพิเศษในวัยเพียง32ปี และไม่ใช้ยศนำหน้าชื่ออีกเลย
หลังจากนั้นได้ทำงานร้านพิซซ่าอยู่เป็นเวลา4ปี ช่วงเวลานี้เซบาสเตียนเรียกมันว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการไถ่บาป
ชีพจรลงเท้าให้ต้องเดินทางย้ายมาอยู่กับภรรยาที่ประเทศอเมริกา และช่วงนี้เองที่เซบาสเตียนต้องหางานใหม่ทำ วันหนึ่งเขาได้พบประกาศการรับสมัครงานของนาซ่า ไม่ใช่ตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์แต่เป็นตำแหน่งพนักงานทำความสะอาด เขาคงจะไม่สนใจถ้านั่นเป็นประกาศธรรมดาๆ แต่ในประกาศรับสมัครงานของนาซ่าระบุว่าต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพอย่างเข้ม ข้น คนที่ดีพอที่จะเป็นคนถูพื้นของนาซ่า ก็ดีพอที่จะทำงานที่ไหนในโลก เราไม่ได้เฟ้นหาคนถูพื้นธรรมดา แต่กำลังเฟ้นหาคนถูพื้นที่แข็งแกร่งที่สุด ว่องไวที่สุด สะอาดที่สุด และเปี่ยมด้วยสัญชาตญาณ
ข้อความดังกล่าวได้กระตุ้นอุณหภูมิของเลือดหน่วยรบพิเศษให้ร้อนขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่หลับไหลมานาน
ในการสัมภาษณ์และทดสอบสมรรถภาพไม่ได้ทำที่องค์กรนาซ่า แต่กลับจัดขึ้นในค่ายทหารแห่งหนึ่งในโคโรลาโด นี่คือเกณฑ์ขั้นต่ำในการสมัครเป็นพนักงานถูพื้นของนาซ่า
-
วิ่งระยะทาง 1 กิโลเมตร ภายในเวลาไม่เกิน 2นาที 30วินาที
-
ดึงข้อราวเดี่ยว 40 ครั้ง
-
ลุกนั่ง 29 ครั้งภายใน 30วินาที
-
ดันข้อ 62 ครั้ง
-
ยืนกระโดดไกล 2.5เมตร
-
ว่ายน้ำ 50เมตร ไม่เกิน 35วินาที
และต้องผ่านการทดสอบการทรมานเชลย เนื่องจากรัสเซียมีการจับบุคลากรของนาซ่าไปทรมานเพื่อเค้นข้อมูลว่านาซ่ากำลังทำอะไรอยู่
การทดสอบความแข็งแกร่งหลายๆอย่างเนื่องจากนาซ่ามีนโยบายในกรณีฉุกเฉินเวลา ข้าศึกบุกองค์กรนาซ่า โดยนาซ่าสามารถเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นฐานทัพพร้อมรบได้ภายในเวลา 2นาที และได้วางระบบที่สามารถต้านรับมือได้นานกว่า 30นาที เพื่อรอให้กองทัพส่งกองกำลังมาช่วย
เซบาสเตียนทำงานที่นาซ่าเป็นเวลากว่า 34ปี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าชุดทำความสะอาด ถือเป็นพนักงานถูพื้นที่บริษัทต่างๆต้องการตัวมากที่สุด อาทิ ไมโครซอฟ,สตาร์บั๊คส์,มอร์แกน สแตนลีย์,เท็กซัส อินสตูเม้นท์ แต่ก็ไม่ยอมย้ายไปไหนแม้ว่าบริษัทเหล่านี้ให้เงินกินเปล่าเป็นค่าย้ายตัวถึง 8แสนดอลล่าห์ก็ตาม
เซบาสเตียนได้ค่าจ้างจากนาซ่า เดือนละ 78000 เหรียญ (ประมาณสองล้านสี่แสนบาท)
ในส่วนของสวัสดิการ นาซ่าให้
-
บ้านใกล้ที่ทำงาน 1หลัง พร้อมพ่อครัว
-
รถเมอร์ซีเดส รุ่น E-class
-
ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมัน ค่ารักษาพยาบาล ค่าเรียนลูก(ถ้าลูกยังเรียนอยู่) ค่าเลี้ยงดูพ่อแม่(ถ้ายังมีชีวิตอยู่)ค่าใช้จ่ายต่างๆ นาซ่าออกให้หมด
ปัจจุบัน เซบาสเตียน ได้รับเกียรติจากกองทัพสหรัฐเชิญไปเป็นอาจารย์พิเศษประจำวิชา ยุทธวิธีการรบภาคพื้นดินในเขตหนาว ,การลาดตระเวนระยะไกล  และ ยังเป็นครูฝึกพิเศษให้แก่หน่วยรบพิเศษเรคอน(Recon)

รูปในชุดทหาร


ที่มา http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X10962348/X10962348.html

Flag this message เบอร์โทรอายัดบัตร (ทุกธนาคาร)..... เผื่อเป็นประโยชน์

รวบรวมทุกแบงค์ไว้หมด  
ธนาคาร   บัตรเอทีเอ็ม ( ATM)  บัตรเครดิต (Credit Card)
ธนาคารกรุงเทพ                  1333, 0-2645-5555/0-2638-4455
ธนาคารกรุงไทย                  1551, 0-2665-5443/0-2665-5000
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา        1572, 0-2296-2001-5/0-2646-3000
ธนาคารกสิกรไทย               0-2888-8888  
ธนาคารทหารไทย               1558  

ธนาคารธนชาต                   1589    
ธนาคารไทยพาณิชย์          0-2777-7777    
ธนาคารยูโอบี รัตนสิน         1580, 0-2661-2600
ธ นาคารอาคารสงเคราะห์   0-2202-2000  
ธนาคารUOB                        1585, 0-2285-1555  
ธนาคาร ไทยธนาคาร          0-2626-7777
ธนาคารนครหลวงไทย         0-2208-5000/ 0-2221-3565/0-2225-4925
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย          0-2729-8807-11
ธนาคารแสตนดาร์ด ชาเตอร์ นครธน   1595
ซิตี้แบงก์ ประเทศไทย  (City Bank)     1588, 0-2232-2484  
ฮ่องกงเซี่ยงไฮ้ ( H S BC)                       1590    
อเมริกัน เอ็กซ์เพรส  (American Express)   0-2273-5544  
ไดเนอร์สคลับ ( Diners Club)                         0-2238-3660

อิออน                                       0-2665 0111  
เซทเทเลม                               0-2667-3655  
เพาเวอร์บาย                           0-2627-8208  
บัตรเครดิตไทยแอร์เอเชีย     0-2797-3399  
แคปิตอล โอเค                        0-2793-3333  
เซ็นทรัลการ์ด                         0-2627-8111
อีซี่ บาย                                   0-2695-0000  
บิ๊กซี การ์ด                              0-2667-3684
Tesco visa                             0-2627-6033  
Robinson visa                     0-2646-3700  
First Choice visa                 0-2345-6789