Tuesday, June 21, 2011

เทคนิคการอ่านหนังสือ และสื่อประเภทต่างๆ

เทคนิคการอ่านหนังสือ และสื่อประเภทต่างๆ
1. เทคนิคการอ่านสารคดี ซึ่งแบ่งออกเป็น
  • ?หนังสืออ้างอิง ทุก ประเภทซึ่งมีความแตกต่างกันการรู้จักใช้ส่วนต่างๆ ของหนังสือและเครื่องมือที่ช่วยในการค้นคว้าได้รวดเร็ว เพราะการค้นคว้าหนังสืออ้างอิงไม่จำเป็นจะต้องอ่านทั้งเล่ม ค้นคว้าเฉพาะตอนใดตอนหนึ่งที่ต้องการเท่านั้น การใช้ส่วนต่างๆ ของหนังสือ เช่น? หน้าปก หน้าปกใน คำนำ คำอธิบายวิธีใช้? สารบัญ ดัชนี? ดัชนีริมกระดาษ??? อภิธานศัพท์ ฯลฯ
นอกจากนั้น การใช้เครื่องมือที่ช่วยในการค้นคว้าได้รวดเร็ว เช่น คำนำทางที่หนังสือ (สำหรับหนังสือเป็นชุด) คำนำทางที่อยู่ตอนบนของหน้ากระดาษทุกๆหน้า (ส่วนใหญ่จะมีในหนังสือพจนานุกรมและสารานุกรม) และส่วนโยงที่มีอยู่ทั้งใน เนื้อเรื่อง และดัชนี เครื่องมือเหล่านี้จะช่วยในการค้นคว้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  • ?หนังสือสารคดีทั่วๆ ไป เทคนิคในการค้นคว้าให้รวดเร็ว เช่นเดียวกับเทคนิคการค้นคว้าหนังสืออ้างอิงแต่ส่วนที่สำคัญที่ผู้อ่านควร รู้จักอ่านให้เกิดประโยชน์และรวดเร็ว นั่นคือการอ่านบทสรุปของหนังสือสารคดีทุกเล่มเพื่อเลือกอ่านเล่มที่ตรงกับ ความต้องการมากที่สุดทำให้ไม่เสียเวลาอ่านเนื้อเรื่องจนจบทั้งเล่ม
2. เทคนิคการอ่านหนังสือนวนิยาย และเรื่องสั้น
  • การอ่านนวนิยาย จะต้องอ่านเพื่อหาแกนหรือแก่น (Theme) ของเรื่อง ข้อคิดเห็นหรือปรัชญาของผู้เขียนที่แฝงไว้ตลอดจนความเหมาะสมของโครงเรื่อง (Plot) ตัวละคร ฉาก บทสนทนาฯลฯ
  • ?การอ่านเรื่องสั้น จะ ต้องพิจารณา เทคนิคการเขียนในการเริ่มต้นเรื่องน่าสนใจเพียงไร การดำเนินเรื่องและจุดจบที่หักมุมได้อย่างสวยงาม เป็นการคลี่คลายปมที่ทำให้?ผู้อ่านเกิดอารมณ์และความประทับใจ
3. เทคนิคการอ่านวารสารหรือนิตยสารและหนังสือพิมพ์
  • เทคนิคการอ่านวารสารหรือนิตยสารทางวิชาการ ควรรู้จักการค้นคว้าโดยใช้ดัชนีวารสารช่วยค้น และการใช้สารบัญ บทคัดย่อ หรือบทสรุป ช่วยในการอ่านให้รวดเร็วไม่ต้องเสียเวลาอ่านจนจบนอกจากสนใจเรื่องใดจึง อ่านอย่างมีวิจารณญาณ
  • เทคนิคการอ่านวารสารบันเทิง การ รู้จักใช้สารบัญและการเลือกอ่านบทความที่มีสาระไม่เป็นพิษเป็นภัย จะช่วยทำให้ผู้อ่านมีความรอบรู้ และได้รับความบันเทิงไปด้วย ทำให้คลายเครียดและคลายเหงาได้เป็นอย่างดี
  • เทคนิคการอ่านหนังสือพิมพ์ หนังสือพิมพ์มีทั้งหนังสือพิมพ์รายวัน? ราย 3 วัน? รายสัปดาห์ ฯลฯ การอ่านหนังสือพิมพ์ควรอ่านข่าวพาดหัว และเลือกอ่านข่าวที่น่าสนใจ จะช่วยทำให้ผู้ที่มีเวลาน้อยจะสามารถอ่านหนังสือพิมพ์ได้หลายๆฉบับ และเลือกอ่านฉบับที่เสนอข่าวรวดเร็วเที่ยงตรงไม่มีอคติ เป็นต้น
4. เทคนิคการอ่านสื่อโฆษณา ฉลากยา ฉลากโภชนาการ ฉลากของเล่นและเกมต่างๆ ฯลฯ
  • การอ่านสื่อโฆษณา ต้องพิจารณาเงื่อนไข และกติกา? หาเหตุผลและความน่าเชื่อถือ ความน่าจะเป็นไปได้? เพราะอาจถูกหลอกลวงได้ง่าย ต้องสอบถามจากผู้มีความรู้และประสบการณ์ ตลอดจนการเปรียบเทียบรายละเอียดต่างๆ จากข้อมูลที่ค้นคว้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับ คุณภาพของสินค้า และผู้จัดจำหน่ายที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
  • การอ่านฉลากยาและฉลากโภชนาการมี ความสำคัญที่จะต้องอ่านก่อนซื้อโดยต้องอ่านวันเดือนปีที่หมดอายุ? วิธีใช้และการเก็บรักษาบริษัทผู้ผลิต/อายุผู้ใช้ รายละเอียดของปริมาณของสารในการผลิต และต้องผ่าน อย. โดยอ่าน เครื่องหมาย อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา)
  • การอ่านฉลากของเล่นและเกมต่างๆ สำหรับ ของเล่นและเกมต่างๆ ก็เช่นเดียวกันถ้าเป็นของเล่นจากต่างประเทศจะต้องอ่านดูว่ามีคำว่า “Non-toxic” หรือไม่ ซึ่งหมายถึงการใช้สีและวัสดุที่ไม่มีพิษมีภัยกับเด็กและสำหรับของเล่นที่ ผลิตในประเทศไทยจะต้องได้รับการรับรองจากสำนักมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ซึ่งจะบอกขั้นตอนการผลิต ขั้นตอนการเล่นและอายุผู้เล่น เป็นต้น นอกจากนั้นจะต้องพิจารณา ฉลากเขียว? (Green? Label)? ว่ามีหรือไม่ เพราะฉลากเขียวเป็นฉลากที่มอบให้แก่ผลิตภัณฑ์ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม น้อยที่ผ่านการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว
  • การอ่านสื่อโสตทัศนวัสดุ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต้องอ่านคำอธิบายวิธีใช้ บริการหลังการขายที่สำคัญมาก อายุของการประกัน คุณภาพ ราคาของการดูแลรักษา (ซึ่งแต่ละประเภท ราคา จะไม่เท่ากัน) ต้องเปรียบเทียบราคากับเครื่องอื่นที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน ต้องศึกษาเพิ่มเติมจากผู้รู้และผู้มีประสบการณ์ ต้องศึกษาแนวโน้มของการผลิตรุ่นใหม่ๆ ที่มีเครื่องหรือชิ้นส่วนที่ใช้ด้วยกันได้หรือไม่ตลอดจนสามารถพัฒนาหรือปรับ ปรุงได้ และสามารถเชื่อมโยงข้อมูลเป็นเครือข่ายกับหน่วยงานอื่นๆ ได้ง่าย
?ต้องอ่านและพิจารณา ความสามารถของสื่อที่เหมาะสมกับการใช้งานและหน่วยความจำตลอดจนราคาที่เหมาะ สมกับคุณภาพ อ่านดูบริษัทผู้ผลิต พิจารณาความชำนาญและชื่อเสียงในการผลิตพิจารณาราคาในการติดตั้งและราคา เครื่องคอมพิวเตอร์ (ซึ่งไม่แพงและหาอาหลั่ยง่าย) และค่าสมาชิกซึ่งไม่แพงจนเกินไป เป็นต้น
======================
ผู้เขียน : รศ.ฉวีวรรณ? คูหาภินันทน์ อาจารย์ พิเศษโปรแกรมวิชาบรรณารักษศาสตร์ และสารนิเทศศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์? สาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ หลักสูตรศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต? บัณฑิตวิทยาลัย สถาบันราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
ที่มา : คัดลอกมาจากวารสารสารสนเทศ ปีที่ 4 ฉบับที่ 1? มกราคม – มิถุนายน 2546

Monday, June 20, 2011

มันคือสัจธรรม...

ชอบมาก โดนใจ


 
                               

 
อย่าไปให้ความสำคัญกับใครบางคน เมื่อคุณเป็นแค่ทางเลือกของเขา. สัมพันธภาพจะดีที่สุดเมื่อทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกันอย่างสมดุล
ไม่ต้องสาธยายเกี่ยวกับตัวคุณให้ใครฟังหรอก เพราะคนที่ชอบคุณ ยังไงเขาก็ชอบ และไม่ต้องการฟังมัน แต่คนที่เกลียดคุณ ยังไงเขาก็ไม่เชื่อคุณหรอก
เมื่อคุณพูดแต่ว่าคุณยุ่ง คุณก็จะไม่ว่างเลย เมื่อคุณพูดแต่ว่าคุณไม่มีเวลา คุณก็จะไม่มีเวลาเลย เมื่อคุณพูดแต่ว่าคุณจะทำในวันพรุ่งนี้ วันพรุ่งนี้จะไม่มีวันมาถึงเลย  
เมื่อเราตื่นขึ้นมาในยามเช้า เรามีทางเลือกง่ายๆ 2 อย่าง
กลับไปนอนและฝันหวานต่อ หรือ ลุกขึ้นมาแล้วทำความฝันให้เป็นจริง
มันก็แล้วแต่คุณจะเลือกแล้วล่ะ
เรามักทำให้คนที่เป็นห่วงเราต้องร้องไห้
เรามักร้องไห้ให้กับคนที่ไม่เคยใส่ใจเรา
และเรามักใส่ใจกับคนที่ไม่มีวันร้องไห้ให้เรา
นี่คือความจริงของชีวิต เป็นเรื่องแปลกแต่จริง
ถ้าเห็นคุณเห็นด้วย มันก็ยังไม่สายเกินแก้


เมื่อคุณกำลังสนุกสนาน ก็อย่ารับปากพล่อยๆ
เมื่อคุณกำลังเศร้า ก็อย่าได้ตอบกลับ
เมื่อคุณกำลังโกรธ ก็อย่าไปตัดสินใจอะไร

คิดให้ถี่ถ้วน ทำอย่างสุขุม
เวลาก็เหมือนสายน้ำ
คุณไม่มีทางสัมผัสน้ำเดียวกันได้สองครั้งหรอก
เพราะมันได้ไหลผ่านไปแล้ว
มีความสุขกับทุกช่วงชีวิตของเราดีกว่า...


ส่งให้ใครก็ได้ที่คุณห่วงใย
หากคุณได้รับคืน หมายถึง คุณได้พบเพื่อนแท้แล้ว

Thursday, June 2, 2011

คดีความ ค้ า ง ค า ใ จ


       
คดีความ                       ทุกคดี
ล้วนต่างมี                    พยาน หลักฐาน
แพ้-ชนะ                      สู้คะคาน
ตาชั่งศาล                    วัด   ชั่ง    ตวง


ชี้ขาด                             ตามมาตรวัด
ใช่ชี้ชัด                          ทุกชั้นช่วง
เชิงชั้น                           ตัน  และ  กลวง
อาจเล่ห์ลวง                    ชั่ง   ตวง   วัด


ตาชั่ง                            ชี้ตามชั่ง
คนวาดหวัง                     อย่าเคืองขัด
ดี-ชั่ว                              ยังฉายชัด
ในวงวัฏ                          แห่งกรรมเวร


ตาชั่ง                             กฎแห่งกรรม
จะชั่งซ้ำ                          ให้ได้เห็น
ตวงวัดโทษ                    ทุกประเด็น
อันหลบเร้น                   ค้างคาใจ  !


                         ว.แหวนลงยา

Monday, May 30, 2011

คําคมชีวิต โดนใจสุดๆ

คําคมชีวิต โดนใจสุดๆ

คํา คม ชีวิต
"You see things and you say, 'Why?'!But I dream things that never were; and I say, 'Why not?"
- - George Bernard Shaw - -
คุณเห็นบางสิ่งบางอย่าง คุณจะพูดว่า"ทำไม" ในขณะที่ฉันได้เห็นความฝันของฉันซึ่งไม่เคยเป็นไปได้ ฉันพูดว่า "ทำไมถึงไม่มีสิ่งนั้นล่ะ"

"Do what you can, with what you have, where you are."
- - Theodore Roosevelt - -
ทำในสิ่งที่คุณสามารถจะทำได้ พร้อมกับสิ่งที่คุณมีและที่ที่คุณอยู่
 
"The secret of success in life is to be ready for your opportunity when it comes."
- - Benjamin Disraeli - -
ความลับของความสำเร็จคือเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอสำหรับโอกาสที่มาถึง

"You get the best out of others when you give the best of yourself."
- - Harvey Firestone - -
"คุณจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดของคนอื่น เมื่อคุณได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดของคุณไป"

"If you always do what interests you, then at least one person is pleased."
- - Katherine Hepburn - -
ถ้าคุณลงมือทำในสิ่งที่คุณสนใจอยู่เสมอ อย่างน้อยจะมีคนคนหนึ่งที่พอใจ
 
"Even a Step back can be fatal."
- - W.Brudzinski - -
แม้แต่การก้าวถอยหลังก็อาจถึงแก่ชีวิตได้

"Imagination is more important than knowledge."
- - Albert Einstein - -
จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ที่มี

"The reward of a good thing well done is to have it done."
- - Ralph Waldo Emerson - -
รางวัลของสิ่งที่เรียกว่ายอดเยี่ยมคือการได้สร้างมันขึ้นมา

"Only two things are infinite, the universe and human stupidity,
and I'm not sure about the former."
- - Albert Einstein - -
มี เพียงสองสิ่งเท่านั้นที่หาที่สิ้นสุดไม่ได้ สิ่งหนึ่งคือจักรวาล และอีกสิ่งคือความโง่เขลาของมนุษย์ ทว่าฉันไม่แน่ใจว่าจักรวาลจะเป็นเช่นนั้น

"Life remains the same until the pain of remaining the same
becomes greater than the pain of change."
- - Anonymous - -
ชีวิตจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจนกระทั่งความเจ็บปวดจากความนิ่งเฉย จะมากกว่าความเจ็บปวดจากการเปลี่ยนแปลง

"He who loses money, loses much; He who loses a friend, loses more; He who loses faith, loses all."
- - Anonymous - -
เขา..ผู้สูญสิ้นทรัพย์สินไป
เขา..สูญเสียมากเหลือเกิน
เขา..ผู้สูญสิ้นเพื่อนไป
เขา..สูญเสียมากกว่า
เขา..ผู้สูญสิ้นความศรัทธา
เขา..ผู้นั้น.. สูญเสียยิ่งกว่าใครๆ


"The determined man finds the way, the other finds an excuse or alibi."
- - Anonymous - -
ผู้ที่แน่วแน่และมุ่งมั่นจะหาหนทางแก้ปัญหา ในขณะที่คนอื่นจะหาหนทางแก้ตัว

"The only thing in life achieved without effort is failure."
- - Anonymous - -
มีเพียงสิ่งเดียวในชีวิตที่จะสามารถพิชิตได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากมายคือความล้มเหลว

"Some dream of worthy accomplishments, while others stay awake and do them."
- - Anonymous - -
บางคนฝันที่จะประสบความสำเร็จอย่างสวยหรู ในขณะที่บางคนกำลังลงมือกระทำ

"No bird soars too high if he soars with his own wings."
- - William Blake - -
ไม่มีนกตัวใดบินสูงเกินไปถ้ามันบินด้วยปีกของมันเอง

"Obstacles are those frightful things you see
when you take your eyes off your goals."
- - Anonymous - -
อุปสรรคคือสิ่งที่น่าตกใจก็ต่อเมื่อคุณไม่ได้มองไปที่จุดหมายปลายทาง

"Advice is like snow; The softer it falls the longer it dwells upon,
and the deeper it sinks into, the mind."
- - Samuel Taylor Coleridge - -
คำแนะนำเหมือนหิมะที่โปรยปรายลงมา ยิ่งบางเบาเพียงใดก็ยิ่งแตะเพียงเปลือกนอก และยิ่งหนักหนาเท่าใดก็ยิ่งลึกถึงความรู้สึกเท่านั้น

"There is nothing either good or bad but thinking makes it so."
- - W.Shakespeare - -
ไม่มีสิ่งใดๆในโลกที่ดีหรือเลว มีแต่ความคิดของเราเท่านั้นที่ทำให้เกิดความดีและความเลว

"Great minds discuss ideas; Average minds discuss events;
Small minds discuss people."
- - Anonymous - -
จิตใจที่ยิ่งใหญ่วิพากย์วิจารณ์ความคิด จิตใจสามัญวิพากวิจารณ์เหตุการณ์ แต่จิตใจที่ต่ำต้อยนั้นวิจารณ์เพียงผู้คน

"Life is a big canvas and you should throw all the paint you can on it."
- - D.Kaye - -
ชีวิตเหมือนภาพเขียนขนาดใหญ่และคุณควรจะใช้สีทั้งหมดที่คุณมีสร้างสรรค์มันขึ้นมา

"Forgive your enemies, but never forget their names."
- - J.F.Kennedy - -
จงยกโทษให้แก่ศัตรูของคุณ แต่อย่าลืมชื่อของพวกเขาเป็นอันขาด

"The only man who never makes mistakes is the man who never does anything."
- - T.Roosevelt - -
คนที่ไม่เคยทำผิดคือคนที่ไม่ได้ทำอะไรเลย

"If you want to increase your success rate,double your failure Rate."
- - T.Watson Jr (Founder of IBM) - -
ถ้าคุณต้องการประสบความสำเร็จมากขึ้นหนึ่งเท่าตัว จงเพิ่มความล้มเหลวเป็นสองเท่าตัว


เครดิต artsmen.net

ที่มาจาก
http://atcloud.com
เรียบเรียงบทความโดย
คนมัน ดอทคอม

Sunday, May 29, 2011

บ้านนายก อบต.

โอ้โห!!!

นี่แค่นายก อบต.น่ะ แล้วถ้าเป็นนายกรัฐมนตรีจะขนาดไหน

สวนบริเวณบ้าน

Description: cid:_2_08BE785408BEBA28001A7B284725789C
Description:

 cid:_2_08BE7AC008BEBA28001A7B284725789C

ก็เจอเครื่อง Ultralight


Description: cid:_2_08BE7EEC08BEBA28001A7B284725789C

ฝูงแมงกะไซค์

Description:

 cid:_2_08BE81F808BEBA28001A7B284725789CDescription: cid:_2_08BE83FC08BEBA28001A7B284725789CDescription: cid:_2_08BE860008BEBA28001A7B284725789CDescription: cid:_2_08BE880408BEBA28001A7B284725789CDescription: cid:_2_08BE8A0808BEBA28001A7B284725789C


รถกระป๊อ

Description: cid:_2_08BE8C2408BEBA28001A7B284725789CDescription: cid:_2_08BE8E2808BEBA28001A7B284725789CDescription: cid:_2_08BE902C08BEBA28001A7B284725789C

สามล้อ กะลังฮิตเลย

Description: cid:_2_08BE927408BEBA28001A7B284725789CDescription: cid:_2_08BE947808BEBA28001A7B284725789CDescription: cid:_2_08BE967C08BEBA28001A7B284725789C


รถเล็กๆ เอาไปจ่ายตลาด

Description: cid:_2_08BE98C408BEBA28001A7B284725789C

สิงห์สำอางค์ทางเรียบ

Description: cid:_2_08BE9B0C08BEBA28001A7B284725789CDescription: cid:_2_08BE9D1008BEBA28001A7B284725789CDescription: cid:_2_08BE9F1408BEBA28001A7B284725789CDescription: cid:_2_08BEA11808BEBA28001A7B284725789CDescription: cid:_2_08BEA31C08BEBA28001A7B284725789CDescription: cid:_2_08BEA52008BEBA28001A7B284725789CDescription: cid:_2_08BEA72408BEBA28001A7B284725789C

เรียบๆอย่างเดียวมันก็น่าเบื่อ   ชีวิตมันต้องมีอุปสรรคบ้าง จัดไป Hummer

Description: cid:_2_08BEA96C08BEBA28001A7B284725789C



ที่เด็ดสุด และไม่คิดว่าจะได้เจอเจ้านี่ในโรงรถด้วย  KTM  X-BOW ROC  Limited Edition มีแค่ 8 คันในโลก   คันละแค่ 12 ล้าน    $_$ จิ๊บๆ

Description: cid:_2_08BEABB408BEBA28001A7B284725789CDescription: cid:_2_08BEADB808BEBA28001A7B284725789CDescription: cid:_2_08BEB0B408BEBA28001A7B284725789C

ลื๊อมีร่มไม๊...แค่คำนี้ นิสัยผมเปลี่ยนทันที

         สมัยก่อน ผมเป็นคนที่จริงจังกับความรักมาก ทุ่มเทกับแฟน หรือสาวที่จีบแบบสุดๆ จีบก็จีบทีละคน รักใครรักจริง Take care กระจายไม่ได้กลัวตัวเองเหนื่อย ยอมประหยัดเงินสารพัด ทำงานพิเศษ ได้เงินมาเลี้ยงแฟน อะไรอย่างนั้น ฟังๆดู ก็เหมือนวัยรุ่นทั่วไปอ่ะนะครับ แต่การเรียนก็ไม่ให้เสียนะครับ ผมก็ตั้งใจเรียนด้วย เพราะสัญญากับป๊าและม้า (พ่อกับแม่)ไว้ ว่าจะเอาเกียรตินิยมอันดับหนึ่งมาให้ท่าน ซึ่งสุดท้ายก็ทำได้จริงๆ [ เก่งไม๊เล่า ขออวดหน่อย :) ]
 

http://www.umbrellarich.com/cartoon.jpg
                      แต่ยังไงก็แล้วแต่ ด้วยความที่รักแฟนมาก แน่นอน เราย่อมมีเวลาให้แฟนอย่างที่สุด จนลืมนึกถึงคนที่รักเราและดูแลเรามาตลอดทั้งชีวิต อย่างป๊าและม้า หลายๆครั้งท่านทั้งสองก็ห่วงเรา คอยเตือนเรา เพราะคุยโทรศัพท์ก็เสร็จดึก วันธรรมดาเรียนเสร็จก็ต้องไปส่งบ้าน กลับบ้านดึกมาก ข้าวก็กินดึก กับข้าวที่ม้าทำไว้ให้ บางทีก็ไม่ได้กิน เพราะไปกินกับแฟนแล้ว วันเสาร์อาทิตย์ ก็ไปหาแฟน เก็บเงินไว้ซื้อของให้แฟน หายใจเข้าออกเป็นสาวคนนั้นเลยทีเดียว เวลามีให้แฟนมากกว่าที่มีให้ตัวเองและป๊าม้า หลายๆครั้ง ป๊าม้าคอยเตือน เพราะท่านห่วงเราว่าจะไม่ได้พักผ่อน กลัวเหนื่อย กลัวเสียการเรียน แต่เราก็อดที่จะหงุดหงิดไม่ได้ มีปากเสียงกับท่าน ทำให้ท่านเสียใจไปก็คงไม่น้อยหล่ะ (รู้สึกผิดจริงๆ)
ทีนี้ แน่นอนว่า ความรักผม มันไม่ได้ยืนยาวหรอกครับ....และแล้ว มันมาถึงจุดสิ้นสุดของความรัก แต่ก็เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตด้วยเหมือนกัน....
....ช่วงใกล้ๆเลิกกับแฟน เพราะแฟนคนนี้ มีหนุ่มมาจีบใหม่ ซึ่งแน่นอน...ดีกว่าผมทุกอย่าง ยกเว้นหน้าตา 5555 (อันนี้ให้หลายๆคนตัดสินนะนั่น ไม่ได้คิดเองนะคร๊าบบบบบ).....แฟนเริ่มเปลี่ยนไป หงุดหงิดเราง่ายขึ้น ไม่คุยเหมือนเดิม ไม่ได้เที่ยวกันเหมือนเดิม แล้วยังไงดีหล่ะ เราก็เสียใจ หงุดหงิดเหมือนกัน อารมณ์แปรปรวน ว๊ากที่บ้านไปก็มีบ้าง เวลาคนที่บ้าน ป๊าม้า พี่น้องเตือนเรา ก็คนมันหงุดหงิดอ่ะนะ ทำไงได้
แล้ววันที่ทำให้ผมคิดได้ก็มาถึง
วัน นั้นผมทำงานที่มหาลัยเสร็จค่ำมาก หน้าฝน แน่นอน ฝนตกหนัก...ระหว่างผมนั่งรถเมล์กลับบ้าน ก็คิดถึงแฟน (ที่กำลังจะเลิกกัน) ก็เลยโทรหา บทสนทนาคร่าวๆ:-

ผม: อยู่ไหนครับ ทำอะไรอยู่ ฝนตกหนักหรือเปล่าตรงนั้น

แฟน: กำลังกลับบ้าน ตก มีอะไรก็รีบๆพูด

ผม: มีร่มไม๊

แฟน: ไม่มี

ผม: แล้วทำยังไง เดี๋ยวตากฝน ไม่สบายนะ

แฟน: ไม่เป็นไร จัดการเองได้ โตแล้ว

ผม: แล้วกินอะไรหรือยัง

แฟน: ยัง ยังไม่หิว

ผม: กลับบ้านดีๆนะ ถ้าฝนตกหนัก หาที่หลบก่อน รอฝนซาแล้วค่อยกลับ ดูแลตัวเองด้วย เป็นห่วง

แฟน: (เริ่มหงุดหงิด) อืม รู้แล้ว ไม่มีอะไรใช่ไม๊ แค่นี้นะ !! ..... แล้วก็วางหูไป


ตอน นั้น ผมอยู่บนรถเมล์แล้วนะครับ หลังจากวางหูไป ผมเสียใจมาก เพราะว่าเราหวังดี ไม่คิดว่าจะทำให้รำคาญ....และแล้ว จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดก็มาแล้ว เสียงโทรศัพท์ดังครับ......

ผม: ฮัลโหล

ป๊า: (เรียกชื่อผม) ลื๊ออยู่ไหนเนี่ย

ผม: อยู่บนรถเมล์ ป๊ามีอะไร กำลังกลับบ้าน

ป๊า: กินข้าวหรือยัง

ผม: ยังอ่ะ

ป๊า: เออๆ ที่บ้านอาม้าทำกับข้าวไว้แล้ว มี (บอกชื่อกับข้าว)

ผม: อืม

ป๊า: แถวบ้านฝนตกหนักนะ ลื๊อเอาร่มไปหรือเปล่าเนี่ย

ผม: ไม่มีอ่ะ ไม่ได้เอามา

ป๊า: อ้าว แล้วเดี๋ยวลงรถ จะทำไง จะตากฝนกลับบ้านเหรอ (จากป้ายรถเมล์ ผมต้องเดินอีกไกลกว่าจะถึงบ้าน)

ผม: อืมๆ ไม่เป็นไร เดี๋ยวลุยกลับบ้านไป แป๊ปเดียว ไม่เป็นไรหรอก

ป๊า: เออๆ เอางี๊ ลื๊อลงรถแล้วโทรหาป๊า เดี๋ยวป๊าเอาร่มไปรับ

ผม: ไม่เป็นไรป๊า เดี๋ยวเค้ากลับเอง (ผมใช้แทนตัวเองว่า “เค้า” กับป๊าและม้ามาตั้งแต่เด็กๆ...ดูเป็นลูกแหง่เนอะ ^^”)

ป๊า: เออๆ ลงรถแล้วโทรมาละกัน แค่นี้แหละ....วางหู


....สังเกตอะไรกันไม๊ครับ...


...บทสนทนาผมกับแฟน แทบจะเหมือนกับที่ป๊าพูดกับผมเลย...นั่นหล่ะครับจุดเปลี่ยน

      ...ในขณะที่เราห่วงใครบางคน ใครก็ไม่รู้ ผู้หญิงที่รู้จักมาไม่เกิน 2 ปี รัก และพยายามดูแลทุกอย่าง จะโดนด่าให้เจ็บช้ำน้ำใจขนาดไหนก็ทนเหลือเกิน จะห่วงเค้า แล้วเค้าเห็นค่าของเราหรือเปล่าก็ไม่รู้
...แต่มีชายหญิงคู่ หนึ่ง รักเรามากกกกกก มากจริงๆ ถึงแม้จะไม่เคยพูดว่ารักเลย แต่การแสดงออก มันใช่ ต้องใช่แน่ๆ มันเป็นอะไรที่พูดยาก.....เอ้ย เริ่มเป็นเพลง...เอาใหม่ๆ
...มีชายหญิงคู่หนึ่ง ก็พ่อแม่เรานี่หล่ะ รักเรามาก ไม่เคยหวังผลตอบแทน ห่วงเราได้ทุกสถานการณ์ ต่อให้เราเคยหงุดหงิด มีปากเสียงกับท่าน ถามว่าท่านโกรธไม๊....แหะๆ ก็คงมีบ้าง แต่ท่านก็ไม่ได้คิดอะไร และสุดท้ายความโกรธนั้นก็หาย และท่านก็ยังรัก หวังดี แล้วก็ห่วงเราเหมือนเดิม
แต่แปลก ทำไมเราต้องไปสนคนอื่น แคร์คนอื่น ไปเสียใจ เพราะคนอื่นไม่รัก โอย ฟูมฟายกันเลยทีเดียว ตอนเลิกกับแฟน
เราเสียใจให้กับคนที่เรารัก แล้วไม่รักแล้ว....แล้วรู้ไม๊ว่า
คนที่รักเราที่สุดในโลก พ่อแม่เรา เค้าเสียใจมากขนาดไหน ที่เห็นเราเสียใจ เห็นเราเป็นทุกข์
เราเคยคิดอย่างนี้กันบ้างหรือเปล่า
กับคนที่เรารัก เราซื้อของให้ มีเวลาให้ ดูแลสารพัด Take care สารพัด
กับคนที่รักเราที่สุดในโลก เราเคยซื้อของดีๆแพงๆให้บ้างไม๊ เคยพาท่านไปดูหนัง เคยเลี้ยงข้าวท่าน เคยดูแลท่านเหมือนนี่ทำกับแฟนไม๊
แปลกดีเนอะ....เราไปรัก แล้วก็ดูแลใครก็ไม่รู้ เพิ่งรู้จักกันแค่ไม่นาน
แต่คนที่เราเห็นหน้ามาตั้งแต่ลืมตาดูโลกครั้งแรก ไม่เคยคิดจะดูแล


   ....นี่หล่ะครับ ความคิดที่ออกมาทั้งหมด หลังจากแค่ป๊าถามว่า....
แล้วลื๊อมีร่มไม๊

ตั้งแต่วันนั้น ผมเปลี่ยนเป็นคนละคนเลยครับ ไม่สนคนอื่นแล้ว ถึงผมจะมีแฟนใหม่ ผมดูแลแฟนผม แต่แน่นอน ไม่เท่ากับที่ผมดูแลคนที่บ้าน
ผม บวชให้ป๊าให้ม้า ผมเลิกเหล้า เลิกบุหรี่ เพื่อป๊ากับม้า ---> ผมพาป๊า ม้า ไปกินข้าว กินอาหารในร้านอาหารนอกบ้านบ่อยขึ้น  อยู่บ้านมากขึ้น  

(แหงหล่ะสิ ก็ถึงตอนนี้ มันโสดนี่หว่า จะให้ไปเที่ยวที่ไหน) พาป๊าม้าไปทำบุญที่วัดบ่อยเท่าที่มีโอกาส
ผม ซื้อของขวัญเล็กๆน้อยๆให้ป๊ากับม้า ทุกครั้งที่ได้มาทำงานหรือดูงานต่างประเทศ ถึงแม้บางที จะทำเป็นบ่นว่าซื้อมาทำไม แพงเปลืองตังค์ แต่...แหนะ อย่ามาแอ๊บ เห็นนะว่าแอบยิ้ม
และแน่นอนครับ ผมมีความสุขมากขึ้น มากขึ้นมากๆจริงๆ เพราะว่า
ผมเห็นคนสองคน ที่รักผมมากที่สุด และผมก็รักเค้าทั้งสองคนมากที่สุด มีความสุข
.......จบบริบูรณ์...

ขอ ขอบคุณทุกท่านที่อดทนอ่าน หวังว่าคงช่วยทำให้น้องๆเพื่อนๆหลายๆคน หันมารักพ่อแม่มากขึ้นนะ แล้วก็ทำใจได้เร็วขึ้น ถ้าผิดหวังจากคนรักมาอ่ะนะ..อย่าลืม

พ่อแม่มีไว้ให้รักให้ดูแลนะครับ ไม่ได้มีไว้ให้ขอเงินไปซื้อของ กับกินขนม :)

บุญรักษาครับ

ลูกที่เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เป็นเรื่องที่น่ารัก + ดีมากๆ บางครั้งคนที่ใกล้ตัวเรา รักเรามากๆ เรากลับมองข้ามผ่านเลยไป ลองเปลี่ยนแปลง ลองคิดใหม่
เชื่อว่า ความกตัญญูเป็นสิ่งที่นำทางไปสู่ความเจริญ และดีงาม อย่างหาที่สุดไม่ได้............

The Circle @ราชพฤกษ์-สาทร....ว้าว! น่ารัก^^ นึกว่า ปาลิโอ@เขาใหญ่

The Circle @ราชพฤกษ์-สาทร....ว้าว! น่ารัก^^ นึกว่า ปาลิโอ@เขาใหญ่

 

The Circle สไตล์ Village Shopping Town แห่งใหม่ ย่านถนน ราชพฤกษ์-สาทร
น่าเดินเล่นมากค่ะ เหมือนได้ไปเดินชอบปิ้ง แถวปาลิโอ เขาใหญ่ ประมาณเดียวกันเลย
แตกต่างกันตรงที่ มีร้านอาหาร ร้านเค้ก ร้านกาแฟ ที่มีชื่อไปเปิดกันเต็มเลย และ
ตกแต่งกันในสไตล์ที่ไม่ซ้ำกันสักร้าน สวย น่ารัก น่าเดินเล่น มาก นอกจากนั้นยังมี
ร้านแฟชั่น เสื้อผ้า กิ๊ปชอป น่าให้เสียตัง จัดครบ เต็มที่เลย ^^
ลองไปเดินเล่นเพลินๆนะคะ เค้าจัดได้น่ารักสวยงาม ถ้าอยากเก็บภาพสวยๆ จะได้
ไม่ต้องไปขับรถถึงเขาใหญ่..ฟิลเดียวกันเลย....