Monday, October 15, 2012

สร้างตนเองให้มีเครดิตด้วยบุคลิกดีๆ

สร้างตนเองให้มีเครดิตด้วยบุคลิกดีๆ

   ทุกๆ ปีที่ผ่านมาเมื่อถึงสิ้นปี เชื่อแน่ว่าคุณก็เป็นอีกคนหนึ่ง ที่ลุ้นโบนัสและเงินเดือนขึ้นจนตัวโก่งแน่นอน แต่พอความจริงปรากฏกลับพลิกล็อค เพื่อนหลายคนหัวเราะชอบใจเพราะได้เกินความคาดหมาย ตรงกันข้ามกับคุณ กลับต้องมานั่งน้ำตาเช็ดหัวเข่า ทั้งๆ ที่คุณก็ทำงานหนักพอๆ กับคนอื่น
ในเมื่อคุณตั้งอกตั้งใจ ทำงานออกอย่างนั้น แต่มันก็ไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจไว้ เหตุผลที่ทำให้อดสงสัยไม่ได้ก็คือเรื่องเจ้านายนั่นเอง จะเป็นเพราะเจ้านายไม่ชอบหน้าหรือว่าไม่ได้เลียแข้งเลียขา ประจบเจ้านายขอขึ้นเงินเดือนหรือเปล่าก็ไม่รู้ ที่ทำให้ผลออกมาไม่น่าพอใจ
ไอ้เรื่องอย่างนี้ใครๆ ก็เบื่อ แต่ก็ไม่มีใครหนีพ้น ดังนั้น ถ้าคุณอยากอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ก็คงต้องทำใจกันหน่อย เพราะมันเป็นธรรมดาของมนุษย์
ถึงอย่างไรมันก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดี ที่สุด คุณคงไม่ภูมิใจแน่ ถ้าเดินขึ้นแท่นรับรางวัล ท่ามกลางเสียงสาปแช่งของบรรดาเพื่อนฝูงรอบข้าง แทนที่จะเป็นเสียงปรบมือชื่นชม
แนะนำให้หาทางใหม่ที่สังคมยอมรับจะดี กว่า อย่างน้อยมันก็ช่วยให้คุณเดินไปไหนมาไหนได้สบายๆ ไม่ต้องกังวลเสียงด่านินทาลับหลัง กระนั้นก็เถอะ ต่อให้เจ้านายจะชอบคนประจบขนาดไหนก็ต้องเกรงใจแน่ๆ ถ้าคุณใช้วิธีต่อไปนี้
แสดงความสามารถที่มีอยู่
ก่อนอื่นต้องเข้าใจเสียก่อน ว่าคนที่ได้รับผลตอบแทนจากการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนตำแหน่ง, โบนัสหรือว่าขึ้นเงินเดือนนั้น มาจากความสามารถที่สมควรได้รับ ไม่ใช่เพราะความสามารถพิเศษในการเลียแข้งเลียขาเจ้านาย
มีหลายคน เข้าใจว่าาทำงานให้สมกับเงินเดือนเท่านั้นเป็นพอ มันก็เป็นจริงสำหรับคนที่ทำงานไปวันๆ แต่สำหรับคนที่รักความก้าวหน้า ถ้าคิดอย่างนี้เห็นทีจะแย่ เพราะการทำงานตามหน้าที่ให้เสร็จไปวันๆ เป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ทำได้ คุณไม่อยากนิ่งอยู่กับที่ ก็ควรจะแสดงความสามารถที่มีอยู่ให้เจ้านายเห็น ว่าสามารถทำงานในตำแหน่งที่สูงกว่าได้ รับรองว่าชื่อคุณต้องเป็นที่จับตามองแน่นอน แต่ยังไงก็อย่าทำงานข้ามหน้าข้ามตา หรือก้าวก่ายงานคนอื่นก็แล้วกัน
ทำงานด้วยความกระตือรือร้น
คนไม่เก่งแต่ขยัน มักจะประสบความสำเร็จมากกว่าคนเก่งแต่ขี้เกียจ ไม่ว่าคุณจะเข้าข่ายเก่งหรือไม่ แต่ถ้าขยันและกระตือรือร้นซะอย่าง เชื่อเถอะว่าไม่มีใครกล้ามองข้ามคุณไปหรอก ที่สำคัญพยายามทำให้เป็นนิสัยเสมอต้นเสมอปลายเข้าไว้
นอกจากนี้ คุณควรจะสร้างบรรยากาศการทำงานให้มีชีวิตชีวามากขึ้น จะได้ไม่น่าเบื่อ อย่าลืมว่าการมีเพื่อนเยอะๆ จะช่วยให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

คุณอาจจะหาคู่หูในที่ทำงานสักคน เผื่อเอาไว้เป็นที่ปรึกษา และคอยกระตุ้นไม่ให้ขี้เกียจ ก็ช่วยได้เยอะเหมือนกัน
ทำตัวให้เป็นที่รักของคนรอบข้าง
ใครที่พูดเก่งหรือว่าคุยเก่งถือว่า โชคดีไป เพราะได้เปรียบในการเจรจาหรือปรึกษาเรื่องงาน ส่วนคนเงียบๆ ไม่ชอบสุงสิงกับใคร อาจเกิดอุปสรรคในการทำงานได้เหมือนกัน เพราะเวลาต้องการคำปรึกษาปัญหารือขอความผิดพลาดจากใคร จะไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร ถึงคุณจะเป็นคนไม่ค่อยพูด แต่เพื่อชีวิตการทำงานที่ราบรื่น แนะนำให้ยิ้มเข้าไว้ เป็นการสร้างสัมพันธไมตรีที่ดีที่สุด
อ่านหนังสือหาความรู้
สมัยนี้คนอ่านหนังสือกันน้อยลง โดยเฉพาะคนทำงาน ส่วนมากจะอ้างว่าไม่มีเวลา ใครคิดอย่างนั้นก็อย่าหวังก้าวหน้ากันเลย เพราะความรู้ทั้งหมดออกมาจากหนังสือ เพราะฉะนั้น ถ้าอยากประสบความสำเร็จ ก็ต้องพยายามหาเวลาอ่านหนังสือให้ได้ การอ่านหนังสือจะช่วยให้มุมมองและความคิดของคุณกว้างไกลขึ้น
หนังสือที่เลือกอ่าน นอกจากจะเป็นหนังสือที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการทำงานที่ทำอยู่แล้ว ก็น่าจะหาหนังสือที่ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินด้วย ช่วยผ่อนคลายความเครียดไปในตัว ถ้ามีเวลาว่างมากหน่อย ก็ควรจะหาหนังสือประเภทอัตชีวประวัติของคนที่น่าสนใจมาอ่านประดับความรู้ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการทำงานและการดำเนินชีวิต
พิถีพิถันเรื่องความสะอาดเรียบร้อย
คงไม่มีใครที่ให้เครดิตคุณเต็มร้อย หรอก ถ้าคุณยังขืนแต่งตัวไม่เข้าท่า ไม่สะอาด แถมโต๊ะทำงานรกรุงรังอย่างกับรังหนู การแต่งตัวง่ายๆ (ง่ายเกินไป) ประเภทไม่ค่อยสนใจตัวเอง เช่น ไม่เคยรีดผ้าที่ใส่มาทำงาน, รองเท้าไม่เคยขัด, ไว้หนวดเครารุงรัง หรือว่าไม่ยอมแก้ปัญหากลิ่นตัว
การแต่งตัวมอซออาจใช้ได้ดีกับวงการศิลปิน แต่รับประกันได้เลยว่า มันใช้ไม่ได้ผลกับวงการธุรกิจแน่นอน เพราะ ในสังคมการทำงานที่ต้องติดต่อกับคนมากๆ หรือทำธุรกิจ จะต้องมีบุคลิกที่น่าเชื่อถือ ซึ่งเครดิตเหล่านี้มาจากภาพรวมที่มองเห็น เช่นความสะอาดเรียบร้อยในการแต่งกาย ใบหน้าสะอาดเกลี้ยงเกลา
การแต่งตัวให้ดูดีนั้น ไม่ใช่หมายความว่าต้องเป็นเสื้อผ้าราคาแพงเสมอไป มันไม่เกี่ยวกันหรอกครับ ขอเพียงให้สะอาดเรียบร้อยก็ใช้ได้แล้ว
สร้างเครดิตดีๆ ให้กับตนเอง
ถ้าการสร้างเครดิต หรือความเชื่อถือ เป็นสิ่งที่ทำกันได้ง่ายๆ คุณคงไม่เห็นคนส่วนใหญ่กระตือรือร้น หาหนทางสร้างเครดิตให้กับตัวเอง เพราะฉะนั้น เมื่อไหร่ที่คุณต้องการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ เพื่อให้คนรอบข้างนับถือ คุณก็จำเป็นต้องมีคุณสมบัติที่ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกริยามารยาท การพูดจา หรือแม้แต่การแต่งกาย
การสร้างเครดิตให้ตัวเอง จึงเป็นเรื่องที่คุณต้องพิถีพิถัน และรอบคอบเป็นพิเศษ ยิ่งถ้าคุณอยากสร้างความประทับใจ และความไว้เนื้อเชื่อใจเมื่อแรกพบด้วยแล้ว คุณสมบัติดังกล่าวควรมีอยู๋ในตัวคุณ
และต่อไปนี้ คือเทคนิคการสร้างเครดิตให้ตัวเองในระยะเวลาสั้นๆ เพื่อให้นัดครั้งแรกของคุณ ในการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจไปได้สวย


จับมือ...จับให้แน่น กระชับ และมั่นใจ อย่าเขย่ามือบ่อยเกินกว่า 3 ครั้ง อย่าลืมพยายามสบตากับอีกฝ่ายพร้อมกับรอยยิ้ม
ยืนห่างประมาณ 3-4 ฟุต...นี่ เป็นระยะมาตรฐานในการยืนสนทนาพบปะผู้คนทั่วไป ถ้าเข้าไปใกล้มากกว่านี้ จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามรู้สึกอีดอัดได้ แต่ถ้าไกลกว่านี้ ความรู้สึกห่างเหินย่อมเกิดขึ้นได้ง่าย แถมดูไม่ค่อยใส่ใจคู่สนทนาอีกด้วย
ยืนข้างๆ...การ เผชิญหน้ากับอีกฝ่ายหนึ่งตรงๆ ตำแหน่งที่ยืนควรจะเป็นด้านข้าง และเฉียงออกเล็กน้อย การยืนเช่นนี้ จะทำไห้คุณดูสนใจฝ่ายตรงข้าม มากกว่ายืนตรงข้ามกันตรงๆ
ท่าทางเวลาจับมือ...ถ้า มีโอกาส อาจจะยื่นมือทั้งสองข้างไปจับมือข้างหน้า ซึ่งกริยาท่าทางนี้ เป็นการเคารพนอบน้อม ซื่อสัตย์ และดูเป็นคนโปร่งใส ไม่มีความลับอะไรปิดบังซ่อนอยู่
ลาด้วยการสัมผัส...เวลา ที่คุณต้องการคั่นบทสนทนาหรือจบการพูดคุย ก็ควรจบด้วยการสัมผัสเบาๆ ที่แขน หรือไม่ก็ลูบไหล่คู่สนทนาเบาๆ (ในกรณีผู้ชายกับผู้ชาย) มันเป็นวิธีการที่ดี เป็๋นมิตร และอบอุ่นที่สุด โดยเฉาะอย่างยิ่งถ้าคุณเป็นผู้ใหญ่กว่า หรือมีตำแหน่งสูงกว่า
แต่วิธีการลาจากด้วยการสัมผัสแขน หรือไหล่ของคู่สนทนาที่เป็นผู้หญิงนั้น เป็นสิ่งที่คุณควรระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะดูจะไม่ค่อยเหมาะนัก โดยเฉพาะในการพบปะครั้งแรก คุณควรให้การพูดจาสื่อความเป็นมิตรจะดีกว่า ถึงแม้ว่าความจริง การสัมผัสจะให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นมิตรมากกว่า
สิ่งต่างๆ ด้วยวิธีไม่ยากนักเหล่านี้ มันจะช่วยทำให้คุณดูมีบุคคลิกที่ดี น่าประทับใจ และน่าเชื่อถือได้อย่างไม่น่าเชื่อ และแน่นอนที่สุด มันย่อมช่วยให้บันไดความสำเร็จของคุณอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมถึง

Wednesday, October 10, 2012

8 มีนาคม วันสตรีสากล

วันสตรีสากล (8 มีนาคม)
        เพื่อ เรียกร้องสิทธิของผู้ใช้แรงงานหญิงที่ถูกกดขี่เอารัดเอาเปรียบและการถูก เลือกปฏิบัติที่มีต่อชนชั้นแรงงาน จึงเป็นกำเนิดของวันสตรีสากล ดังนั้น ในวันที่ 8 มีนาคม ของทุกปี ซึ่งองค์กรที่ทำงานด้านผู้หญิงหลายประเทศทั่วโลกได้มีการจัดงานวันสตรีสากล ขึ้น เพื่อรำลึกถึงการต่อสู้ของกลุ่มผู้ใช้แรงงานหญิง และเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสวันสตรีสากล รวมทั้งการจัดกิจกรรมรณรงค์เคลื่อนไหวเพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลง หรือแก้ปัญหา โดยเฉพาะปัญหาที่ผู้ใช้แรงงานได้รับผลกระทบตามสถานการณ์ของแต่ละประเทศ
ความเป็นมาวันสตรีสากล
        ณ เมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา กรรมกรสตรีในโรงงานทอผ้าได้ลุกฮือขึ้นเดินขบวนประท้วงการเอาเปรียบ กดขี่ ขูดรีด ทารุณ จากนายจ้างที่เห็นผลผลิตสำคัญกว่าชีวิตคน ความเป็นอยู่ของแรงงานสตรีในเมืองชิคาโก ว่ากันว่าไม่ต่างอะไรจากทาสนิโกรในเงื้อมมือคนผิวขาว เพราะต้องทำงานวันละ 12-15 ชั่วโมง แต่ได้รับค่าแรงานเพียงน้อยนิดส่วนสตรีตั้งครรภ์มักถูกไล่ออก
        ในที่สุดภายใต้การนำของ คลาร่า แซทคิน ผู้นำกรรมกรสตรีโรงงานทอผ้าชาวเยอรมันลุกฮือขึ้นสู้ด้วยการเดินขบวนนัดหยุด งานในวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ.1907 โดยเรียกร้องให้นายจ้างลดเวลาการทำงานจากวันละ 12-15 ชั่วโมง ให้เหลือวันละ 8 ชัวโมงพร้อมทั้งให้ปรับปรุงสวัสดิการภาย ในโรงงาน และให้สตรีมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งด้วย ในการเรียกร้องครั้งนี้ แม้จะมีหลายร้อยคนถูกจับกุม แต่ก็ได้รับการสนับสนุนจากสตรีทั้งโลก และส่งผลให้วิถีการผลิตแบบทุนนิยมเริ่มสั่นคลอน
        แต่อย่างไรก็ตามอีก 3 ปีต่อมา คือ ในวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ.1910 ข้อเรียกร้องของเหล่าบรรดากรรมกรสตรีก็ประสบความสำเร็จ เมื่อตัวแทนสตรีจาก 18 ประเทศ เข้าร่วมประชุมสมัชชาสตรีสังคมนิยม ครั้งที่ 2 ณ เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์กที่ประชุมได้ประกาศรับรองข้อเรียกร้องของบรรดากรรมกรสตรี โดยให้ลดเวลาทำงานให้เหลือเพียงวันละ 8 ชั่วโมง ศึกษาหาความรู้ 8 ชั่วโมง พักผ่อน 8 ชั่วโมง และกำหนดให้ค่าแรงงานสตรีเท่าเทียมกับค่าแรงงานชาย อีกทั้งยังมีการคุ้มครองสวัสดิการสตรีและแรงงานเด็กอีกด้วย
        นอกจากนั้นในการประชุมครั้งนั้น ยังได้มีการรับรองข้อเสนอของ คลาร่า แซทคิน ด้วยการประกาศให้วันที่ 8 มีนาคม เป็นวันสตรีสากล
วันสตรีสากลในประเทศไทย
        สำหรับประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2532 ได้มีการก่อตั้งคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานสตรีแห่งชาติ (กสส.) ขึ้นอย่างเป็นทางการ ดังนั้นวันที่ 8 มีนาคมของ ทุกปี จะมีการจัดกิจกรรมเพื่อฉลองเนื่องในโอกาสวันสตรีสากล และระลึกถึงความเป็นมาแห่งการต่อสู้เพื่อให้ได้ซึ่งความเสมอภาค ยุติธรรม สันติภาพ และการพัฒนา
        และจัดตั้งขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวันมหามงคล 12 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนม์พรรษาของพระองค์ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีพระวิริยะอุตสาหะ ตรากตรำบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อให้คนไทยได้มีอาชีพ และได้พระราชทานให้วันที่ 1 สิงหาคมเป็น "วันสตรีไทย" ของทุกปี เพื่อให้ผู้หญิงไทยมีโอกาสแสดงถึงความรู้ ความสามารถในการพัฒนาประเทศ ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้สถาบันสังคม และให้สามารถเทียบเท่าสตรีสากลของหลายประเทศที่เจริญแล้ว
        ซึ่งทุกวันที่ 8 มีนาคมของ ทุกปี จะมีการประกาศถึงเกียรติประวัติของสตรีชั้นแนวหน้าของโลกทั้งที่มีชีวิต และที่เสียชีวิตไปแล้ว เช่น เจ้าหญิงไดอาน่า แห่งอังกฤษ, แม่ชีเทเรซา แห่งประเทศอินเดีย, ประธานาธิบดี เมกาวลี แห่งอินโดนีเซีย และนางอองซานซูจี ของพม่าที่เรียกร้องประชาธิปไตยกับประเทศ ส่วนในประเทศไทยมีอยู่หลายท่าน เช่น คุณหญิงแพทย์หญิงพรทิพย์ โรจนาสุนันท์, คุณสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ และคุณปวีณา หงสกุล ฯลฯ
        วันสตรีไทยถือ เป็นวันสำคัญวัน หนึ่ง เพราะเปิดโอกาสให้ผู้หญิงไทยออกมาทำกิจกรรมร่วมกัน จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันสตรีมีบทบาทมากขึ้น มีความสามารถทัดเทียมผู้ชาย เป็นที่ยอมรับจากสังคม จะเห็นได้จากหน่วยงานราชการและภาคเอกชนเริ่มมีสตรีเข้าไปเป็นหัวหน้างานมาก ขึ้น รวมถึงการเข้าไปมีบทบาทในการบริหารประเทศชาติ สตรีไทยในยุคปัจจุบัน จึงต้องเป็นสตรีที่มีความรู้ความสามารถครบถ้วนทุกๆ ด้าน ทั้งด้านการบริหาร การจัดการ การเป็นแม่ที่ดีของลูก เป็นภรรยาที่ดีของสามี และเป็นแม่ศรีเรือนที่ดี พร้อมทั้งต้องก้าวทันกับยุคสมัย เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของสังคม

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
- สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง
- อักษรดอทคอม

36 แผนที่ชีวิตของพ่อ ( พระบรมราโชวาทจากในหลวง)


 1. ขอบคุณข้าวทุกเม็ด น้ำทุกหยด อาหารทุกจานอย่างจริงใจ
2. อย่าสวดมนต์เพื่อขอสิ่งใด นอกจาก ปัญญา และความกล้าหาญ
3. เพื่อนใหม่ คือของขวัญที่ให้กับตัวเอง ส่วนเพื่อนเก่า หรือ มิตร คืออัญมณีที่นับวันจะเพิ่มคุณค่า
4. อ่านหนังสือธรรมะปีละเล่ม
5. ปฏิบัติต่อคนอื่น เช่นเดียวกับที่ต้องการให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อเรา
6. พูดคำว่า ขอบคุณให้มากๆ
7. รักษา ความลับ ให้เป็น
8. ประเมินคุณค่าของการให้ อภัย ให้สูง
9. ฟังให้มาก แล้วจะได้คู่สนทนาที่ดี
10. ยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง หากมีใครตำหนิ และรู้แก่ใจว่า เป็นจริง
11.หากล้มลง จงอย่ากลัวกับการลุกขึ้นใหม่
12. เมื่อเผชิญหน้ากับงานหนัก คิดเสมอว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะล้มเหลว
13. อย่าถกเถียงธุรกิจภายในลิฟต์
14. ใช้บัตรเครดิตเพื่อความสะดวก อย่าใช้เพื่อก่อหนี้สิน
15. อย่าหยิ่งหากจะกล่าวว่า ขอโทษ
16. อย่าอายหากจะบอกใครว่า ไม่รู้
17 ระยะทางนับพันกิโลเมตร แน่นอนมันไม่ราบรื่นตลอดทาง
18. เมื่อไม่มีใครเกิดมาแล้ววิ่งได้ จึงควรทำสิ่งต่างๆอย่างค่อยเป็นค่อยไป
19 การประหยัดเป็นบ่อเกิดแห่งความร่ำรวย เป็นต้นทางแห่งความไม่ประมาท
20. คนไม่รักเงิน คือคนไม่รักชีวิต ไม่รักอนาคต
21. ยามทะเลาะกัน ผู้ที่เงียบก่อน คือผู้ที่มีการอบรมสั่งสอนที่ดี
22. ชีวิตนี้ฉันไม่เคยได้ทำงานเลยสักวัน ทุกวันเป็นวันสนุกหมด
23. จงใช้จุดแข็ง อย่าเอาชนะจุดอ่อน
24. เป็นหน้าที่ของเราที่จะพูดให้คนอื่นเข้าใจ ไม่ใช่หน้าที่ของคนอื่นที่จะทำความเข้าใจสิ่งที่เราพูด
25. เหรีญเดียวมีสองหน้า ความสำเร็จกับล้มเหลว
26. อย่าตามใจตัวเอง เรื่องยุ่งๆเกิดขึ้นล้วนตามใจตัวเองทั้งสิ้น
27. ฟันร่วงเพราะมันแข็ง ส่วนลิ้นยังอยู่เพราะมันอ่อน
28. อย่าดึงต้นกล้าให้โตไวๆ ( อย่าใจร้อน)
29. ระลึกถึงความตายวันละ 3 ครั้ง ชีวิตจะมีสุข มีอภัย มีให้
30. ถ้าติดกระดุมเม็ดแรกผิด กระดุมเม็ดต่อๆไปก็ผิดหมด
31. ทุกชิ้นงานจะต้องกำหนดวันเวลาแล้วเสร็จ
32. จงเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดชีวิต เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมได้ตลอด
33. ดาวและเดือนที่อยู่สูง อยากได้ต้องปีน บันไดสูง
34. มนุษย์ทุกคนมีชิ้นงานมากมายในชีวิต จงทำชิ้นงานที่สำคัญที่สุดก่อนเสมอ
35. หนังสือเป็นศูนย์รวมปัญญาของโลก จงอ่านหนังสือเดือนละเล่ม
36. ระเบียบวินัย คือคุณสมบัติ ที่สำคัญในการดำเนินชีวิตขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

วันตรุษจีน

ตรุษจีน ปีกระต่าย 2554 2010 happy new year chinese
วันตรุษจีน
โดยปกติวันตรุษจีน จะมีวันที่เกี่ยวข้อง และติดกัน 3 วัน คือ

1. วันจ่าย คือ วันสำหรับออกไปจับจ่ายอาหาร ผลไม้ และเครื่องเซ่น มาเตรียมไว้ 
2. วันไหว้ คือ วันที่ทำพิธีไหว้เจ้า เป็นวันสิ้นปีของจีน
3. วันตรุษจีน หรือ วันขึ้นปีใหม่ หรือ วันเที่ยว หรือ วันถือ คือ วันตรุษจีน

 

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้

               


     เทศกาลตรุษจีน เป็น เทศกาลที่สำคัญที่สุดของชาวจีน (รวมถึงอาตี๋อาหมวยในเมืองไทยทั้งรุ่นเล็กถึงรุ่นใหญ่) เป็นวันขึ้นปีใหม่ตามปฎิทินจีน ในปีนี้ตรงกับวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2554 ทุกคนต่างให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่างหยุดงาน โรงเรียน สถาบันการศึกษาต่างก็ปิดเทอมในช่วงนี้ ผู้คนต่างๆ ก็มีการตระเตรียมงานปีใหม่ ทุกๆ บ้านก็จะทำความสะอาดบ้านเรือน (ให้สดใสซาบซ่า)

     ร้านค้า-ห้างสรรพสินค้าต่างก็เต็มไปด้วยผู้คนมาจับจ่ายใช้สอย ซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้กับเด็กๆ
 และของขวัญ-บัตรอวยพร ให้แก่ญาติสนิทมิตรสหาย

     ในตลาดก็เติมเต็มไปด้วยผู้คน เดินไปเดินมากันขวักไขว่ ซื้อปลาบ้างล่ะ เนื้อเป็ดไก่บ้างล่ะ ทุกคนต่างดูแจ่มใสมีความสุขช่วงเทศกาลปีใหม่ เด็กๆ และผู้คนจะมีความสุขมาก ได้สวมเสื้อผ้าใหม่ ในเทศกาลตรุษจีน อย่างรื่นเริงบันเทิงใจ

     
     คืน ก่อนวันปีใหม่ คือ วันสุดท้ายของปีนั่นเอง และเป็นคืนที่สนุกสนานครึกครื้นที่สุด ใครที่ไปทำงานห่างจากบ้านเกิด ต่างก็กลับมาฉลองวันปีใหม่ที่บ้าน ทุกคนในครอบครัวต่างนั่งกันพร้อมหน้าล้อมโต๊ะรับประทานอาหาร ในบ้านเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ พอถึงเที่ยงคืน คนจีนทางเหนือก็จะเริ่มทำเกี๊ยว คนจีนทางใต้ ก็จะปั้นลูกอี๋ต่างก็ทำไป ชิมไป บ่นไป (อันนี้ไม่รู้ว่าผิดตามพจนานุกรม หรือเปล่า..) ครึกครื้นอย่างยิ่ง และในวันรุ่งขึ้น ทุกคนจะตื่นแต่เช้า เพื่อเยี่ยมเพื่อนบ้าน-เพื่อนฝูง อวยพรปีใหม่กัน
ประวัติวันตรุษจีน
     วันตรุษ จีนนั้น ย่อมมีพิธีกรรม และร่องรอยของประเพณี ความเป็นมานานกว่าศตวรรษ แต่ไม่อาจจะบอกได้ว่าเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อไหร่ และวันตรุษจีนเป็นการฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ โดยจะมีการเตรียมหนึ่งเดือนก่อนวันตรุษจีน เมื่อผู้คนเริ่มซื้อของขวัญ, อาหาร, เสื้อผ้า และสิ่งของต่างๆ การทำความสะอาดบ้านเรือนครั้งใหญ่ก็เริ่มขึ้นในวันก่อนตรุษจีน ตั้งแต่บน-ล่าง (บน ล่าง กลาง เท๊า อ้าว! เลี๊ยบตุ่ยนี่หว่า) หน้าบ้าน-ท้ายบ้าน ซึ่งหมายถึง การกวาดเอาโชคร้ายออกไป และประตูหน้าต่างมีการทำความสะอาด ทาสีใหม่ ประดับประดาด้วยกระดาษที่มีคำอวยพรอย่าง เช่น อยู่ดีมีสุข ร่ำรวย รุ่งเรือง และอายุยืน เป็นต้น
     วัน ก่อนวันตรุษจีนนั้นเป็นวันแห่งการการรอคอย จะว่าไปถือเป็นวันที่น่าตื่นเต้นมากที่สุด จะได้เห็น ประเพณี และพิธีกรรมต่างๆ นั้นผูกไว้กับทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่อาหาร-เสื้อผ้า ซึ่งแต่ละอย่างจะมีความหมายต่างๆ กัน เช่น

-กุ้ง หมายถึง ชีวิตที่รุ่งเรือง และความสุข
-เป๋าฮื้อแห้ง หมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ดี
-สลัดปลาสด หมายถึง จะนำมาซึ่งโชคดี
-จี้ไช่
สาร่ายดูคล้ายเส้นผม (ผมเทวดา) หมายถึง จะนำความความร่ำรวยมาสู่ครอบครัว

และเป็นธรรมดาเสื้อผ้าที่ใส่ "สีแดง" (ชุดแดงต้องแรงไว้ก่อน เพลงนะครับเพลง) ถือเป็นสีที่เป็นมงคลเป็นการไล่ปีศาจร้ายให้ออกไป และการใส่สีดำ หรือสีขาวเป็นสิ่งต้องห้าม ซึ่งสีเหล่านี้ถือว่าเป็นสีแห่งการไว้ทุกข์ หลังจากอาหารค่ำทุกคนในครอบครัวนั่งกันจนเช้า เพื่อรอวันใหม่ และในวันนี้จะต้องไม่โกรธ ริษยา หรือไม่พอใจ เพื่อเป็นสิริมงคลที่ดีสำหรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงใตแต่ละปี

     "อังเปา" ซึ่งหมายถึง กระเป๋าแดง เป็นการให้เงินให้ทองเด็กๆ และผู้เยาว์ที่ยังไม่ได้แต่งงานในซองสีแดง การฉลองวันตรุษจีนสิ้นสุดลงในงานแสดงโคมไฟ และแต่สิ่งที่เหมือนกัน คือ การอวยพร ความสงบ และความสุขทุกคน
อาหารไหว้เจ้า
     ใน วันฉลองตรุษจีนอาหารจะถูกรับประทานมากกว่าวันไหนๆ อาหารชนิดต่างๆ ที่ปฏิบัติกันจนเป็นประเพณี จะถูกจัดเตรียมเพื่อญาติพี่น้อง และเพื่อนฝูง รวมไปถึงคนรู้จักที่ได้เสียไปแล้ว ในวันตรุษครอบครัวชาวจีนจะทานผักที่ เรียกว่า "ไช่" หลายคนก็เชื่อว่าผักต่างๆ มีความหมายที่ เป็น มงคล เช่น

เม็ดบัว
- การมีลูกหลานที่เป็นชาย
เกาลัด - เงิน
สาหร่ายดำ - ความร่ำรวย
เต้าหู้หมักที่ทำจากถั่วแห้ง - เต็มอิ่มกับความ ร่ำรวย และความสุข (เต้าหู้ที่ทำจากถั่วสดนั้น จะไม่นำมารวมกับอาหารในวันนี้ เนื่องจากสีขาวซึ่งเป็นสีแห่งโชคร้ายสำหรับปีใหม่ และ หมายถึงการไว้ทุกข์)
หน่อไม้ -
ให้ทุกอย่างเต็มไปด้วยความสุข ปลาทั้งตัว - เพื่อเป็นตัวแทนแห่งการอยู่ร่วมกัน และความอุดมสมบรูณ์
เส้นหมี่ - ชีวิตที่ยืนยาว
     ทางตอนใต้ของจีน อาหารที่นิยมที่สุด และทานมากที่สุดได้แก่
ข้าวเหนียวหวานนึ่ง บ๊ะจ่างหวาน ซึ่งถือเป็นอาหารอันโอชะ
     ทางเหนือ หมั่นโถ และติ่มซำ เป็นอาหารที่นิยม อาหารจำนวนมากที่ถูกตระเตรียมในเทศกาลนี้ มีความหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ และความร่ำรวยรุ่งเรือง
 
ความเชื่อโชคลางในวันตรุษจีน
     ทุกคนจะไม่พูดคำหยาบ หรือพูดคำที่ไม่เป็นมงคล และมีความหมายเป็นนัย และคำว่า "สี่" ซึ่งออกเสียงคล้ายความตายก็จะต้องไม่พูดออกมาในวันนี้ ต้องไม่มีการพูดถึงความตาย หรือการใกล้ตาย และเรื่องผีสาง เป็นเรื่องที่ต้องห้าม เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปีเก่าๆ ก็จะไม่เอามาพูดถึง ซึ่งการพูดควรมี แต่เรื่องอนาคต และการเริ่มต้นใหม่ในปีใหม่ หรือหาก ร้องไห้ในวันปีใหม่ ก็จะมีเรื่องเสียใจไปตลอดปี ดังนั้นแม้แต่เด็กดื้อที่ปฎิบัติตัวไม่ดี ผู้ใหญ่ก็จะอดทน ที่จะไม่ดุด่า หรือต่อว่าสั่งสอน
     การแต่งกายสะอาด ในวันตรุษจีน และไม่ควรสระผมเพราะนั้นจะ หมายถึง เราชะล้างความโชคดีของเราออกไป "สีแดง" เป็นสีที่นิยมสวมใส่ในช่วงเทศกาลนี้ ซึ่งจะนำความสว่าง และเจิดจ้ามาให้แก่ผู้สวมใส่ เชื่อกันว่าอารมณ์ และการปฏิบัติตนในวันปีใหม่ จะส่งให้มีผลดี หรือผลร้ายได้ตลอดทั้งปี และจะมีการแจก "อังเปา" ซึ่งเป็นซองสีแดงใส่ด้วยธนบัตรใหม่ เพื่อความโชคดี
     วัน ตรุษจีน กับความเชื่ออื่นๆ สำหรับคนที่เชื่อโชคลางมากๆ ก่อนออกจากบ้านเพื่อไปเยี่ยมเยียนเพื่อน หรือญาติ อาจมีการเชิญซินแส เพื่อหาฤกษ์ที่เหมาะสมในการออกจากบ้าน และทางที่จะไปเพื่อความเป็นสิริมงคล
     บุคคล แรก ที่พบ พร้อมคำพูดที่ได้ยินคำแรกของปีมีความหมายสำคัญมาก ถือว่าจะส่งให้มีผลได้ตลอดทั้งปี การได้ยินนกร้องเพลง หรือเห็นนกสีแดง, นกนางแอ่น ถือเป็นโชคดี
     การเข้าไปหาใครในห้องนอนในวันตรุษ ถือเป็นโชคร้าย ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นคนป่วย ก็ต้องแต่งตัวออกมานั่งในห้องรับแขกไม่ควรใช้มีด หรือกรรไกรในวันตรุษจีน เพราะเชื่อว่าจะเป็นการตัดโชคดีให้หายไปทั้งปี
     ทุกวันนี้ไม่ใช่ว่า ชาวจีนทุกคนจะคงยังเชื่อตามความเชื่อที่มีมา แต่ทุกคนก็ยังคงยึดถือ และปฎิบัติตาม เพราะสิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนธรรมเนียม และรากเหง้าทางวัฒนธรรม โดยที่ชาวจีน หรือลูกหลานเชื้อสายจีน ตระหนักดีว่าการปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมแต่เก่าก่อน เป็นการแสดงถึงความเป็น ครอบครัว และเคารพบรรพชนของตนเอง

15 วันแห่งการฉลองตรุษจีน
     วัน ที่ 1 ของปีใหม่ เป็นการต้อนรับเทวดาแห่งสวรรค์ และโลก หลายคนงดทานเนื้อ ในวันนี้เชื่อกันว่าจะเป็นการต่ออายุ และนำมาซึ่งความสุขในชีวิตให้กับตนเอง
     วันที่ 2 ชาวจีนจะไหว้บรรพชน รวมถึงเทวดาทั้งหลาย และจะดีเป็นพิเศษกับสุนัข
     วันที่ 3-4 เป็นวันของบุตรเขยที่จะต้องทำความเคารพแก่ พ่อตา แม่ยาย ของตน
     วันที่ 5 เรียกว่า พูวู ซึ่งวันนี้ทุกคนจะอยู่กับบ้าน เพื่อต้อนรับการมาเยือนของเทพเจ้าแห่งความร่ำรวย
     วันที่ 6 ชาวจีนจะเดินทางไปเยี่ยมเยียนญาติพี่น้อง-เพื่อนฝูง พร้อมทั้งไปวัดสวดมนต์ เพื่อความร่ำรวย และความสุข
     วัน ที่ 7 ของตุรุษจีนเป็นวันที่ชาวไร่-ชาวนาชาวจีน นำเอาผลผลิตของตนออกมาทำน้ำที่ทำมาจากผักเจ็ดชนิด เพื่อฉลองวันนี้วันที่เจ็ดถือเป็นวันเกิดของมนุษย์ และอาหารในวันนี้จะเป็น หมี่ซั่ว-กินเพื่อชีวิตที่ยาวนาน และปลาดิบ-กินเพื่อความสำเร็จ
     วัน ที่ 8 ชาวฟูเจี้ยน จะมีการทานอาหารร่วมกันกับครอบครอบอีกครั้ง และเมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนทุกคนจะสวดมนต์ของพรจาก เทียนกง เทพแห่งสวรรค์
     วันที่ 9 สวดมนต์ไหว้พระ และถวายอาหารแก่ เง็กเซียนฮ่องเต้
     วันที่ 10-12 เป็นวันของเพื่อน และญาติๆ  ซึ่งเชื้อเชิญมาทานอาหารเย็น

     วันที่ 13 ถือเป็นวันที่ควรทานข้าวธรรมดา กับผักดอง ถือเป็นการชำระล้างร่างกาย

     วันที่ 14 เป็นวันที่เตรียมงานฉลองโคมไฟ

     วันที่ 15 คืนแห่งการฉลองโคมไฟ วันตรุษจีน

คำอวยพรซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้ หรือ ซินเจิ้งหรูอี้ ซินเหนียนฟาไฉ > ปีใหม่ขอให้ทุกอย่างสมหวัง-ปีใหม่ขอให้ร่ำรวย
เจาไฉจิ้นเป้า > เงินทองไหลมาเทมา
ฟู๋ลู่ซวงฉวน > เงินทอง อำนาจ วาสนา
จู้หนี่เจี้ยนคัง >
ขอให้สุขภาพแข็งแรง
จู้หนี่ฉางโส่ว
> ขอให้อายุยืนยาว
จู้หนี่ซุ่นลี่ > ขอให้ประสบความสำเร็จ


ที่มา:บุปผาหยก
..เหลือขุนเขาแมกไม้ ไยต้องกลัวไร้ฟืนไฟ
ไม่มีผืนดินใด ที่ยืนแล้วสุขใจ เหมือนผืนดินของเรา
เดินทางร่วมกันหมื่นลี้ สุดท้ายก็ต้องจากกัน
==========================================================
ตรุษจีน หรือ เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ (ตัวเต็ม: 春節, ตัวย่อ: 春节, พินอิน: Chūnjíe ชุนเจี๋ย) หรือ ขึ้นปีเพาะปลูกใหม่ (ตัวเต็ม: 農曆新年, ตัวย่อ: 农历新年, พินอิน: Nónglì Xīnnián หนงลี่ ซินเหนียน) และยังรู้จักกันในนาม วันขึ้นปีใหม่ทางจันทรคติ เป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีของชาวจีนในจีนแผ่นดินใหญ่และชาวจีนโพ้นทะเลทั่วโลก เทศกาลนี้เริ่มต้นในวันที่ 1 เดือน 1 ของปีตามจันทรคติ (正月 พินอิน: zhèng yuè เจิ้งเยฺว่) และสิ้นสุดในวันที่ 15 ซึ่งจะเป็นเทศกาลประดับโคมไฟ (ตัวเต็ม: 元宵節, ตัวย่อ: 元宵节, พินอิน: yuán xiāo jié หยวนเซียวเจี๋ย)
คืนก่อนวันตรุษจีน ตามภาษาจีนกลางเรียกว่า 除夕 (พินอิน: Chúxì ฉูซี่) หมายถึงการผลัดเปลี่ยนยามค่ำคืน
ในวันตรุษจีนจะมีการเฉลิมฉลองทั่วโลกโดยเฉพาะชุมชนเชื้อสายจีนขนาดใหญ่ และตรุษจีนถือเป็นวันหยุดที่สำคัญมากช่วงหนึ่งของชาวจีน และยังแผ่อิทธิพลไปถึงการฉลองปีใหม่ของชนชาติที่อยู่รายรอบ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี เมี่ยน ม้ง มองโกเลีย เวียดนาม ทิเบต เนปาล และภูฐาน สำหรับชาวจีนที่อาศัยอยู่ต่างถิ่นกันก็จะมีประเพณีเฉลิมฉลองต่างกันไป ในประเทศไทย

ตรุษจีนในประเทศไทย

ชาวไทยเชื้อสายจีนจะถือประเพณีปฏิบัติอยู่ 3 วัน คือวันจ่าย วันไหว้ และวันเที่ยว
  • วันจ่าย คือวันก่อนวันสิ้นปี เป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะต้องไปซื้ออาหารผลไม้และเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ ก่อนที่ร้านค้าทั้งหลายจะปิดร้านหยุดพักผ่อนยาว ในตอนค่ำจะมีการจุดธูปอัญเชิญเจ้าที่ (地主爺 / 地主爷 ตี่จู้เอี๊ย) ให้ลงมาจากสวรรค์เพื่อรับการสักการบูชาของเจ้าบ้าน หลังจากที่ได้ไหว้อัญเชิญขึ้นสวรรค์เมื่อ 4 วันที่แล้ว
    • ตอนเช้ามืดจะไหว้ "ป้ายเล่าเอี๊ย" (拜老爺 / 拜老爷) เป็นการไหว้เทพเจ้าต่างๆ เครื่องไหว้คือ เนื้อสัตว์สามอย่าง (ซาแซ ซำเช้ง) ได้แก่ หมู เป็ด ไก่ หรือเพิ่มตับ ปลา เป็นเนื้อสัตว์ห้าอย่าง (โหงวแซ) เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง
    • ตอนสาย จะไหว้ "ป้ายแป๋บ้อ" (拜父母) คือการไหว้บรรพบุรุษ พ่อแม่ญาติพี่น้องที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว เป็นการแสดงความกตัญญูตามคติจีน การไหว้ครั้งนี้จะไหว้ไม่เ
กินเที่ยง เครื่องไหว้จะประกอบด้วย ซาแซ อาหารคาวหวาน (ส่วนมากจะทำตามที่ผู้ที่ล่วงลับเคยชอบ) รวมทั้งการเผากระดาษเงินกระดาษทอง เสื้อผ้ากระดาษเพื่ออุทิศแก่ผู้ล่วงลับ หลังจากนั้น ญาติพี่น้องจะมารวมกันรับประทานอาหารที่ได้เซ่นไหว้ไปเป็นสิริมงคล และถือเป็นเวลาที่ครอบครัวหรือวงศ์ตระกูลจะรวมตัวกันได้มากที่สุด จะแลกเปลี่ยนอั่งเปาหลังจากรับประทานอาหารร่วมกันแล้ว
    • ตอนบ่าย จะไหว้ "ป้ายฮ่อเฮียตี๋" (拜好兄弟) เป็นการไหว้ผีพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว เครื่องไหว้จะเป็นพวกขนมเข่ง ขนมเทียน เผือกเชื่อมน้ำตาล กระดาษเงินกระดาษทอง พร้อมทั้งมีการจุดประทัดเพื่อไล่สิ่งชั่วร้ายและเพื่อเป็นสิริมงคล
  • วันเที่ยว หรือ วันถือ คือวันขึ้นปีใหม่ เป็นวันที่หนึ่ง (初一 ชิวอิก) ของเดือนที่หนึ่งของปี วันนี้ชาวจีนจะถือธรรมเนียมโบราณที่ยังปฏิบัติสืบต่อกันมาถึงปัจจุบันคือ "ป้ายเจีย" เป็นการไหว้ขอพรและอวยพรจากญาติผู้ใหญ่และผู้ที่เคารพรัก โดยนำส้มสีทองไปมอบให้ เหตุที่ให้ส้มก็เพราะส้มออกเสียงภาษาแต้จิ๋วว่า "กิก" หรือ ภาษาฮกเกี้ยน "ก้าม"(橘) ซึ่งไปพ้องกับคำว่าความสุขหรือโชคลาภ (吉) [1] เพราะฉะนั้นการให้ส้มจึงเหมือนนำความสุขหรือโชคลาภไปให้ จะมอบส้มจำนวน 4 ผล ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าของผู้ชาย เหตุที่เรียกวันนี้ว่าวันถือคือ เป็นวันที่ชาวจีนถือว่าเป็นสิริมงคล งดการทำบาป จะมีคติถือบางอย่าง เช่น ไม่พูดจาไม่ดีต่อกัน ไม่ทวงหนี้กัน ไม่จับไม้กวาด และจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าใหม่แล้วออกเยี่ยมอวยพรและพักผ่อนนอกบ้าน เป็นต้น

 ตรุษจีนในภูเก็ต

ชาวภูเก็ตเชื้อสายจีน โดยส่วนมากเป็นชาวจีนฮกเกี้ยนบ้าบ๋า จะมีระยะวันตรุษจีนทั้งสิ้นรวม 9 วันนับตั้งแต่ขึ้นปีใหม่จะต่างกับชาวจีนแต้จิ๋ว ซึ่งวันตรุษจีนจะสิ้นสุดลงในวันที่ 7 โดยวันตรุษจีนของชาวภูเก็ตจะสิ้นสุดลงเมื่อหลังเที่ยงคืนของวันที่ 9 หรือ วันป่ายทีก้องไหว้เทวดา และ จะถือประเพณีปฏิบัติไหว้อยู่ 6 วัน ได้แก่ก่อนตรุษจีนไหว้ 2 วัน และ หลังตรุษจีนไหว้ 4 วัน คือ
  • วันส่งเทพเจ้าเตาไฟขึ้นสวรรค์
    • ในวันที่ 24 ค่ำ เดือน 12 จ้าวฮุ่นกงเสด็จขึ้นสวรรค์เพื่อเข้าเฝ้าหยกอ๋องซ่งเต้ เพื่อกราบทูลเรื่องราวต่างๆภายในหนึ่งปีของเจ้าบ้านทั้งดีและชั่วจามบัญชีที่ได้จดบันทึก
      • ภาคเช้า เจ้าบ้านเตรียมผลไม้ 3 -7 อย่าง เพื่อสักการะเทพเจ้าทั้งสามแห่งโดยเฉพาะหน้าเตาไฟในครัวเรือนจ้าวฮุ่นกง
  • วันไหว้บรรพชน
    • คือวันสุดท้ายของเดือน 12 บางตำนานกล่าวว่าเทพเจ้าทั้งปวงจะเสด็จลงมายังโลกมนุษย์ในช่วง วันที่ 28 -30 จะจัดเครื่องเซ่นไหว้ตามจุดดังนี่
      • ทีก้อง หรือ หยกอ๋องซ่งเต้ และเทพเจ้าทั้งบ้าน บ้านของคนจีนฮกเกี้ยนภูเก็ต จะมีป้ายและที่ปักธูปเทียนอยู่ทางซ้ายมือของหน้าบ้าน
      • เทพเจ้าประจำบ้าน หรือ เทพเจ้าประจำตระกูล ส่วนใหญ่จะอยู่ตรงห้องโถ่งของหน้าบ้าน เป็นเทพเจ้าประจำบ้านที่นับถือกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ
      • บรรพชน จ้อกง จ้อม่า จ้อกงโป๋ บรพพบุรุษที่ล่วงลับ
      • จ้าวอ๋อง หรือ จ้าวฮุ่นก้อง คือเ เทพเจ้าครัวหรือ เทพเจ้าเตาไฟ
      • โฮ่วเหี่ยวเต่ คือ ไหว้บรรดาวิญญาณผีไม่มีญาติ
      • หมึงสิน คือ ไหว้เทพเจ้าประจำประตูบ้าน หรือ ทวารบาล บ้าน
    • ช่วงเวลาจะเซ่นไหว้ มี 3 เวลาคือ
      • เวลาเช้า ประมาณ 7 - 8 นาฬิกา ไหว้ทีก้อง เทพเจ้าบ้าน และจ้าวฮุ่นก้อง
      • เวลา ประมาณ 11 นาฬิกา ถึง ก่อนเทียงวัน ไหว้บรรพบุรุษ จ้อกง จ้อม่า และบรรพชน
      • เวลา ประมาณ 15 -16 นาฬิกา ไหว้โฮ่งเฮี่ยวเต่ บรรดาผีไม่มีญาติ
    • เครื่องเซ่นไหว้ตามแบบของชาวจีนฮกเกี้ยน
      • เวลาเช้าไหว้ทั้ง 3 แห่งดั้งนี้
        • ทีก้อง *(นิยมไหว้ในค่ำคืน โช่ยแปะก่อนที่จะเข้าวันโช่ยเก้า)
          • หมูต้ม 1 ชิ้น
          • หมี่เหลืองดิบ
          • ปูต้ม
          • กุ้งต้ม
          • หมึกแห้ง
          • สุราขาวจีน
          • เทียนก้องกิม(กระดาษทองฮกเกี้ยนแผ่นใหญ่)
        • เทพเจ้าประจำบ้าน หรือ ประจำตระกูล
          • หัวหมู 1 หัว
          • หมี่เหลืองดิบ
          • ปูต้ม
          • กุ้งต้ม
          • หมึกแห้ง
          • สุราขาวจีน
          • ไก่ต้มมีหัว
        • เทพเจ้าเตาไฟ หรือ จ้าวฮุ่นก้อง
          • หมี่เหลืองดิบ
          • ปูต้ม
          • กุ้งต้ม
          • หมึกแห้ง
          • สุราขาวจีน
            • อาหารที่ไหว้เสร็จจากช่วงเช้าทุกชนิดนำไปประกอบอาหารเพื่อนไหว้ในช่วง บ่าย และเย็นต่อไป
      • เวลาบ่ายไหว้ จ้อกง จ้อม่า บรรพชน
        • ผลไม้ 3 - 7 ชนิด
        • ขนมหวาน
          • ตี่โก้ย (ขนมเข่ง )
          • ฮวดโก้ย (ขนมถ้วยฟู)
          • อั้งกู้โก้ย (ขนมเต่า)
          • บีโก้ (ข้าวเหนียวดำกวน)
          • แป๊ะทงโก๊
          • ก่าวเตี่ยนโก้ย (ขนมชั้น)
        • อาหารคาว
          • ผัดบังกวน (ผัดมันแกว)
          • โอต้าว (หอยทอดฮกเกี้ยน หารับประทานได้ที่ภูเก็ต)
          • ผัดบีฮุยะ (ข้าวเหนียวผัดกับเลือดหมูและกุ้ยช่าย)
          • ปลาทอดมีหัวมีหาง 1 ตัว
          • ต้าวอิ่วบ๊ะ (หมูผัดซีอิ๋ว)
          • ทึ่งบะกู๊ดเกี่ยมฉ่าย (ต้มจืดผักกาดดองซี่โคร่งหมู)
          • แกงเผ็ดไก้ใส่มันฝรั่ง
          • ผัดผัก ประกอบด้วย ซวนน่า กะหล่ำปลี ก่าเป๊ก
          • โปเปี๊ยะสด
          • โลบะ พร้อมน้ำจิ้ม
          • ซำเซ่ง;หง่อเซ่ง (เนื้อสัตว์ 3-5 ชนิด)
          • ข้าวสวย 5 ถ้วย พร้อมตะเกียบ
          • เต๋ (น้ำชา) 5 จอก
          • จุ๊ย (น้ำเปล่า) 1 แก้ว
          • สุราขาว 5 จอก
      • เวลาเย็นไหว้ โฮ่วเฮี่ยวเต่
          • องุ่น (ภาษาฮกเกี้ยน โป่โต๋)
          • แอปเปิล (ภาษาฮกเกี้ยน เป่งโก้)
          • สับปะรด (ภาษาฮกเกี้ยน อ่องหลาย)
          • ของไหว้จากช่วงเช้าแล้วแต่เจ้าบ้านจะนำไปทำเป็นอะไร
  • ไหว้วันขึ้นปีใหม่
    • วันที่ 1 ค่ำ เดือน 1 เป็นวันขึ้นปีใหม่ ช่วงเช้าเรียกว่า ป้ายเฉ่งเต๋ ด้วยการนำผลไม่มาไหว้เทพเจ้าประจำบ้าน
  • วันรับเสด็จจ้าวฮุ่นก้องเทพเจ้าเตาไฟ
    • ในที่ 4 ค่ำ เดือน 1 จะทำการ เชี้ยสิน เชิญพระจ้าวฮุ่นก้องกลับมาอยู่ยังบ้านในครัวเช่นเดิม โดยไหว้ตอนเช้า ของเซ่นไหว้ดังนี่
      • ผลไม้
      • เต่เหลี่ยว (จันอับ ของฮกเกี้ยนกับแต้จิ๋วจะมีเครื่องประกอบไม่เหมือนกัน)
      • โอต้าว (เพื่อเป็นกาวติดเงินติดทองที่จ้าวฮุ่นก้องนำมาให้จากสวรรค์)
      • น้ำชา
      • กระดาษไหว้เจ้า
  • วันป้ายจ่ายสินเอี๋ย หรือ วันไหว้เทพเจ้าไฉสิ่งเอี้ย
    • วันที่ 5 ค่ำ เดือน 1 เทพเจ้าแห่งโชคลาภจะเสด็จจากสวรรค์ตามฤกษ์ยามของแต่ละปี เพื่อลงมาประทานโชคลาภ
  • วันป้ายทีก้องแซ (拜天公) ไหว้เทวดา วันประสูติหยกอ๋องซ่งเต้
    • วัน ไหว้เทวดา ซึ่งเป็นวันที่สืบเนื่องต่อจากวันตรุษจีนเพียง 8 วัน หรือที่ชาวจีนเรียกว่า เก้าโหง็ย-โช่ยเก้า ถี่ก้งแซ้ซ่ง ซึ่งชาวจีนถือว่าเป็นวันเกิดของ หยกอ๋องซ่งเต้ เทพผู้เป็นใหญ่บนสรวงสวรรค์ที่ชาวจีนให้ความเคารพบูชาซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้ กัน โดยในวันไหว้เทวดาของชาวจีนจะนิยมถือปฏิบัติกันในวันขึ้น 9 ค่ำ และสิ่งที่ขาดมิได้ในวันนั้น คือเครื่องเซ่นไหว้ที่นำมาประกอบในพิธีบูชาเทวดา หยกอ๋องซ่งเต้ ซึ่งมีหลายรายการด้วยกันดังรายละเอียดต่อไปนี้

ประเพณีปฏิบัติ

  • สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของตรุษจีน คือ อั่งเปา (ซองแดง) คือ ซองใส่เงินที่ผู้ใหญ่แล้วจะมอบให้ผู้น้อย และมีการแลกเปลี่ยนกันเอง หรือ หรือจะใช้คำว่า แต๊ะเอีย (ผูกเอว) ที่มาคือในสมัยก่อน เหรียญจะมีรูตรงกลาง ผู้ใหญ่จะร้อยด้วยเชือกสีแดงเป็นพวงๆ และนำมามอบให้เด็ก ๆ ซึ่งจะนำมาผูกเก็บไว้ที่เอว

คำอวยพร

ในตรุษจีน ชาวจีนจะกล่าวคำ ห่ออ่วย หรือคำอวยพรภาษาจีนให้กัน หรือมีการติดห่ออ่วยไว้ตามสถานที่ต่างๆ คำที่นิยมใช้กัน ได้แก่
  • 新年快樂 / 新年快乐 (จีนกลาง: ซินเหนียนไคว่เล่อ) นิยมใช้ในประเทศจีน
  • 過年好 / 过年好 (จีนกลาง: กั้วเหนียนห่าว) ใช้โดยชนพื้นเมืองทางภาคเหนือของประเทศจีน วลีนี้ยังหมายถึงวันที่หนึ่งถึงวันที่ห้าของปีใหม่ด้วย
  • 新正如意 新年發財 / 新正如意 新年发财 (แต้จิ๋ว: ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ จีนกลาง: ซินเจิ้งหรูอี้ ซินเหนียนฟาฉาย ฮกเกี้ยน:ซินเจี่ยหยู่ลี่ ซินเหนี๋ยนฮวดจ๋าย) แปลว่า ขอให้ประสบโชคดี ขอให้มั่งมีปีใหม่
  • 恭喜發財 / 恭喜发财 (จีนกลาง: กงฉี่ฟาฉาย ฮกเกี้ยน: หย่งฮี้ฮวดจ๋าย )
  • 大吉大利 (ฮกเกี้ยน:ตั่วเก็ตตั่วลี่ ) แปลว่า ความมงคลอันยิ่งใหญ่ หรือ ค่าขายได้กำไร
  • 招财进宝 (ฮกเกี้ยน:จ่ายหงวนก้องกิม ) แปลว่า เงินทองไหลมา
  • 金玉满堂 (ฮกเกี้ยน:กิ้มหยกมมั่วต๋อง ) แปลว่า ทองหยกเต็มบ้าน
  • 万事如意 (ฮกเกี้ยน:บ่านสู่หยู่อี่ ) แปลว่า ทุกเรื่องสมปรารถนา
  • 福壽萬萬年 / 福寿万万年 (ฮกเกี้ยน:ฮกซิ่วบันบั่นนี่ จีนกลาง: ฝูเชี่ยวหวันวันเลี่ยน แปลว่า อายุยืนพันๆปี )
  • เกียโฮ่ซินนี้ ซินนี้ตั้วถั่น แปลว่า สวัสดีปีใหม่ ขอให้ร่ำรวยๆ อีกฝ่ายก็จะกล่าวตอบว่า ตั่งตังยู่อี่ แปลว่า ขอให้สุขสมหวังเช่นกัน
  • ตั๋วถั่นฉี่ ในภาษาฮกเกี้ยน แปลว่า ร่ำรวยไม่เสื่อมคลาย
  • โฮ่อุ๊นคิ ในภาษาฮกเกี้ยน แปลว่า ทุกความสมหวังเป็นจริง
  • เป๋งอิ่วเตียวคิ ในภาษาฮกเกี้ยน แปลว่า เพื่อนมิตรมีสุข
  • หลายโฮ่ไซ่ ในภาษาฮกเกี้ยน แปลว่า ความดีเข้ามา

วันเด็กแห่งชาติ

วันเด็กแห่งชาติ ปี 2554
วันเด็กแห่งชาติ เป็น วันสำคัญในประเทศไทยตรงกับวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคมของทุกปี เป็นวันหยุดราชการที่มิได้ชดเชยในวันทำงานถัดไป (วันจันทร์) มีการให้ คำขวัญวันเด็ก ทุกปีโดยนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งในขณะนั้น

ประวัติวันเด็กแห่งชาติ

งานวันเด็กแห่งชาติจัดขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม พ.ศ. 2498 ตามคำเชิญชวนของ นายวี.เอ็ม. กุลกานี ผู้ แทนองค์การสหพันธ์เพื่อสวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ เพื่อให้ประชาชนเห็นความสำคัญและความต้องการของเด็ก และเพื่อกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญของตนในประเทศ โดยปลูกฝังให้เด็กมีส่วนร่วมในสังคม เตรียมพร้อมให้ตนเองเป็นกำลังของชาติ รัฐบาลได้จัดให้มีคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้นมาคณะหนึ่ง ทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และเอกชน กำหนดให้มีการฉลองวันเด็กแห่งชาติทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จุดประสงค์เพื่อให้เด็กทั่วประเทศทั้งในระบบโรงเรียนและ นอกระบบโรงเรียน ได้รู้ถึงความสำคัญของตน เกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบ ระเบียบวินัย ที่มีต่อตนเองและสังคม มีความยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข งานวันเด็กแห่งชาติจัด ขึ้นทุกปีในวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมจนถึง พ.ศ. 2506 และใน พ.ศ. 2507 ไม่สามารถจัดงานวันเด็กได้ทัน จึงได้เริ่มจัดอีกครั้งในปี พ.ศ. 2508 โดยเปลี่ยนเป็นวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม เนื่องจากเห็นว่าเป็นช่วงหมดฤดูฝนและเป็นวันหยุดราชการ จนถึงทุกวันนี้

เพลงวันเด็ก

กลอนวันเด็ก

วันเด็กนี้ขอให้เป็นวันแสนดี กลอนว่า ฉลาดคิด จิตบริสุทธิ์ จุดประจายฝัน ผูกพันรักสามัคคี (เพราะอย่างนี้เด็กอย่างหนูต้องตังใจเรียนลูกเดียวจ้า)
ดูกลอนวันเด็ก ทั้่งหมด

คำขวัญวันเด็ก

คำขวัญวันเด็ก เป็น คำขวัญที่นายกรัฐมนตรีมอบให้เด็กไทย เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติของทุกปี โดยคำขวัญวันเด็กมีขึ้นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2499 ในสมัยที่จอมพล ป. พิบูลสงครามดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และตั้งแต่ พ.ศ. 2502 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้ให้คุณค่าความสำคัญของเด็ก จึงมอบคำขวัญให้เป็นข้อคติเตือนใจสำหรับเด็กปีละ 1 คำขวัญ (ก่อนถึงวันเด็กแห่งชาติ) นายกรัฐมนตรีสมัยต่อมา จึงได้ถือเป็นธรรมเนียมสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

คำขวัญวันเด็ก ปี 2554

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คนที่ 27 ของไทย ได้มอบคำขวัญ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2554 นี้ว่า
“รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ”
เรามาดู คำขวัญวันเด็ก ของปีที่ผ่านๆ มาด้วยก็แล้วกันนะครับ
ปี นายกรัฐมนตรี คำขวัญ
พ.ศ. 2499 จอมพล ป. พิบูลสงคราม จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม
พ.ศ. 2502 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความก้าวหน้า
พ.ศ. 2503 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความสะอาด
พ.ศ. 2504 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่อยู่ในระเบียบวินัย
พ.ศ. 2505 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่ประหยัด
พ.ศ. 2506 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่มีความขยันหมั่นเพียรมากที่สุด
พ.ศ. 2507 จอมพล ถนอม กิตติขจร ไม่มีคำขวัญ เนื่องจากงดการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ
พ.ศ. 2508 จอมพล ถนอม กิตติขจร เด็กจะเจริญต้องรักเรียนเพียรทำดี
พ.ศ. 2509 จอมพล ถนอม กิตติขจร เด็กที่ดีต้องมีสัมมาคารวะ มานะ บากบั่น และสมานสามัคคี
พ.ศ. 2510 จอมพล ถนอม กิตติขจร อนาคตของชาติจะสุกใส หากเด็กไทยแข็งแรงดีมีความประพฤติเรียบร้อย
พ.ศ. 2511 จอมพล ถนอม กิตติขจร ความเจริญและความมั่นคงของชาติไทยในอนาคต ขึ้นอยู่กับเด็กที่มีวินัย เฉลียวฉลาดและรักชาติยิ่ง
พ.ศ. 2512 จอมพล ถนอม กิตติขจร รู้เรียน รู้เล่น รู้สามัคคี เป็นความดีที่เด็กพึงจำ
พ.ศ. 2513 จอมพล ถนอม กิตติขจร เด็กประพฤติดีและศึกษาดี ทำให้มีอนาคตแจ่มใส
พ.ศ. 2514 จอมพล ถนอม กิตติขจร ยามเด็กจงหมั่นเรียน เพียรกระทำดี เติบใหญ่จะได้มีความสุขความเจริญ
พ.ศ. 2515 จอมพล ถนอม กิตติขจร เยาวชนฝึกตนดี มีความสามารถ
พ.ศ. 2516 จอมพล ถนอม กิตติขจร เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ
พ.ศ. 2517 นายสัญญา ธรรมศักดิ์ สามัคคีคือพลัง
พ.ศ. 2518 นายสัญญา ธรรมศักดิ์ เด็กดีคือทายาทของชาติไทย ต้องร่วมใจร่วมพลังสร้างความสามัคคี
พ.ศ. 2519 หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช เด็กที่ต้องการเห็นอนาคตของชาติรุ่งเรือง จะต้องทำตัวให้ดี มีวินัย เสียแต่บัดนี้
พ.ศ. 2520 นายธานินทร์ กรัยวิเชียร รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเยาวชนไทย
พ.ศ. 2521 พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติมั่นคง
พ.ศ. 2522 พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เด็กไทยคือหัวใจของชาติ
พ.ศ. 2523 พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ อดทน ขยัน ประหยัด เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย
พ.ศ. 2524 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เด็กไทยมีวินัย ใจสัตย์ซื่อ รู้ประหยัด เคร่งครัดคุณธรรม
พ.ศ. 2525 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ขยันศึกษา ใฝ่หาความรู้ เชิดชูชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย
พ.ศ. 2526 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ รู้หน้าที่ ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด มีวินัยและคุณธรรม
พ.ศ. 2527 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ รักวัฒนธรรมไทย ใฝ่ดีมีความคิด สุจริตใจมั่น หมั่นศึกษา
พ.ศ. 2528 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ สามัคคี นิยมไทย มีวินัย ใฝ่คุณธรรม
พ.ศ. 2529 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ. 2530 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ. 2531 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ. 2532 พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ. 2533 พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ. 2534 พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่คุณธรรม นำชาติพัฒนา
พ.ศ. 2535 นายอานันท์ ปันยารชุน สามัคคี มีวินัย ใฝ่ศึกษา จรรยางาม
พ.ศ. 2536 นายชวน หลีกภัย ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม
พ.ศ. 2537 นายชวน หลีกภัย ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม
พ.ศ. 2538 นายชวน หลีกภัย สืบสานวัฒนธรรมไทย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม
พ.ศ. 2539 นายบรรหาร ศิลปอาชา มุ่งหาความรู้ เชิดชูความเป็นไทย หลีกไกลยาเสพติด
พ.ศ. 2540 พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ รู้คุณค่าวัฒนธรรมไทย ตั้งใจใฝ่ศึกษา ไม่พึ่งพายาเสพติด
พ.ศ. 2541 นายชวน หลีกภัย ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย
พ.ศ. 2542 นายชวน หลีกภัย ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย
พ.ศ. 2543 นายชวน หลีกภัย มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย
พ.ศ. 2544 นายชวน หลีกภัย มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย
พ.ศ. 2545 พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร เรียนให้สนุก เล่นให้มีความรู้ สู่อนาคตที่สดใส
พ.ศ. 2546 พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร เรียนรู้ตลอดชีวิต คิดอย่างสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยี
พ.ศ. 2547 พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร รักชาติ รักพ่อแม่ รักเรียน รักสิ่งดีๆ อนาคตดีแน่นอน
พ.ศ. 2548 พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร เด็กรุ่นใหม่ ต้องขยันอ่าน ขยันเรียน กล้าคิด กล้าพูด
พ.ศ. 2549 พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร อยากฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยันคิด
พ.ศ. 2550 พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ มีคุณธรรมนำใจ ใช้ชีวิตพอเพียง หลีกเลี่ยงอบายมุข
พ.ศ. 2551 พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ สามัคคี มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ เชิดชูคุณธรรม
พ.ศ. 2552 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ฉลาดคิด จิตบริสุทธิ์ จุดประกายฝัน ผูกพันรักสามัคคี
พ.ศ. 2553 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คิดสร้างสรรค์ ขยันใฝ่รู้ เชิดชูคุณธรรม
พ.ศ. 2554 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ

รวมสถานที่จัดงานวันเด็ก ปี2554

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ

นางสาวสาลิน วิรบุตร์ ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ขอเชิญ น้อง ๆ หนู ๆ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2554 ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ ในเสาร์ที่ 8 มกราคม 2554 ภายใต้หัวข้อ Smart Kids : เด็กดี คิดดี ทำดี ตื่นตากับกิจกรรม การแสดงบนเวที ดนตรี เกม การเล่นที่หลากหลาย ในบรรยากาศอันแสนอบอุ่น ชมละครวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย เรื่องสายรุ้งล่องหน ร่วมสนุกกับเกม และกิจกรรมต่าง ๆ ภายในงานอย่างมากมาย อาทิ Smart Kids : นักจินตนาการ ชมการแสดงผลงาน “พลังฝันสร้างสรรค์อนาคต” ของเด็กที่ชนะการประกวดของฮอนด้า Smart kids : นักสร้างสรรค์ ได้แก่ เสียงจากจักจั่น, กระดุมสร้างสรรค์, ตุ๊กตาไต่ราว, วิศวกรน้อย, เลเซอร์เต้นระบำ, พับกระดาษ ยานอวกาศ รูปทรงสี่หน้า และพับกระดาษรูปสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ Smart Kids : นักแข่งขัน ได้แก่ หุ่นยนต์เดินตามแสง, โดมิโน, ปืนแม่เหล็ก และสถาปัตยกรรมกระดาษ Smart Kids : นักทดลอง ได้แก่ มนต์เปลี่ยนสี Smart Kids : Smart Photo เก็บภาพวัยเยาว์ Smart Kids : สนุกคิดกับ สสวท. และ Smart Kids : ครอบครัวสัมพันธ์ พร้อมชมการแสดงของนักเรียนจากโรงเรียนวัดไผ่เงินโชตนาราม และภาพยนตร์ดาราศาสตร์ 3 มิติ
นอกจากนี้ ยังได้จัดการแสดงทางท้องฟ้าจำลอง ฉายภาพยนตร์เต็มโดมเรื่อง “มหัศจรรย์แห่งจักรวาล” ซึ่งเด็ก ๆ สามารถร่วมกิจกรรม พร้อมทั้งชมนิทรรศการวิทยาศาสตร์ทุกอาคาร ฟรี มีของที่ระลึกแจก ร่วมลุ้นรับของรางวัลอีกมากมาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มการตลาดและประชาสัมพันธ์ โทร. 0 2392 1773, 0 2391 0544
กิจกรรมฉลอง 40 ปี บีเลิฟ โดราเอมอน ต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ ปี 2554
เอไอ (ไทยแลนด์) ขอเชิญร่วมกิจกรรมฉลอง 40 ปี บีเลิฟ โดราเอมอน ต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ ปี 2554 ครั้งแรกในเมืองไทยกับโมเดลโดราเอมอนและผองเพื่อนพร้อมฉากแห่งความทรงจำ สนุกสนานตะลุยด่านของวิเศษเพื่อพบกับดาราการ์ตูนโดราเอมอนและผองเพื่อน บินตรงจากประเทศญี่ปุ่น มาร่วมชมและให้กำลังใจกับการประกวดร้องและเต้นชิงถ้วยประทาน พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ และโชว์สุดฮิต Baby Mime และมินิคอนเสิร์ตของ ชูก้า อายส์ และ เนโกะ จั๊มพ์ ในระหว่างวันที่ 6-9 มกราคม 2554 ณ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า
ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ รามอินทรา ชั้น G จัดงานวันเด็ก Toys World วันที่ 6 – 16 มกราคม 2554
โดย ในวันที่ 8 และ วันที่15-16 มกราคม 2554 นี้ และเตรียมพบกับสินค้าของ DEX ราคาพิเศษได้ภายในงาน และ พบกับฮีโร่ตัวจริงในงาน Meet & Greet Ultraman Mebius
ในวันที่ 8-9 มกราคม 2554 ขอเชิญน้อง ๆ ระดับประถมศึกษาทั่วประเทศ เข้าประกวด Shelldon Singing & Dancing Contest ชิงถ้วยประทาน พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ พร้อมทุนการศึกษากว่า 100,000 บาท กรุงเทพฯและภาคกลาง ณ ศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์ วันที่ 9 มกราคม 2554 อ่านรายละเอียดที่ เว็บนี้ครับ
กทม.จัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติประจำปี 54 ที่สวนรถไฟ
นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานแถลงการจัดงานวันเด็กแห่งชาติของกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2554 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 8 มกราคม 2554 ตั้งแต่เวลา 08.30-17.00 น. ที่สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) เขตจตุจักร พร้อมกล่าวว่า กิจกรรมภายในงานจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Kid Power” แบ่งออกเป็น 6 ฐาน ได้แก่ 1.ฐานพลังเด็กไทยใส่ใจสุขภาพ โดยสำนักอนามัย และสำนักการแพทย์ 2.ฐานพลังเด็กไทยใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยสำนักสิ่งแวดล้อม สำนักการระบายน้ำ สำนักผังเมือง และสำนักการคลัง 3.ฐานพลังเด็กไทยใส่ใจความปลอดภัย โดยสำนักการจราจรและขนส่ง สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสำนักการโยธา 4. ฐานพลังเด็กไทยใส่ใจการเรียนรู้ กิจกรรมเพื่อเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ โดยสำนักการศึกษา 5. ฐานพลังเด็กไทยใส่ใจความพอเพียง โดยสำนักพัฒนาสังคม สำนักเทศกิจ และสำนักงานสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร และ 6.ฐานพลังเด็กไทยใส่ใจวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว โดยสำนักวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยว เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับความรู้ ทักษะและประสบการณ์ต่าง ๆ ไปประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ นอกจากนี้ ยังมีการมอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนจำนวน 500 ทุน และภายในงานยังมีซุ้มอาหารเครื่องดื่มฟรีให้แก่เด็ก ๆ และครอบครัวที่มาร่วมงาน
ขณะเดียวกันระหว่างวันที่ 7-15 มกราคม กทม.ได้จัดสัปดาห์วันเด็ก ที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ศูนย์เยาวชนของกรุงเทพมหานครทั้ง 37 แห่ง ศูนย์กีฬา 10 แห่ง ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ 34 แห่ง และพิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานครเด็กและเยาวชน ซึ่งมีกิจกรรมการแข่งขันเกม กีฬา การละเล่นต่าง ๆ การตอบปัญหาชิงรางวัล การแสดงบนเวที สวนสนุก และอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ในพื้นที่ห่างไกลได้ร่วมสนุกในช่วงวันเด็กแห่งชาติ.-สำนักข่าวไทย
เรือรบหลวง จักรีนฤเบศร ร่วมจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2554 ในวันเสาร์ที่ 8 ม.ค 54 ณ ท่าเรือจุกเสม็ด ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี
“จิ๋วเรนเจอร์” รปภ.นายกฯ วันเด็กแห่งชาติ ที่ทำเนียบรัฐบาล ในงานวันเด็กแห่งชาติ 8 ม.ค. ปีนี้ นอกจากรัฐบาลจะจัดงานใหญ่ที่ทำเนียบรัฐบาลเช่นเดียวกับทุกปีแล้ว ยังมีกิจกรรมพิเศษสำหรับเด็กชื่อว่าโครงการ “จิ๋วเรนเจอร์” โดยมีเด็กที่เข้าร่วมประมาณ 50 คนคัดเลือกมาจากโครงการเอื้ออาทร คู้บอน กทม. เด็กกลุ่มนี้จะมีภารกิจคอยดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับเด็กๆที่ ไปเที่ยวงาน โดยจะกระจายตัวอยู่ตามจุดต่างๆในทำเนียบ โดยเฉพาะตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งจะเป็นจุดที่มีเด็กที่รอเข้าคิวเพื่อเข้าชมภายในและนั่งเก้าอี้นายกฯ จำนวนมาก เด็กทั้งหมดจะได้รับการฝึกการปฏิบัติหน้าที่จากทีมตำรวจของทำเนียบ และจะมีการคัดเลือกเด็ก 6 คน ประกอบด้วย ด.ช.เด่นพงษ์ เจริญตา โรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ , ด.ญ.ลลิตา คงมั่น ,ด.ญ.ชลดา คงมั่น , ด.ช.ธรรมสรณ์ สวนพุทธ , ด.ญ.ปิยธิดา วานิชพงศ์ โรงเรียนวัดคู้บอน และ ด.ช.สายฟ้า วงศ์เกลี้ยง โรงเรียนนวมินทราชูทิศ เป็นหัวหน้าชุด ซึ่งเด็กทั้งหมด จะทำหน้าที่อารักขานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตลอดเวลาที่นายกฯปฎิบัติภารกิจในทำเนียบตลอดวันเด็ก นายวิทเยนทร์ มุตตามระ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ริเริ่มโครงการ เปิดเผยว่า กิจกรรมนี้จะเป็นครั้งแรกที่จะให้เด็กได้มาดูแลความเรียบร้อยของงานวันเด็ก ทำเนียบด้วยตัวเอง ซึ่งนายกฯเห็นชอบให้จัดขึ้น เป็นการกระตุ้นให้เด็กได้มีโอกาสทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์เพื่อส่วนรวม สอดคล้องกับคำขวัญวันเด็กที่นายกฯอยากให้เด็กไทยยุคนี้มีจิตสาธารณะ เพราะเด็กที่เข้าร่วมโครงการนี้เป็นอาสาสมัคร มาดูแลเพื่อนๆที่ไปเที่ยวงานวันเด็กที่ทำเนียบ ซึ่งคาดว่าจะมีนับหมื่นคน โดยทั้งหมดจะได้รับการฝึกจากตำรวจทำเนียบรัฐบาล ทุกวันก่อนที่จะถึงวันเด็กและในวันศุกร์ที่ 7 ม.ค.จะมีการซ้อมใหญ่ที่ทำเนียบ ในวันนั้นนายกรัฐมนตรี จะทำพิธีสวมหมวก “จิ๋วเรนเจอร์” ให้เด็กที่จะมาปฎิบัติหน้าที่ทุกคนด้วย ที่ผ่านมา เด็กที่ชุมชนนี้ได้แจ้งเหตุไฟใหม้ หรือเหตุร้ายต่างๆ ตรวจสอบคนที่เข้าออก ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ปรากว่าข่าวที่ออกไปกลับกลายเป็นว่ามีการฝึกกองกำลังชุดดำเพื่อนำไปใช้ ทางการเมือง เมื่อตนมาตรวจสอบจึงทราบว่าไม่ใช่ข้อเท็จจริงและเห็นว่าเป็นโครงการที่มี ประโยชน์ สามารถป็นชุมชนต้นแบบสำหรับชุมชนอื่นที่จะนำไปสร้างระบบการดูแลชุมชนของตัว เองจึงให้การสนับสนุน
สวนเสือศรีราชา ชวนเที่ยวงานวันเด็ก 2554
สวนเสือศรีราชา ชวนน้องๆ หนูๆ มาหฤหรรษ์ในวันเด็กแห่งชาติ ปี 2554 โดยภายในงาน น้องๆ จะมีโอกาสได้ชมอาวุธยุทธโธปกรณ์ทางทหารต่างๆ อาทิ ปืนใหญ่ รถยนต์ต่างๆ จากกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 21 รักษาพระองค์ อีกทั้งน้องๆ ยังได้ร่วมสนุกกับเกมต่างๆ พร้อมลุ้นรับของรางวัลอีกมากมาย ฟรี พิเศษ ! เด็กส่วนสูงไม่เกิน 140 ซม. และนักเรียนในเครื่องแบบ เข้าชมฟรี !! สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 038 296 556-8
งานวันเด็ก TK park “สนุก เล่น เห็นโลกกว้าง ตอน ท่องแดนนานาชาติ”
วันเสาร์ที่ 8 และอาทิตย์ที่ 9 มกราคม 2554 ตั้งแต่เวลา 10.30 – 18.00 น. ณ อุทยานการเรียนรู้ TK park ชั้น 8 ศูนย์การเรียนรู้เซ็นทรัลเวิลด์
วันเด็กปีนี้ อุทยานการเรียนรู้ TK park เปิดบ้าน รับอาสาพาน้องๆ เดินทางท่องเที่ยว เปิดหูเปิดตา เติมความคิด ติดความรู้ จุดประกายจินตนาการกับวัฒนธรรมอันหลากหลายของนานาประเทศทั่วโลกกับงาน “สนุก เล่น เห็นโลกกว้าง ตอน ท่องแดนนานาชาติ” - เรียนรู้วิถีชีวิตและความหลากหลายทางวัฒนธรรมของแต่ละประเทศทั่วโลก ผ่านการแสดง การละเล่น อาหารการกิน และชุดแต่งกายประจำชาติ - ตะลุยแรลลี่เกมสร้างสรรค์ล่ารางวัลมากมาย พร้อมลุ้นจับฉลากของรางวัลใหญ่ - ชมโชว์หลากหลายการแสดงจากนานาประเทศ โดยน้องๆ เยาวชนคนเก่งและพี่ๆ มืออาชีพ - เพลิดเพลินกับกิจกรรมและเวิร์คช็อปที่มาพร้อมสาระและความบันเทิง อาทิเช่น กิจกรรมเล่านิทานพับกระดาษ กิจกรรมเ้พ้นท์ใบหน้าเป็นธงชาติประเทศต่างๆ พร้อมชมภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องโปรดของคุณหนูๆ มาร่วมท่องแดนนานาชาติด้วยกัน สองวันเต็มๆ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 18.00 น. ณ อุทยานการเรียนรู้ TK park ชั้น 8 Dazzle Zone ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-264-5963-5 ต่อ 135 หรือ www.tkpark.or.th
ประกวด “MJ Kid’s Contest’11 @CentralPlaza RAMA 3″ ต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ’2554
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา พระราม 3 ขอเชิญเยาวชน อายุระหว่าง 5-14 ปี เข้าร่วมประกวด “MJ Kid’s Contest’11 @CentralPlaza RAMA 3″ ต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ’2554 8 มกราคม 2554 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา พระราม 3 ต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2554 เอาใจน้องๆ หนูๆ ขาแด๊นซ์ จัดประกวด “MJ Kid’s Contest’11 @CentralPlaza RAMA 3″ การประกวดร้อง เล่น เต้น สไตล์ไมเคิล แจ๊คสัน เยาวชนระดับอายุ 5-14 ปี ชิงทุนการศึกษา โล่รางวัลพร้อมประกาศนียบัตร และของรางวัลมากมาย โดยได้รับเกียรติจาก Commentators ชื่อดัง เป็นกรรมการตัดสิน พร้อมพบกับ • Booth ของแจกสำหรับเด็กๆ และการออกร้านของที่ระลึก Michael Jackson’s และสินค้า เพื่อเด็กๆ • Mini Concert จากนักร้องนักเต้น และเกมส์เพื่อเด็กๆ อีกมากมาย มาพิสูจน์ความสามารถเด็กไทยและ ร่วมเป็นกำลังใจได้ในงาน”MJ Kid’s Contest’11 @CentralPlaza RAMA 3″ วันที่ 8 – 9 มกราคม 2554 ณ ชั้น 1 โซนลิฟท์แก้ว ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา พระราม 3 ดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ http://www.centralplaza.co.th/download/MJ_A5_Final.pdf
เที่ยววันเด็ก กับ BTS ฟรี สำหรับเด็กที่สูงไม่เกิน 140 ซม.
เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 8 มกราคม 2554 บริษัทฯ ได้ร่วมฉลองวันเด็กแห่งชาติประจำปี ด้วยการเปิดโอกาสให้เด็กที่มีส่วนสูงไม่เกิน 140 เซนติเมตร สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส ฟรี ตั้งแต่เวลา 06.00น. ถึง 24.00 น. อีก ทั้งเพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กๆได้มีประสบการณ์เรียนรู้การเดินทางด้วย ระบบขนส่งมวลชน โดยเด็กจะต้องเดินทางพร้อมผู้ปกครอง ขึ้นและลงสถานีเดียวกัน ทั้งนี้ บริษัทฯ จะได้จัดเจ้าหน้าที่คอยดูแลอำนวยความสะดวก ให้เด็กเข้าออกในระบบอย่างปลอดภัยโดยผ่านประตูพิเศษ ติดต่อขอรับคูปองการเดินทางฟรีได้ทั้ง 25 สถานี สำหรับสถานที่จัดกิจกรรมวัน เด็กในเส้นทางรถไฟฟ้า ได้แก่ งานรวมพลังเยาวชนไทย พลังแห่งแผ่นดิน เทิดไท้องค์ภูมินทร์ นวมินทร์มหาราชา เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ซึ่งจะจัดขึ้น ณ สนามกีฬาเทพหัสดิน โดยผู้ปกครองและเด็กที่ต้องการจะไปร่วมงาน จะต้องลงที่สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ หาก จะไปเที่ยวชมศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา หรือท้องฟ้าจำลอง นั่งรถไฟฟ้าลงที่สถานีเอกมัย ส่วนเข้าชมอุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพ พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร สามารถลงที่สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ฮอตไลน์บีทีเอส โทรศัพท์ 0 2617 6000 หรือที่ ส่วนสื่อสารองค์กร หมายเลขโทรศัพท์ 0 2617 7300 ในเวลาทำการ จันทร์-ศุกร์
CPN KIDS’ DAY 2011 เที่ยวงานวันเด็กที่ เซ็นทรัล พัทยา บีช
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช จัดงาน CPN KIDS’ DAY 2011 รับเทศกาลวันเด็กปี 2554 “รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ” ด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์และสนุกสนานสำหรับเด็ก ๆ มากมาย พร้อมชักชวนเด็ก ๆ ร่วมบริจาคของเล่นให้กับเด็กด้อยโอกาส ใน “โครงการห้องสมุดของเล่น ของสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน” ตั้งแต่วันที่ 8-9 มกราคม 2554 ณ ลานกิจกรรม ตั้งแต่เวลา 10:30 น. เป็นต้นไป
พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ กับงานเด็กไทยหัวใจเกษตร 8
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำหนดจัดงานวันเด็ก “เด็กไทยหัวใจเกษตร 8 ” วันเสาร์ที่ 8 มกราคม 2554 ภายใต้แนวคิด “สวนเกษตรหรรษา” สัมผัสและสูดกลิ่นไอของวิถีชีวิตเกษตร ย้อนยุคไปกับการละเล่นแบบไทยๆ ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ตั้งแต่ 8 โมงเช้า งานนี้ นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน ในงานมีบู้ทจากหน่วยงานต่างๆครบทุกกรมที่สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยจะมาให้ความรู้ด้านเกษตรกับน้องๆที่สนใจทุกคน มาแล้วได้ประโยชน์มากๆครับ สามารถนำความรู้กลับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันในช่วงนี้ งานนี้มีการเตรียมเสบียงอาหารและเครื่องดื่มรองรับเด็กและผู้ปกครองที่เข้า มาร่วมงาน พร้อมบริการรถรับ-ส่งจากบริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์ และเข้าชมงานฟรีครับ !
งานวันเด็กแห่งชาติ เทศบาลนครอุบลราชธานี “ขอเชิญชวน เด็ก เยาวชน ผู้ปกครอง เที่ยวงานวันเด็กแห่งชาติ เทศบาลนครอุบลราชธานี ณ ในวันเสาร์ที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๔ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ – ๑๕.๐๐ น. พร้อมรับของขวัญ – ของชำร่วย อาหาร/เครื่องดื่ม ฟรีตลอดงาน” ชื่อการจัดงาน : งานวันเด็กแห่งชาติ เทศบาลนครอุบลราชธานี วันและเวลาจัดงาน : วันเสาร์ที่ 8 มกราคม 2554 เวลา 08.00-15.00 น. สถานที่จัดงาน : บริเวณสำนักงานเทศบาลนครอุบลราชธานี ผู้จัดงาน : เทศบาลนครอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ตระหนักถึงความสำคัญของเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต จึงได้จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติเป็นประจำทุกปี สำหรับวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2554 ตรงกับวันเสาร์ที่ 8 มกราคม 2554 ในหัวข้อเปิดโลกแห่งความสุข สนุกกับจินตนาการ สืบสานวัฒนธรรม โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ นิทรรศการทางวิชาการ ความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต การทดลองและสาธิตทางวิทยาศาสตร์ การแสดงบนเวที การแสดงความสามารถของเด็กและเยาวชน และชมการประกวดร้องเพลง พีเอสยู จูเนียร์ แฟนตาเซีย รอบชิงชนะเลิศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จึงขอเชิญเด็กและเยาวชนร่วมกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2554 ในวันเสาร์ที่ 8 มกราคม 2554 ระหว่างเวลา 08.30 -16.00 น. ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ขอเชิญเที่ยวงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2554 ในวันที่ 8 มกราคม 2554 ตั้งแต่เวลา 7.30 – 13.30 น. ณ บริเวณลานใต้อาคารแพทยศาสตร์และอาคารเรียนรวมและหอสมุดฯ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนมีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ มีคุณธรรมและจริยธรรม รวมทั้งค่านิยมที่ถูกต้อง กล้าคิด กล้าแสดงออกในพฤติกรรมที่เหมาะสม ในงานมีกิจกรรมที่สื่อให้เห็นถึงโลกย้อนยุค โลกแห่งจินตนาการ รักษ์โลกรักสิ่งแวดล้อม และรักษ์สุขภาพ กิจกรรมการบันเทิง การแสดงและการละเล่นต่าง ๆ ของเยาวชนพร้องทั้งการแจกของขวัญสำหรับเยาวชนอีกมากมาย สำหรับท่านที่ต้องการร่วม บริจาคของขวัญสำหรับเยาวชน 1 ชิ้น เพื่อการให้ ขอเชิญบริจาคได้ที่ ฝ่ายบริการพยาบาล โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โทร.074-451662-5 พบกับซุ้มกิจกรรม และเกมส์ ทั้งหมด 21 ซุ้ม และซุ้มขนมไทยๆ 1 ซุ้ม เช่น - ซุ้ม Imagination - ซุ้ม Save world - ซุ้ม kickling - ซุ้ม bowling - ซุ้ม หมากเก็บ - ซุ้ม ตกกระป๋อง - ซุ้ม สอยดาว - ซุ้ม เป่าสี - ซุ้ม ร้อยลูกปัด - ซุ้ม ระบายฝัน - ซุ้ม ต้นไม้นำโชค - ซุ้ม น้องคุ้ยพี่เขี่ย - ซุ้ม โยนบาสลงห่วง - ซุ้ม โบว์ลิ่งหรรษา - ซุ้ม การ์ดวันเด็ก ฯลฯ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กิจกรรมวันเด็ก 2554 วันเสาร์ที่ 8 มกราคม 2554 ณ ลานกิจกรรม หอพักนักศึกษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี - ประกวดหนูน้อยน่ารักอารมณ์ดี - แข่งขันฮูลาฮุปทนทาน - แข่งขันระบายสี - ตอบคำถามชิงรางวัล - ชมการแสดงบังคับม้า ขี่ม้า - แจกขนม น้ำหวาน ไอศกรีม และของรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.ubu.ac.th/~pnr/news/54/children_day54.pdf ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงจัดงานวันเด็กประจำปี 2554 จ.เชียงราย ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย ร่วมกับภาคเอกชน 57 หน่วยงานจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2554 ในวันเสาร์ที่ 8 มกราคม 2554 ณ บริเวณหน้าหอบังคับการหลังเก่าท่าอากาศยานแม่แม่ฟ้าหลวงเชียงราย นายยุทธนา จิตรอบอารีย์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้กำหนดให้ทุกวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม ของทุก ๆ ปี เป็นวันเด็กแห่งชาติซึ่งในปี 2554 ตรงกับวันเสาร์ที่ 8 มกราคม 2554 โดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะได้ให้คำขวัญวันเด็กประจำปี 2554 ว่า ” รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ ” เพื่อพัฒนาเยาวชนเด็กไทยในจังหวัดเชียงราย ท่าอากาศยานจังหวัดเชียงรายได้กำหนดจัดกิจกรรมจัดงานวันเด็กประจำปี 2554 ในวันเสาร์ที่ 8 มกราคม 2554 ระว่างเวลา 09.00 น.ถึงเวลา 16.00 น. ณ บริเวณหน้าหอบังคับการหลังเก่า ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย โดยมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมจัดกิจกรรมวันเด็กประจำปี 2554 รวมทั้งสิ้น 57 หน่วยงาน โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้เกียรติไปเป็นประธานเปิดงานวันเด็กประจำปี 2554 พร้อมอ่านสานส์วันเด็กประจำปี 2554 ของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และจัดให้มีการถ่ายทอดเสียง ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงองค์การสื่อสารมวลชนจังหวัดเชียงราย ระบบ เอฟ.เอ็ม ความถี่ 101.25 มฮ.ตลอดการจัดกิจกรรมดังกล่าว ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย ขอประชาสัมพันธ์เชิญชวน สถานศึกษา นักเรียน ผู้ปกครอง ได้ไปร่วมงานวันเด็กประจำปี 2554 ณ บริเวณหน้าหอบังคับการบินหลังเก่า ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย โดยพรอ้มเพรียงกัน
เครดิต : วิกิพีเดีย,  mthai, superherocosplay.com