Wednesday, April 27, 2011

การทำงานบริการสังคมแทนค่าปรับ


การทำงานบริการสังคมแทนค่าปรับ
เดิมก่อนมีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาในปี ๒๕๔๖  จำเลยที่ถูกลงโทษปรับและไม่ชำระค่าปรับ จะต้องถูกยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับหรือถูกกักขังแทนค่าปรับ ในทางปฏิบัติมีจำเลยที่ศาลพิพากษาให้ลงโทษปรับแต่ไม่มีเงินชำระค่าปรับต้องถูกกักขังแทนค่าปรับเป็นจำนวนมาก  ทำให้ครอบครัวเดือดร้อน และรัฐต้องรับภาระในการดูแลเพิ่มมากขึ้น ต่อมาในปี ๒๕๔๖ ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญากำหนดให้ในกรณีที่ศาลพิพากษาปรับผู้กระทำความผิดไม่เกิน ๘๐,๐๐๐ บาท      ผู้ต้องโทษปรับอาจจะร้องขอต่อศาลเพื่อทำงานบริการสังคมหรือสาธารณะประโยชน์ได้ นับว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของจำเลยที่ ถูกลงโทษปรับแต่ไม่มีเงินเสียค่าปรับ ซึ่งวัตถุประสงค์ของกฎหมายที่แก้ไขครั้งนี้ ก็เพื่อสร้างจิตสำนึกที่ดีให้แก่ผู้ต้องโทษปรับมีโอกาสเข้ามามีบทบาทช่วยเหลือสร้างคุณประโยชน์แก่สังคม เป็นการบำเพ็ญประโยชน์ทดแทนหรือชดใช้ความเสียหายที่ ผู้นั้นก่อขึ้นแก่สังคม และเป็นการลดความแออัดของสถานที่กักขัง ประหยัดงบประมาณของรัฐที่ต้องเลี้ยงดูผู้ถูกกักขังแทนค่าปรับ



* ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม
ว่าด้วยการกำหนดจำนวนชั่วโมงที่ถือเป็นการทำงานหนึ่งวันและแนวปฏิบัติ ในการให้ทำงานบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับและการเปลี่ยนสถานที่กักขัง .. 2546


การทำงานบริการสังคมหรือสาธารณะประโยชน์แทนค่าปรับนั้น เช่น งานทำความสะอาด งานพัฒนาสถานที่สาธารณะ  งานปลูกป่า ดูแลสวนป่าหรือสวนสาธารณะ  งานจราจร หรืองานให้ความบันเทิงแก่คนพิการ  คนชรา เด็กกำพร้า หรือผู้ช่วยในสถานสงเคราะห์หรือสถานพยาบาล งานสอนหนังสือ  งานค้นคว้าวิจัย หรือแปลเอกสาร
หลักเกณฑ์การทำงานบริการสังคมแทนค่าปรับหรือสาธารณะประโยชน์แทนค่าปรับมีดังนี้
๑.      ต้องเป็นคดีที่ศาลพิพากษาปรับจำเลยเป็นเงินไม่เกิน ๘๐,๐๐๐ บาท หมายความว่า ในคดีเรื่องนั้นศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยโดยมีโทษปรับรวมอยู่ด้วย เช่น กรณีที่ศาลลงโทษปรับจำเลยสถานเดียว หรือกรณีที่ศาลลงโทษทั้งจำคุกและปรับ แต่ให้รอการลงโทษจำคุกไว้ และโทษปรับนั้นต้องไม่เกิน ๘๐,๐๐๐ บาท ซึ่งคำนวณจากค่าปรับจากหลังที่ศาลลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลย ๕๐,๐๐๐ บาท กรณีเช่นนี้จำเลยมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลขอทำงานบริการสังคมได้ และโทษปรับไม่เกิน ๘๐,๐๐๐ บาท ต้องดูทุกข้อหารวมกัน เช่น ศาลปรับกระทงหนึ่ง ๕๐,๐๐๐ บาท อีกกระทงหนึ่ง ๕๐,๐๐๐ บาท ดังนี้  แม้แต่ละกระทงจะไม่เกิน ๘๐,๐๐๐ บาท แต่เมื่อรวมแล้วศาลปรับ ๑๐๐,๐๐๐ บาท  ย่อมไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะทำบริการสังคมแทนค่าปรับ
๒.      จำเลยผู้ยื่นคำขอต้องเป็นบุคคลธรรมดา มิใช่นิติบุคคล
๓.      จำเลยต้องไม่มีเงินชำระค่าปรับ ถ้าจำเลยมีเงินเพียงพอชำระค่าปรับจะขอทำงานบริการสังคมแทนไม่ได้
ต้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่พิพากษาคดีนั้น แม้เป็นโทษปรับตามคำพิพากษาของศาลชั้นอุทธรณ์หรือศาลฎีกา ศาลชั้นต้นที่พิพากษาคดีนั้นต้องเป็นผู้สั่งคำร้องในส่วนของแบบคำร้องนั้น  จำเลยอาจจะขอได้จากศาลแต่ละแห่ง โดยต้องเขียนตามแบบพิมพ์คำร้อง มีรายละเอียดเกี่ยวกับโทษปรับตามคำพิพากษา และประเภทของงานที่จำเลยประสงค์จะทำในแบบพิมพ์ของศาล คำร้อง บส.๑ และระบุรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับประวัติของจำเลยในแบบพิมพ์ (..) และจำเลยควรจะวาดแผนที่บ้านของตนท้ายแบบพิมพ์เพื่อสะดวกในการติดตาม1

หลักเกณฑ์พิจารณา

 
ส่วนการที่ศาลจะพิจารณาว่าสมควรอนุญาตให้จำเลยทำงานบริการสังคมหรือสาธารณะประโยชน์แทนค่าปรับหรือไม่ มีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
๑.    ฐานะการเงินของจำเลย พิจารณาจากรายได้ ทรัพย์สิน ความเป็นอยู่ ภาระหนี้สินต่าง ๆ ว่าจำเลยมีเงินพอเสียค่าปรับขณะยื่นคำร้องหรือไม่
๒.    ประวัติของจำเลย พิจารณาว่าจำเลยมีประวัติเคยกระทำความผิดหรือเคยต้องโทษมาก่อนหรือเป็นผู้กระทำความผิดเป็นอาจินต์จนติดเป็นนิสัย รวมทั้งการศึกษา อาชีพ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ครอบครัว สภาพแวดล้อมและข้อมูลส่วนบุคคล
๓.    สภาพความผิด ศาลจะพิจารณาถึงความหนักเบาของข้อหา ความรุนแรงในการกระทำความผิด สภาวะจิตใจ กระทำความผิดโดยเจตนาหรือโดยประมาท ความเสียหายที่เกิดจากการกระทำความผิด

ระยะเวลาในการทำงานแทนค่าปรับ

 

ส่วนสภาพความผิดที่ไม่ควรอนุญาตให้ทำงานแทนค่าปรับ เช่น ความผิดตามกฎหมายสถาบันการเงินและตลาดหลักทรัพย์  กฎหมายศุลกากร  การฉ้อโกงประชาชน  การค้าหญิงและเด็ก  การค้ายาเสพติดหรือฟอกเงิน
เมื่อศาลอนุญาตให้ทำงานบริการสังคมหรือสาธารณะประโยชน์แทนค่าปรับแล้ว ในส่วนระยะเวลาในการทำงานแทนค่าปรับ จำนวนวันที่ศาลจะสั่งให้จำเลยทำงานบริการสังคมหรือสาธารณะประโยชน์แทนค่าปรับ จะพิจารณาค่าปรับที่ศาลพิพากษาปรับจำเลย โดยถือในอัตรา ๒๐๐ บาทต่อ ๑ วัน คือนำเงินค่าปรับสุทธิมาตั้งหารด้วย ๒๐๐ บาท จะได้จำนวนวันที่จำเลยต้องทำงานบริการสังคมแทนค่าปรับ เช่น ถูกปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท ต้องทำงาน ๕๐ วัน
สำหรับจำนวนชั่วโมงที่ถือเป็นการทำงาน ๑ วันนั้น ตามระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมเรื่องการให้ทำงานบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ กำหนดไว้ดังนี้
๑.    การทำงานช่วยเหลือ ดูแล อำนวยความสะดวก หรือให้ความบันเทิงแก่คนพิการ   คนชรา  เด็กกำพร้า หรือผู้ป่วยในสถานสงเคราะห์ หรือสถานพยาบาล งานวิชาการหรืองานบริการด้านการศึกษา จำนวน ๒ ชั่วโมง เป็นการทำงาน ๑ วัน
๒.    การทำงานวิชาชีพ  งานช่างฝีมือ  หรืองานที่ต้องใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญ เช่น งานช่างฝีมือเครื่องยนต์ ก่อสร้าง  คอมพิวเตอร์ หรือวิชาชีพอื่น จำนวน ๓ ชั่วโมง เป็นการทำงาน ๑ วัน
๓.    การทำงานบริการสังคมหรือบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์อื่นที่ไม่ต้องใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญ หรืองานอื่น เช่น งานทำความสะอาดหรือพัฒนาสถานที่สาธารณะ  งานปลูกป่า  หรือดูแลสวนป่า หรือสวนสาธารณะ งานจราจร สำหรับ ๔ ชั่วโมง เป็นการทำงาน ๑ วัน
กรณีที่ระหว่างทำงานบริการสังคมหรือสาธารณะประโยชน์ จำเลยไม่ประสงค์ทำงานดังกล่าวต่อไป อาจขอเปลี่ยนเป็นรับโทษปรับหรือกักขังแทนค่าปรับได้

นายศุภชัย  ฟูจิตร์  
No.2/2554


วันนี้ขอเสนอตอน “สำหรับผู้ที่ต้องการห้องควบคุม”

ขอนำเสนอสาระความรู้เกี่ยวกับภาษาอังกฤษที่ใช้ในราชการศาล
วันนี้โดยสรรหาสาระมาเล่าจากกองการต่างประเทศ สำนักงานศาลยุติธรรม  
วันนี้ขอเสนอตอน  สำหรับผู้ที่ต้องการห้องควบคุม
ผู้ทำหน้าที่เป็นประชาสัมพันธ์ในศาลอาญา หรือที่เราเรียกกันว่า สาว/หนุ่มเสื้อฟ้า นอกจากจะต้องพูดคุยให้คำแนะนำแก่ผู้มาติดต่อในเรื่องทั่วๆไปแล้ว ยังจะต้องสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับส่วนงานต่างๆในศาลอาญาแก่ผู้มาติดต่อ ประชาสัมพันธ์จึงต้องทราบว่าหน่วยงานต่างๆในศาลอาญามีอะไรบ้าง แต่ละหน่วยงานทำหน้าที่อะไร และตั้งอยู่ที่ใด
สำหรับผู้ที่ต้องการไปห้องควบคุม
For those who want to go to detention facility:
บทสนทนา     
ถาม
ห้องควบคุมนักโทษชายไปทางไหน
       Where can I find the Male Detention Facility?
ตอบ ห้องควบคุมนักโทษชายอยู่ทางด้านล่าง ชั้น ๑ เดินตรงไปทางข้างหลังนี้ แล้วลงบันไดจากนั้นเลี้ยวซ้าย จะเห็นห้องควบคุมนักโทษชาย
       อยู่ทางขวามือ
The Male Detention Facility is downstairs, on the ground floor. Walk straight and go down the stairs. Then turn left, you will see the Male Detention Facility on your right hand side.

บทสนทนา
ถาม เจ้าหน้าที่เรือนจำอยู่ที่ชั้นไหน
Where can I contact the detention facility officials?
ตอบ เจ้าหน้าที่เรือนจำเป็นเจ้าหน้าที่จากเรือนจำกลางกรุงเทพมหานคร อยู่ที่ชั้นล่าง ติดกับห้องควบคุมนักโทษชาย
The detention facility officials are from the Central Bangkok penitentiary. Their office is downstairs, right next to the Male Detention Facility.
ถาม-   ห้องควบคุมนักโทษหญิงไปทางไหน
Where can I find the Female Detention Facility?
ตอบ - ห้องควบคุมนักโทษหญิงทางด้านล่าง ชั้น ๑ เดินตรงไปทางข้างหลังนี้ แล้วลงบันไดจากนั้นเลี้ยวขวา จะเห็นห้องควบคุมนักโทษหญิง
       อยู่ทางซ้ายมือ
The Female Detention Facility is downstairs, on the ground floor. Walk straight and go down the stairs. Then turn right, you will see the Female Detention Facility on your left hand side.

Monday, April 18, 2011

Flag this message ยายยิ้ม ยิ้มเย้ยยาก รายการ "คนค้นคน

ยายครับ,,,,,,,ยายยังขาดอะไรในชีวิต ครับ,,,,,,ยายตอบอย่างภาคภูมิใจ ยังขาดความทุกข์
ฝากพิจารณาอ่านครับ,,,,,ได้สาระอย่างมหาศาล
ชอบประโยคนี้จัง


พิธีกร : เดินไปวัดลำบาก เหนื่อยไหม
ยายยิ้ม : เหนื่อยก็พัก แล้วเดินต่อ ทางไปสวรรค์มันรก ทางไปนรกมันเรียบ เห็นพระก็หายเหนื่อย



ยายยิ้ม หญิงร่างเล็ก หลังงุ้ม ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มสมชื่อ
อาศัยในบ้านไม้ที่เกือบเสร็จท่ามกลางป่าเขา
จ.พิษณุโลก อยู่ลำพังอย่างเดียวดาย ห่างไกลผู้คนและเงียบสงัด
เมื่อ 20 ปี ก่อน ยายมีบ้านอยู่ที่อำเภอพรหมพิราม พร้อมลูกหลาน
ตอนนั้นลูกชายคนเล็กตั้งใจจะมาบุกเบิกทำมาหากินบริเวณที่อยู่ปัจจุบัน
แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่าง ทั้ง ความไกล ไข้ป่า และความลำบาก
ส่งผลให้ลูกชายของยายเลือกที่จะไปขับรถแท๊กซี่ใน กทม.
และไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ และการไม่อยากเป็นภาระลูกหลานหรืออื่นๆ
ยายยิ้มจึงตัดสินครั้งสำคัญ อาศัยอยู่ที่บ้านในป่าผืนนั้น เป็นต้นมา
ลูกหลานขอร้องให้ยายกลับมาอยู่บ้านแต่ยายไม่กลับ
ลูกหลานจึงได้แต่มาเยี่ยมยายเป็นระยะรวมถึงการนำเสื้อผ้าผ้าห่ม
ข้าวสารอาหารแห้งมาให้ยาย ลูกชายคนที่ยังอยู่ในอำเภอพรหมพิรามบอกว่า
"
แม่เขาจะบอกว่าไม่ต้องเอามาให้มากนะ ในชีวิตเขา แม่เขาไม่เคยอยากได้อะไรเลย เคยถามเขาก็บอกว่า เขาพอแล้ว สมัยยังเด็กบ้านเราจนกันมาก
พ่อก็ตายตอนที่เรายังเล็ก ๆ แต่แม่คนเดียวก็หา
เลี้ยงลูกได้ มานึกดูแกต้องทำงานหนักมาก แม่ถึงเน้นสอนให้เข้มแข็ง
หนักเอาเบาสู้ไม่เลือกงาน"
ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมาท่ามกลางขุนเขา ยายไม่มีนาฬิกา
แต่ทุกเวลาล้วนมีคุณค่า การมีชีวิตอยู่ของยายหมดไปกับการปลูกต้นไม้
ทำฝายเล็ก ๆ ที่ยายได้อาศัยในยามหน้าแล้งและยังเป็นสายธาร
หล่อเลี้ยงบรรดาสัตว์ และต้นไม้บนผืนแผ่นดินนี้
และตั้งใจถวายในหลวงและพระราชินี ยายรักในหลวงและพระราชินีมาก
กิจวัตรประจำวัน ตื่นแต่เช้า จุดธูปไหว้พระ เก็บมุ้ง กระย่องกระแย่งมาจุดฟืนหุงข้าว
ตักข้าวสุกแรกเก็บไว้ ตักข้าวกินกับน้ำพริก หรือ ปลาแห้งที่เก็บไว้
ลงมากวาดลานบ้าน ซักผ้า หาบน้ำที่ลำห้วย ออกไปหาฟืนหาไม้ มาเก็บไว้
ก่อนจะคดข้าวใส่กล่อง น้ำพริก ใส่ย่าม สวมที่ขาดวิ่น ใช้พร้าแทนไม้เท้าเวลาเดิน
ข้ามห้วย ข้ามหนอง เข้าไปในป่าลึก ผ่านฝายเล็กๆ หรือคันนาที่ยายทำไว้ 11 ฝาย
เป็นคันดินที่ยายใช้ "จอบกับใจ" ค่อยๆขุดขึ้นมา กลายเป็นแอ่งน้ำเล็กๆกักเก็บน้ำ
พอให้สัตว์เล็กได้มาอาศัย ต้นไม้ชุ่ม ชื่น ระหว่างนั้นก็เอาข้าวมาโปรยให้สัตว์
ในแอ่งดินกันทำคันดินนี้เสร็จ ก็เข้าไปลึกเรื่อยๆ ที่ละฝาย ทีละฝาย
เวลาแต่ละวันผ่านไปเท่าไหร่ไม่รู้ เหนื่อยก็พัก แล้วก็เดิน กลับบ้าน ชีวิตยาย เป็นไปอย่างเรียบง่าย
ทุก ๆ วันพระ ยายจะเดินลงมาจากเขา ด้วยระยะทางเกือบ 8 กิโล
บวกกับวัยชราของยาย จึงทำให้ยายใช้เวลาใน การเดินทางกว่า 3 ชั่วโมง
แต่ก็ไม่ได้ทำให้ศรัทธาของยายเสื่อมถอยลง ลำพังคนหนุ่มสาว
จะให้เดินขึ้นลงเขา สัก 7-8 กิโลเมตร ยังเ ล่นเอาเหงื่อตก
แต่สำหรับยายยิ้มถือเป็นกิจวัตรสม่ำเสมอทุกวันโกน วันพระเพราะไม่ว่าฝนจะตก
ฟ้าจะร้อง ยายก็ต้องไปถึงวัดไม่เคยขาด
ระยะทางไกลที่เต็มไปด้วยหล่มโคลน ถนนเป็นร่อง ขรุขระ ยายยิ้ม
จะออกเดินเท้าจากบ้านตั้งแต่เช้ามืด เหนื่อยก็พัก ถึงวัดกี่โมงไม่รู้
รู้แต่เมื่อถึงวัดก็เปลี่ยนชุดชาว สวดมนต์ ปฏิบัติธรรม ทำความสะอาดวัด
ทำบุญ เมื่อกลับจากวัด แกก็จะมานับวันหลังจากนั้นไปถึงวันโกนวันพระอีกที
ก่อนที่เดินกลับบ้านในป่า ยายเลือกใช้ชีวิตเพียงลำพัง
และใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวอย่างมีความสุขอีกครั้ง
เราขาดในสิ่งที่ยายยิ้มมี นั่นคือ ความพอเพียง ความศรัทธา ความไม่โลภ เรามีในสิ่งที่ยายขาด นั่นคือ ความทุกข์
พิธีกร : ข้าวสารอาหารแห้งเอามาจากไหน
ยายยิ้ม : ลูกหลานเข้าเอามาให้ เขาเอามาให้ก็ต้องกิน
เขาจะได้บุญและก็ต้องกินอย่างประหยัดๆ ไม่ฟุ่มเฟือย
พิธีกร : ฝนตกเปียกไหม
ยายยิ้ม : ก็หลบๆเอา ไม่ลำบาก อย่าคิดว่ามันลำบาก
พิธีกร : เสื้อผ้า ขาดแล้วยังใส่อยู่
ยายยิ้ม : ลูกหลานเข้าเอามาให้ ใส่ไว้เขาจะได้บุญ
พิธีกร : ลูกหลานอยากให้ไปอยู่ด้วยกัน
ยายยิ้ม : ไม่ใช่ว่าจะไม่พึ่ง แต่ให้หมดค่าก่อนค่อยพึ่ง ป่วยไม่สบายไม่มีแรงค่อยพึ่งเขา
พิธีกร : ทำฝายไปให้ใคร
ยายยิ้ม : ให้ในหลวงพระราชินี ท่านเป็นถึงเจ้าแผ่นดินยังทำงาน เราก็ต้องทำให้ท่านบ้าง..
ส่วนสิ่งที่ทำในหลวงไม่เห็นผีสางเทวดาก็เห็น
พิธีกร : ได้ประโยชน์อะไรจากฝาย
ยายยิ้ม : ในหลวงบอกมีฝายมีน้ำ มีป่า มีปลาเล็กเป็นอาหารนกอีกทีรวมถึงได้ใช้ยามหน้าแล้ง
พิธีกร : กลัวล้มไหมเวลาเดินไปไหน
ยายยิ้ม : กลัวแต่ก็ต้องทำ ทำแล้วมีความสุข
พิธีกร : เหนื่อยไหมที่ทำมา
ยายยิ้ม : เหนื่อย แต่ทำแล้วมีความสุข
พิธีกร : เดินไปวัดลำบาก เหนื่อยไหม
ยายยิ้ม : เหนื่อยก็พัก แล้วเดินต่อ ทางไปสวรรค์มันรก ทางไปนรกมันเรียบ เห็นพระก็หายเหนื่อย
พิธีกร : สรุปว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจ
ยายยิ้ม : คนอื่นว่าลำบากแต่ถ้าเราคิดว่ามันเป็นสวรรค์มันก็ไม่ลำบาก

พิธีกร : ยายมาทำบุญทุกวันพระไหม
ชาวบ้าน : ยายมาประจำแหละ ยายแกชอบทำบุญ ได้เบี้ยเดือน 500 แกยังทำบุญหมดเลย
พระ (กางมุ้งให้ยายนอนในศาลาวัด) : ไม่บาปหรอกยาย ช่วยๆกัน ดูแลกัน
ยาย (นั่งยิ้มด้วยความจำนน)
ยาย เอาเงินที่เก็บๆรวมถึงเงินที่ชาวบ้านให้ไว้มาทำบุญ
ยาย อวยพรให้และภาวนาให้คนที่ทำบุญด้วย
พิธีกร : ยายรู้จักเขาเหรอ
ยายยิ้ม : (ยิ้ม) ไม่รู้จักหรอก เห็นบอกว่าจะบวชก็เลยทำบุญ
ให้ยายทำบุญนะ (สงสัยคงจะเป็นเงินที่ทางรายการให้)
พิธีกร : ทำเถอะยาย ไม่ว่าอะไรหรอก
พิธีกร : ยายมีของแค่นี้เหรอ (หยิบกระเป๋าใบเล็กที่บรรจุเสื้อผ้า หยูกยาที่จำเป็น บัตรประชาชน)
ยายยิ้ม : แค่นี้แหละเตรียมไว้ เวลาเจ็บป่วยขึ้นมา เอาไปใบเดียว คนอื่นจะได้ไม่ลำบากหา
พิธีกร : จะไม่เป็นการแช่งตัวเองหรือ
ยายยิ้ม : ยิ่งเจ็บ ยิ่งต้องพึ่งตัวเอง ยิ่งต้องเตรียมตัว
พิธีกร : เวลายายไปตัดไม้ไผ่ ทำฝายไม่เกินกำลังเหรอ เอาแรงมาจากไหน
ยายยิ้ม : หัวเราะเบาๆแล้วตอบว่า มันเกินกำลังอยู่แล้วล่ะ แต่ต้องมีความพยายามยายบอกวันนี้หมดแรง นอนพัก พรุ่งนี้แรงก็มาใหม่
พิธีกร : ยายยังขาดอะไรอีกในชีวิต
ยายยิ้ม : ยายยิ้มสมกับชื่อ แล้วตอบอย่างภาคภูมิใจว่า ขาดความทุกข์

ข่าวด่วน ภัยรูปแบบใหม่ใน 7eleven

ข่าวด่วน ภัยรูปแบบใหม่ใน 7eleven

โดยเฉพาะผู้ชาย ให้ใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง
ขณะที่ท่านซื้อสินค้าในร้าน 7eleven ตอนกลางคืน ( เจอมากับตัวเองเลยเคลียร์ยังไม่จบ )
ห้าม คุณใช้โทรศัพท์มือถือโดยเด็ดขาด   
 
ใน ขณะที่คุณจ่ายเงินค่าสินค้า .. โดยเฉพาะกับพนักงานที่เป็นผู้หญิง
และที่สำคัญ . ถ้าขณะนั้น ... ปลายสายเป็นภรร ยาหรือแฟนของคุณ
เพราะช่วงเวลากลางคืนจะเป็น ช่วงที่เงียบ .... ลูกค้าน้อย ...
จะมีเพียงคุณกับพนักงานผู้หญิงเท่านั้น
เมื่อคุณวางสินค้าลงต่อหน้าพนักงานของ 7eleven
ให้ระวังช่วงที่พนักงานคิดเงินเสร็จ

 
ผมขอแนะนำ ให้คุณวางสายโทรศัพท์เสียก่อน
... เพราะพนักงานจะฉวยโอกาสตอนนี้
พูดด้วยเสียงดังอันสดใส ...( ซึ่งมีโอกาสที่เสียงนั้นจะเล็ดลอดเข้าไปในสายของคุณ ) ประโยคที่เธอพูด .. และมีอันตรายก็คือ .... ใส่ถุงไหมคะ !!!!!!
.... แล้วคิดดูอะไรจะเกิดขึ้นกับคุณ ??  

Wednesday, April 13, 2011

เหตุผลของคนรักสุรา

5555+ ขำๆ คลายเครียด

1. สุราไม่เคยช้อปปิ้ง และไม่จำเป็นต้องให้เงินใช้
2. เป็นการง่ายที่คุณจะคบกับสุรานานาชาติโดยไม่ต้องมีปัญหาเรื่องภาษา ไม่ว่าจะเป็นเหล้ามะกัน ไวน์ฝรั่งเศส สาเกยุ่น เหมาไถจีน.. แต่การจะหาภรรยานานาชาติ อาจเป็นเรื่องที่ต้องพยายามกันเป็นปีๆ

3. สุราร้อนทำให้เย็นได้ด้วยการจับยัดตู้เย็น เสียค่าไฟสิบบาท แต่เมื่อภรรยาอารมณ์ร้อน กว่าเธอจะเย็นขึ้นมาได้ คุณอาจต้องเสียเงินซื้อดอกไม้ช่อละหลายร้อย น้ำหอมขวดละหลายพัน หรือค่าโทรศัพท์อีกนับนาทีไม่ทัน

4. คุณสามารถเปลี่ยนขวดที่กอดอยู่ข้าง ๆ ได้บ่อยเท่าที่ต้องการ แต่ถ้าจะเปลี่ยนคนที่คุณนอนกอดข้างๆ.. เอ้อ.... ได้ตื้บแน่!!
5. คุณนั่งดูถ่ายทอดฟุตบอลคู่กับสุราได้นานเท่าที่ต้องการ

6. สุราไม่เคยสั่งให้คุณไปซักผ้า ล้างรถ ตัดหญ้าสนาม ถูบ้าน ซ่อมห้องน้ำ ปูกระเบื้อง ปะหลังคารั่ว ย้ายชั้นวางของ ตอกตะปูแขวนรูปในห้องรับแขก
7. สุราเปลี่ยนนิสัยคุณแค่ชั่วคราวหลังดื่ม แต่ภรรยาพยายามเปลี่ยนนิสัยคุณแบบถาวรด้วยกำลัง
8. คุณสามารถนอนเกาก้นและเรอดัง ๆ กับสุราได้โดยไม่ถูกบ่นว่าหรือมองตาเขียว

9. คุณสามารถหาซื้อสุราได้ง่ายและบ่อยเท่าที่กระเป๋าคุณเต็มใจ แต่มักไม่สามารถหาภรรยาได้ในราคาเต็มใจกระเป๋า แถมเปลี่ยนไม่ได้ง่าย ๆ เสียด้วย
10. สุราไม่เคยแย่งกับแกล้มคุณกิน และเข้ากับเพื่อนร่วมวงของคุณได้เสมอ
11. คุณสามารถตีตัวออกห่างจากสุราได้เมื่อรู้สึกเบื่อ และเมื่อใดที่คุณกลับไปหา.. สุราก็ยินดีต้อนรับคุณทุกครั้ง

12. สุราไม่เคยหยิบเรื่องห่วย ๆ ที่คุณทำ (หรือเป็น) ไปเม้ากับเพื่อนๆ
13. คุณพูดได้มากเท่าที่ต้องการเมื่อนั่งอยู่กับสุรา จะไม่มีเสียงบ่นว่า 'หยุดเดี๋ยวนี้นะ' - 'พอได้แล้ว' - 'นี่คุณ...' - 'หุบปาก' ให้ได้ยินอย่างเด็ดขาด
14. สุราทุกขวดไม่เคยห่วงว่าคุณจะรักสุราขวดอื่นมากกว่า

15. สุรายิ่งเก่ายิ่งดี มีราคาเพิ่มขึ้นตามเวลา แต่ภรรยาเนี่ยสิ.

อ่าน...เพื่อระวังตนเอง

crimewatchlogo123452(1) ถ้ามีใครขอให้ช่วยกด เอทีเอ็ม จงปฎิเสธ....
จงบอกให้เขาไปขอความช่วยเหลือ จาก พนง.ธนาคารดีกว่า ...
เหตุผลคือ "มีกล้อง วงจรปิด ที่หน้าตู้"
.... ถ้าบัตรนั้นถูกขโมยมา ภาพของคุณจะปรากฎ แทนหน้าโจร (งานเข้า ละท่าน)

crimewatchlogo123452(2) ถ้าบ้านคุณเกิดไฟดับ แต่เมื่อมองไปไฟข้างๆบ้านยังมี..
จงอย่าผลีผลาม เปิดประตูบ้านออกไป
เพื่อตรวจดูมิเตอร์ไฟ
เพราะคุณอาจเจอ คนถือมีด ยืนรอปล้นคุณอยู่ที่หน้าประตู

crimewatchlogo123452(3) คุณอาจเคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อนคือ... เห็นเด็กน้อยยืนร้องไห้ อยู่ข้างทาง บอกว่าหลงทางและขอให้พาไปส่งบ้าน ตามที่อยู่ในกระดาษ
เมื่อไปถึงบ้านเด็กที่หลงทาง... คุณจะถูกไฟฟ้าดูด จนหมดสติ เมื่อเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตู
เมื่อได้สติ จะพบว่าตนเองอยู่ในสภาพเปลือย ในห้องที่ว่างเปล่า
** การเป็นคนใจดี ในสมัยนี้ ต้องใช้ความระมัดระวังด้วย**

crimewatchlogo123452(4) วันหนึ่ง มีหญิงแก่ มายืนที่หน้าบ้าน ถือถุงขนมมาด้วย 2 ถุง
.. ตอนแรกคิดว่าเป็นคนในระแวกบ้านเอาขนมมาให้
แต่พอเธอเอ่ยปากพูดจึงรู้ว่า เธอเป็นชาวต่างชาติ เพราะพูดภาษากันไม่รู้เรื่อง
เลยปิดประตู เพราะคิดว่ามาขอเงิน
**ภายหลัง จึงได้รู้ว่า หญิงแก่คนนี้ ได้ปล้นคนบางคน ในระแวกถนนนั้นได้สำเร็จ

crimewatchlogo123452(5) ขณะ ที่กำลังจะถอนเงินทีตู้เอทีเอ็ม ก็มีหญิงแกขอร้องให้ช่วยกดเงินให้เธอ เพราะเธอทำไม่เป็น ... เวลาเดียวกัน ... จะมีเด็กตัวเล็กมายืนข้างๆ เตรียมจะเอามือไปเตรียมหยิบเงิน"ของคุณ" --- ขณะที่หญิงแก่ พยายามดึงความสนใจของคุณไปจากหน้าตู้
* จงระวังและตื่นตัว ขณะกดเงิน*** และ ระวังคนที่ไม่น่าไว้ใจด้วย

crimewatchlogo123452(6) มีคุณแม่ผู้เกษียณแล้วอยู่บ้านเฉยๆ ได้เล่าให้ฟังว่า..
วันหนึ่งมีวัยรุ่นมาที่บ้านบอกว่าน้ำมันหมด แล้วขอกระป๋องโค๊ก เปล่าๆ ใบหนึ่ง เพื่อเอาไปซื้อน้ำมันที่ปั๊ม โดยจะจ่ายให้ 2 ริงกิต (เงินมาเลย์) = 9.7 x2 บาท

แล้วล้วงกระเป๋าเอาธนบัตร 100 ริงกิต ออกมาให้ .... แล้วให้ท่านทอน เงิน

แต่โชคดีที่ ท่านบอกว่า ไม่เอาเงินค่ากระป๋องเปล่า ให้ฟรีๆ
(โชคดีมากๆ เพราะ*เงินนั้นเป็นเงินปลอม* ถ้าทอนจะเสียเงินไป 98 ริงกิต

crimewatchlogo123452(7) เรื่องนี้เกิดที่บาหลี เมื่อผู้สามีภรรยาที่ไปเที่ยว แล้วภรรยาเกิดหายตัวไป....
ตอนแรกนึกว่า เล่นกัน แต่หายไปหลายชั่วโมง จนต้องแจ้งให้ตำรวจช่วยตามหา...แต่ก็ไร้ผล
หลายปีต่อมา ... สามีกลับมา บาหลีอีกครั้ง และได้ไปดูโชว์ "ของแปลก" ในบ้านเก่าๆ หลังหนึ่ง....
เขาไปเห็น มีหีบเหล็กที่สกปรกและขึ้นสนิม.... ในนั้นมี หญิงสาวผู้ ไร้แขนขา ..ทั่วใบหน้าและทั่วร่างเต็มไปด้วยแผลเป็น
เมื่อเขาได้มองใกล้ๆ ก็ต้องตกใจ เพราะนั่นคือภรรยาที่หายไปของเขา ทีถูกจับขังเพื่อเป็นขอทาน

crimewatchlogo123452(8) ระวัง เสียงเด็กร้องไห้
เพราะคนร้ายจะอัดเทปเสียง เพื่อหลอกให้เหยื่อเปิดประตูออกมา...

*มีคนหายไปจากแหล่งชอปปิ้งที่เซี่ยงไฮ้ หาไปเจอ
เวลาผ่านไปหลายปี ก็มีคนพบว่า เธอกลายเป็นขอทานข้างถนนในกรุงเทพ ในสภาพพิการไร้แขนขาและถูกล่ามโซ่

crimewatchlogo123452(10) ระวังเวลาไปเข้าห้องน้ำ คนเดียว

คุณอาจจะถูกแก๊งค์ขายชิ้นส่วนมนุษย์จับไป โดยยัดไว้ใต้รถเข็นอุปกรณ์ทำความสะอาด
 
crimewatchlogo123452(11) แก๊งค์จะทำเป็นเอาธนบัตรหล่นไว้ล้อหลังของรถคุณ
แล้วมาเคาะหน้าต่าง เรียกคุณลงไป "เก็บ"เงินทีคุณทำตกไว้
เมื่อคุณลงไป คุณจะถูกปล้น !!!

จะฮาไปถึงไหน

สุขสันต์วันวาเลนไทน์!  (หอนาฬิกา จ.เชียงราย)

06

(ดีนะที่พี่จ่าไม่เห็น ถ่ายมาได้เพราะรถมันติดค่ะ)

21

 

แว้นๆๆ(เจอที่บิ๊กชีลำปาง)
(เวลาคนไปทำบุญก็จะเขียนลงใต้กระเบื้องนี่)
(เจอที่สตูลครับ อยู่ท้ายขบวนขันหมาก พ่อตาเห็นคงตะลึง)

18



ขาย(ได้ทั้ง)ชาติ
(เที่ยวสวนผึ้งแล้วเจอพอดี)

12





12



เอานี้อะไรดำ - บรรยาย'รัยฟระเนี่ยะ งง  ...
(ถ่ายตอนอาจารย์ให้ดูข้อสอบ อยากจะให้มันมากกว่าสองคะแนนจริงๆ)

ไปซื้อมาจากประเทศลาวครับ ไม่ได้เอะใจอะไร พอแกะซองจะกินมันขึ้นรา
เลยพลิกกล่องจะดูวันหมดอายุ โอ้วขนมยังไม่เว้น เวียดนามก๊อปไทยซะงั้น
มีภาษาไทยแปลกๆให้งงเล่น, มี อ.ย.แปลกๆให้ดู, มีโลโก้ THAILAND Technology น่าภูมิใจจัง ^^”
แถมได้รางวัล Vietnam Best food อีก
12


 

19

==========================